The Hobbit: The Battle of the Five Armies เปิดศึกมหาสงครามแล้วมาคุยกัน

Home / วิจารณ์หนัง / The Hobbit: The Battle of the Five Armies เปิดศึกมหาสงครามแล้วมาคุยกัน

rs_560x312-140728121940-1024.the-hobbit-trailer2

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ต้องมีภาค 1-2 แยกให้วุ่นวาย สำหรับอภิมหาสงครามตำนานการตามทวงบ้านเกิดของเหล่าคนแคระใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies ที่ภาคนี้ยังกลับมาพร้อมกับเทคนิค และ นักแสดงชุดเดิมเช่นเคยครับ

ภาคจบของหนังชุด นี้เป็นการนำเสนอบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศ แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้­องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเร­ื่อยๆ คณะคนแคระ พวกเอล์ฟและมนุษญ์ต้องเลือกว่าจะร่วมมือ หรือยอมถูกทำร้าย

หนังยังคงกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้ให้กำเนิด The Lord of the Rings และ The Hobbit จาก 2 ภาคแรก ซึ่งเอาเข้าจริงๆเลยต้องขอออกตัวก่อนว่า เป็นคนนึงที่ชื่นชอบ Lord of the Rings มาก แต่กลับไม่ชอบ The Hobbit เลยสักภาค ตั้งแต่ภาคแรก และ ภาค 2 ที่ค่อนข้างเห็นว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างยืดเยื้อจากการแปลงหนังสือ 1 เล่ม ให้กลายเป็นหนัง 3 ภาคมากเกินไปเสียหน่อยนัก ซึ่งสำหรับในภาค 3 ที่เห็นเป็นภาคจบนี่ ก่อนดูก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะข้ามเนื้อเรื่องที่เหลือเพียงหางอึ่งของมันไป เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ฉากสงครามที่เป็นฉากขายของมันให้เร็วที่สุด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงๆเลยใครที่เป็นแฟนของ เดอะ ฮอบบิท หรือเป็นขาจรที่หวังจะเข้ามาดู The Hobbit แบบภาคก่อนๆ อาจจะต้องสาปแช่งให้ภาคนี้จมดินไปเลยก็ได้ เพราะในด้านของตัวบทในภาคนี้จัดได้ว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุด

ด้วยการที่เนื้อเรื่องของมันนั่นแทบไม่เหลือเนื้อเรื่องให้เล่าจนสามารถแยกออกมาได้เป็นอีกภาคแล้ว แต่ก็ยังจะดื้อดึงตามออกมา จนทำให้หลายคนคงบ่นอุบอิบว่า แบบนี้สร้างรวมให้เหลือแค่ 2 ภาค และตัดความเวิ่นเว้อออกไปหน่อยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันสำหรับตัวผมแล้ว ในฐานะที่ไม่ค่อยเชื่อถือ และ ชื่นชอบ ในเนื้อเรื่องของ The Hobbit เป็นทุนเดิม การมาของภาค 3 ที่มุ่งเน้นขายฉากแอ็คชั่นแบบบ้าคลั่ง นับได้ว่าเป็น ข้อดี ที่เต็มไปด้วยข้อเสียอย่างแท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆถึงแม้หลายองค์ประกอบมันจะแย่จนไม่สามารถเรียกว่าเป็นหนังภาคนึงได้ (ด้วยการที่เนื้อเรื่องมันเปรียบเสมือนภาคเสริมเสียมากกว่า) แต่ในขณะเดียวกัน ด้านงานของฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ก็ต้องขอชมว่าดีกว่า 2 ภาคแรกจริงๆเสียอีก โดยเฉพาะในงานตัดต่อสลับหลายเหตุการณ์ ในขณะสงคราม 5 ทัพ ที่ทำออกมาได้น่าตื่นเต้น และ ยิ่งใหญ่ ดีกว่าการเผชิญมังกร และ ตัดสลับฉากในเมืองภาค 2 อย่างไม่เห็นฝุ่น

ซึ่งถึงแม้มันอาจจะไม่สามารถเอาไปเทียบกับฉากสงครามใน The Lord of the Rings 3 ได้ แต่ผมก็กล้าพูดว่า The Hobbit 3 เป็นภาคที่ทำออกมาตอบสนองความบันเทิงได้ดีที่สุด สำหรับใครต้องการดูแอ็คชั่นเพียวๆ โดยที่ไม่คิดอะไรมาก (ที่ต้องขอย้ำว่า เพียวจริงๆ) ในขณะเดียวกัน ระบบ IMAX 3D ซึ่งคือระบบที่ผมได้ไปชม ก็นับว่าเป็นความดีงามอีกภาคที่ช่วยส่งเสริมให้เหล่าฉากตระการตาดูยิ่งใหญ่ ด้วยระบบภาพ และ เสียงที่ดีมากกว่าในระบบปกติครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ