Exodus: Gods and Kings : เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ ลุยข้ามทะเลแล้วมาคุยกัน

Home / วิจารณ์หนัง / Exodus: Gods and Kings : เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ ลุยข้ามทะเลแล้วมาคุยกัน

exodus-gods-and-kings

เข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดกับการกลับมาจับหนังแนวโบราณอีกครั้งของผกก. ริดลี่ย์ สก็อตต์ ใน Exodus: Gods and Kings เรื่องราวการเดินทางของ โมเสส ตามคำสอนในคัมภีร์ไบเบิ้ล ซึ่งคราวนี้จะถ่ายทอดออกมาเป็นหนังแนวแอ็คชั่น มหากาฬ ซึ่งแน่นอนว่าจะอุดมไปด้วยความเป็นดราม่า และขายฉากภัยพิบัติอลังการ

Exodus: Gods and Kings เรื่องราวของบุรุษท่านหนึ่งผู้กล้าท้าทายอาณาจักรมหาอำนาจ เรื่องราวของผู้นำการต่อต้า­น โมเสส (คริสเตียน เบล) เมื่อเขาลุกขึ้นมาต่อต้านกษัตริย์ฟาโรห์ขอ­งชาวอียิปต์ผู้มีนามว่า แรเมซีส (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) โดยนำทาสนับ 600,000 คนเดินทางหลบหนีจากอียิปต์และภัยพิบัติอัน­เลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยความกล้าหาญ

ซึ่งถ้าหากใครได้เคยดูหนังแนวนี้ของผกก. ริดลี่ย์ สก็อตต์ ไม่ว่าจะเป็น Gladiator, Kingdom of Heaven หรือแม้แต่เรื่องล่าสุดอย่าง Robin Hood ก็ตาม ก็จะพบได้ว่าหนังแนวนี้ของ สก็อตต์ ฉบับที่ฉายในโรงมักจะเป็นเหมือนฉบับที่ไม่สมบูรณ์ และไม่ได้ดั่งใจผกก.เสียส่วนมาก โดยเฉพาะการที่มันมีความสั้นมากเกินไปที่จะคลุมเนื้อเรื่องได้หมด (ดูได้อย่าง Gladiator เป็นต้น ว่าหลายคนยกย่องฉบับ Director Cut ให้ดีกว่าแค่ไหน) เพราะฉะนั้นก่อนการเข้าไปดู Exodus ส่วนตัวผมก็ค่อนข้างเตรียมใจพอสมควรแล้วว่านี่คงเป็นอีกเรื่องนึงที่มาแนวนั้นแน่ๆ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เพราะข้อเสียหลักๆของ Exodus เลย คงหนีไม่พ้นการที่มันเป็นเหมือนหนัง การเดินทางของ โมเสส ฉบับย่อ และ รวบรัด โดยหนังพยายามจะรีบดำเนินเรื่องไปให้เร็วที่สุด (ถึงแม้ขนาดฉบับโรงหนังยังยาวมาซะ 150 นาที) เพื่อที่จะขายฉากภัยพิบัติ และ แอ็คชั่น เพราะฉะนั้นจงอย่าหวังว่าหนังเรื่องนี้มันจะทำเอาเพื่อคลาสสิคเทียบเท่ากับหนัง The Ten Commandments เพราะแท้จริงแล้วมันก็เป็นหนังที่สร้างจากไบเบิ้ลเพื่อความบันเทิงอีกเรื่องเท่านั้น

โดยเมื่อมองเช่นนั้นแล้ว ก็ต้องยอมรับเลยว่า Exodus สามารถทำออกมาได้สนุกมากกว่าที่คิดมากทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงของฉากภัยพิบัติ และ แอ็คชั่น ที่สามารถตอบสนองคอหนังขาจรที่ต้องการอะไรยิ่งใหญ่ และรวมถึงแฟนๆหนังของ ริดลี่ย์ สก็อตต์ ในแง่ของโปรดัคชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงการโชว์พลังของหายนะในเมือง อียิปต์ ที่จัดได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่สามารถทำให้หนังได้โชว์ทั้งศักยภาพของ CG และรวมถึงโปรดัคชั่นอันใหญ่โตอีกด้วยครับ โดยนอกจากความบันเทิงเหล่านี้แล้ว สิ่งที่ค่อนข้างชอบในแง่ที่มันหักดิบออกจากตำนานไบเบิ้ลได้ดี คงหนีไม่พ้นการที่ตัวหนังค่อนข้างจะด่าทอ พระเจ้า อาจจะไม่ได้รุนแรงจนสุดโต่งแบบใน Noah แต่ก็จัดได้ว่ามาเป็นพิธี พอหอมปากหอมคอ ไม่ทำให้ชาวคริสต์ต้องต่อต้านหนังเรื่องนี้มากเกินไปนัก โดยเมื่อมองในแง่นี้แล้วมันก็ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆที่น่าชื่นชม และก็น่าจะเป็นที่ชื่นชอบมากสำหรับใครที่มีรสนิยมในการคิดต่าง

ด้านการแสดงของ 2 นักแสดงนำอย่าง คริสเตียน เบล และ โจเอล เอ็ดเจอร์ตั้น ก็จัดได้ว่าเป็นอีกส่วนไฮไลท์นึงของตัวหนัง โดยเฉพาะ คริสเตียน เบล ที่ไม่ว่าเรื่องไหนก็ดูเหมือนตัวละครของแกนั่นจะค่อนข้างมีอะไรบางอย่างที่ถูกกักขังไว้ และรอการระเบิดอยู่ตลอดเวลา เช่นกันกับ โจเอล เอ็ดเจอร์ตั้น ที่มาในมาดของตัวร้าย แต่กลับมอบการแสดงและถ่ายทอดตัวละครได้น่าเห็นใจ ยิ่งเมื่อหนังไม่ได้ค่อนเอนเอียงไปที่ฝ่ายใดอย่างแน่ชัดแล้ว ซึ่งนอกจากนี้หนังยังมีนักแสดงแถวหน้าอีกเพียบทั้ง จอห์น เทอร์เทอร์โร่, ซีกอนี่ย์ วีเวอร์ และรวมถึง อาร์รอน พอล จาก Breaking Bad ที่ช่วยสร้างสีสันให้หนังได้ดีทีเดียว

โดยสรุปแล้วผมคิดว่า Exodus อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยม หรือกลมกล่อมเท่าที่มันควรจะเป็น แต่ถ้าหากมองในแง่ของหนังที่ให้ความบันเทิง และเสียดสีเรื่องของพระเจ้า นี่ก็จัดได้ว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะใครที่ชอบฉากภัยพิบัติทำลายล้างประเภทนี้ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ