Tak3n : หมดสิ้นเสียทีกับการลักพาตัว พร้อมเปิดคดีใหม่กับการลบล้างความผิด

Home / วิจารณ์หนัง / Tak3n : หมดสิ้นเสียทีกับการลักพาตัว พร้อมเปิดคดีใหม่กับการลบล้างความผิด

ken-3

มากันอีกแล้ว และภาคนี้ขึ้นชื่อว่าจะเป็นภาคสุดท้าย (ซึ่งจริงหรือไม่ก็ต้องรอลุ้นกันไปในอนาคต) สำหรับหนังลูกหาย พ่อตามหา อย่าง Taken ที่หลังจากโกยรายได้ไปอย่างถล่มทะลายในภาค 1-2 ในภาคที่ 3 นี้เนื่องจากว่าพล็อตลูกหายที่ซ้ำซากจากภาค 2 ทำเอาหนังโดนด่ายับ จึงทำให้ต้องมาเปลี่ยนบท และโครงเรื่องใหม่กันยกชุดเลยทีเดียว

ในภาคนี้ อดีตสายลับ ไบรอัน มิลส์ รับบทโดย เลียม นีสัน ที่กลับไปขอคืนดีกับภรรยาเก่าแต่กลับต้องพ­บเรื่องเศร้าเมื่อหลังจากนั้นไม่นานเธอได้­ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เขาจึงเกิดความแค้นและยังถูกใส่ร้ายว่าเป็­นผู้ก่อเหตุอาชญากรรม เขาต้องหลบเลี่ยงการไล่ล่าอย่างสุดกำลังทั­้งซีไอเอ เอฟบีไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่มิลส์ต้องใช้ “ความสามารถพิเศษเฉพาะตัว” ของเขาในการสะกดรอยฆาตกรตัวจริง รักษาความยุติธรรม และปกป้องสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดต่อเขาที­่เหลืออยู่ตอนนี้คือ “ลูกสาว” ของเขานั่นเอง

หนังยังคงกำกับโดย โอลิเวียร์ เมกาตัน จากภาค 2 ที่คราวนี้ยังคงมีป๋าดันอย่าง ลุค เบซอง มาช่วยหนุนหลังเป็นมือเขียนบทให้กับภาคนี้ ที่ตัวเนื้อเรื่องนั่นไม่เกี่ยวอะไรกับชื่อเรื่องอีกต่อไปแล้ว แต่จะเป็นการหลบหนี และ ลบล้างความผิดคล้ายกับ The Fugitive โดยการเปลี่ยนโครงเรื่องแบบนี้เอาจริงๆมันก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย แตกต่างกันออกไป ซึ่งเรามาเริ่มกันที่ข้อดีกันก่อน นั่นคือการที่พอหนังมันเปลี่ยนโทนไปเป็นแนวสืบสวน แอ็คชั่น มันจึงมีอะไรให้น่าติดตามได้มากกว่าการคอยตามติดคุณพ่อ ตามหาลูก แบบในภาค 2 ที่ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง ในขณะเดียวกันตัวบทในภาค 3 นี้ก็ยังส่วนของความเป็นดราม่า และหวนคืนอารมณ์เก่าๆจากภาคแรกกลับมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะอีกด้วย

ซึ่งในด้านของนักแสดง เลียม นีสัน ในภาคนี้อาจจะไม่ได้โชว์เก่ามากอย่างที่ภาคแรกเคยทำเอาไว้เนื่องจากอายุ และรวมถึงอุปสรรคที่เขาได้เจอในภาคนี้ยังเบาบางเกินไป แต่ด้านงานแสดง และสร้างสรรค์ตัวละคร ไบรอัน มิลส์ ของลุงแกก็ยังเป็นอีกส่วนนึงที่มองข้ามไม่ได้ เช่นเดียวกับ ฟอเรสต์ วิทเทคเกอร์ ที่เรื่องนี้มารับบทเป็นตำรวจตามล่า ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการประชันเสียง และ การแสดงที่กำลังดี (ถึงแม้ว่าจะได้กลิ่นไอจาก The Last Stand ที่ลุง ฟอเรสต์ ก็รับบทแบบนี้เหมือนกันมาก็ตาม)

แต่ในขณะเดียวกันก็อย่างที่บอกว่าในเมื่อภาคนี้ได้เปลี่ยนโทนมาเป็นสืบสวน แอ็คชั่น เพื่อเลี่ยงการโดนด่าว่าซ้ำซาก ตัวหนังมันจึงได้สูญเสียวัตถุดิบบางอย่างที่ตัวหนังในเฟรนไซส์ชุดนี้มีไปเยอะพอสมควร อย่างนึงที่เห็นได้ชัดเลยคือในแง่ของฉากแอ็คชั่น ซึ่งในขณะที่การสืบสวนของตัวเรื่องทำออกมาได้มาตรฐานของหนังแนวนี้ทั่วไป แต่ในด้านของฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ของ เทคเค่น นับได้ว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง เนื่องจากอุปสรรค์ที่ ไบรอัน เจอในภาคนี้ไม่เด่นชัด โดยเฉพาะตัวละครร้ายของเรื่องที่อาจจะวางเกมส์ให้พลิกเหลี่ยมไปมา แต่กระนั้นในขณะเดียวกันมันกลับทำให้คนดูค่อนข้างสับสน เพราะในขณะที่ต้องนั่งดูป๋าเลียมหนีความผิดแล้ว ตัวละครร้ายในภาคนี้ก็ยังออกมาเป็นกั๊กๆ กั้นๆ จนไม่สามารถทำให้มันเป็น The Fugitive ผสมแอ็คชั่นอย่างที่หวังไว้ได้มากสักเท่าไหร่นัก

ซึ่งโดยรวมแล้วก็อย่างที่ว่า Taken 3 ในภาคนี้ถือว่าทำออกมาดูสนุกได้ตามสไตล์หนังสืบสวน ผสมแอ็คชั่นแบบบางๆ แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากคุณหวังที่จะดูแอ็คชั่น บู๊ล้างผลาญแบบ 2 ภาคแรกก็อาจจะต้องผิดหวังกันสักนิด เพราะลุงเลียมในภาคนี้จะต้องหนีตำรวจให้ได้ก่อนจะไปปะทะคนร้ายจ้า

เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ