Hector and the Search for Happiness : ฉันเฝ้าถามความสุขอยู่ที่ไหน

Home / วิจารณ์หนัง / Hector and the Search for Happiness : ฉันเฝ้าถามความสุขอยู่ที่ไหน

still-of-simon-pegg-and-ming-zhao-in-hector-and-the-search-for-happiness-(2014)-large-picture

สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อชม Hector and the Search for Happiness เรื่องนี้จบ ก็อดที่จะเทียบเคียงกับการ์ตูนยอดฮิตอย่าง The Adventures of Tintin ไปเสียไม่ได้ และไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ นักแสดงนำเจ้าของบท เฮคเตอร์ อย่าง ไซมอน เพกก์ ก็ดูจะละม้ายคล้ายคลึงเจ้าหนูตินติน เวอร์ชั่นผู้ใหญ่เสียนี่กระไร

Hector and the Search for Happiness บอกเล่าเรื่องราวของ เฮคเตอร์ จิตแพทย์ชีวิตราบเรียบ ที่แต่ละวันซ้ำไปซ้ำมา มิหนำซ้ำการรับฟังปัญหาสารพัดนึกของบรรดาคนไข้ ก็ยิ่งทำให้ เฮคเตอร์ จิตตกซะเองจนสติแทบแตก จึงตัดสินใจบอกลาเมียสุดเลิฟ ไปเดินทางท่องเที่ยวผจญโลก เพื่อตามหาความหมายที่แท้จริง ของคำที่คนเป็นจิตแพทย์อย่างเขาก็ยังไม่เข้าใจว่า “ความสุข” จริงๆแล้วมันคืออะไร และเกิดจากอะไรกันแน่

จากการออกเดินทางครั้งนี้ เฮคเตอร์ ได้ค่อยๆ พบเจอผู้คน และเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ผ่านเข้ามา ก่อนจะเรียนรู้สิ่งใหม่ที่จุดเริ่มต้นนั้นกลวงเปล่า ตามสไตล์หนัง Road-Movie ทั่วๆไป ที่เราเห็นกันดาษดื่นเกลือนถนน วิธีการค้นหาความสุข ที่ออกจะเซอร์เรียลเหมือนการ์ตูนมากกว่าหนังสมจริง อย่างการถามเอาดื้อๆ นี้ เป็นไปอย่างเถรตรง เรียบง่าย ไร้ซึ่งความซับซ้อนต่างจากโรคของคนไข้ ที่เขาต้องเผชิญ

 เชี่ยวชาญต่อ “โรค” แต่กลับอ่อนด้อยต่อ “โลก”

 

ถึงแม้จากปราศจากความตื่นเต้น จนต้องร้องโอ้โหอื้อหือ แต่ Hector and the Search for Happiness ก็สามารถมอบความบันเทิงทีี่ย่อยง่ายๆ รสอร่อยไม่คิดอะไรมาก เหมือนนั่งแทะเล็มขนมหวาน มากกว่าจะอิ่มจัดหนักแน่นดังอาหารมื่้อหลัก ความเอะอะมะเทิ่ง และทำอะไรใสๆ ซื่อๆ ตามประสาผู้ใหญ่ที่อ่อนต่อโลกความจริง ก็มอบเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ และยิ้มออกมาได้เกือบตลอดการรับชม ถึงมันจะไม่ได้เข้มข้นถึงขนาดทำให้คนดูได้เรียนรู้อะไรบางอย่างกลับไป แต่ความฟีลกู้ดเบาๆ นี่ มีให้เหลือเฟือ

Hector and the Search for Happiness เฝ้าถามหาความสุข (ถามหาจริงๆ) จากเหตุการณ์แปลกประหลาดที่ได้พบเจอแบบ First-Time บางครั้งมันก็คือความประทับใจครั้งแรก แปลกใจครั้งแรก กลัวสุดขีดครั้งแรก และอีกนานาครั้งแรก ที่จิตแพทย์ผู้เชียวชาญต่อโรค นานาแบบ ต้องพบเจอจากผู้คนบนโลก ที่สั่งสอนเขาแบบไม่ต้องพลิกตำรา และทำให้รู้ว่าชีวิตนอกห้องให้คำปรึกษามันเป็นอย่างไร

ไม่ใช่ในฐานะจิตแพทย์ แต่ เฮคเตอร์ คล้ายจะกำลังเรียนรู้โลก เหมือนเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้อะไรเสียเลย นอกจากความเข้าใจของตัวเองที่มีเท่าหางอึ่ง การชมภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงไม่ได้ให้อารมณ์แบบผู้ใหญ่วัยเครียดตึง ที่ต้องทำเพราะหน้าที่การงาน แต่มันคือการดูเด็กคนหนึ่ง ที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากออกไปเรียนรู้โลก ก่อนจะกลับบ้านและรู้สึกเติบโตขึ้นมาบ้าง เพียงเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ให้ 7.5 / 10 ครับ

Lecter.

—————————-