Predestination : ตัวตนที่เหนือกาลเวลา

Home / วิจารณ์หนัง / Predestination : ตัวตนที่เหนือกาลเวลา

827804-f6bdb876-2cb9-11e4-b8c6-b83ae0004ecc

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังไซไฟเรื่องเยี่ยมคำวิจารณ์ดี Predestination ของพ่อหนุ่มที่เพิ่งได้เข้าชิงออสการ์อย่าง อีธาน ฮอว์ค ที่เรื่องนี้เห็นเป็นหนังย้อนเวลา แต่ก็ต้องบอกเลยว่าความจริงแล้วตัวหนังมันไปไกลกว่าที่คุณคิดไว้มากโขเลยทีเดียว

หนังสร้างจากเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ของนัก เข­ียนในตำนาน โรเบิร์ต เอ ไฮน์ไลน์ ที่กลายมาเป็นผลงานภาพยนตร์ทริลเลอร์-ไซไฟ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต เมื่อเจ้าหน้าที่พิเศษ (รับบทโดย อีธาน ฮอว์ค) มีหน้าที่ในการเดินทางย้อนเวลาเพื่อหยุดยั­้งอาชญากรรมก่อนที่มันจะเกิดขึ้น โดยภารกิจสุดท้ายของเขาก็คือการเดินทางกลั­บไปหาชายลึกลับ เพื่อชักชวนให้เข้ามาทำงานเหมือนเขา รวมถึงการตามล่าหาอาชญากรข้ามเวลาปริศนาที่เขาไล่ตามมาตลอดชีวิต

หนังเป็นผลงานการกำกับของ 2 พี่น้องอย่าง ไมเคิล สไปริก และ ปีเตอร์ สไปริก ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 แล้ว ที่เขาได้ทำงานร่วมกับนักแสดงหนุ่มอย่าง อีธาน ฮอว์ค โดยจากคำวิจารณ์ที่สื่อนอกต่างยกให้หนังเรื่องนี้เป็น Looper ของปีนี้นั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย แถมหนำซ้ำมันยังดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะในขณะที่ Looper จะเป็นการเผยให้เห็นถึงด้านมืด และการเปลี่ยนแปลงไปของตัวเรา ผ่านกาลเวลา อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต แต่ใน Predestination จะกลับเป็นการพูดถึงเรื่องราวความรัก ผ่านกาลเวลา ที่ในที่นี่นั่นอาจจะไม่สามารถบรรยายได้หมดจดนัก เพราะมันอาจจะไปแตะถึงการสปอยล์ช่วงหักมุมสำคัญของหนังได้ เอาเป็นว่าถ้าหากคุณเป็นคนเหงา ถ้าหากคุณเคยรู้สึกโดดเดี่ยว ดู Predestination แล้วอาจจะทำให้คุณต้องปลื้มปริ่มกับความสุขในการโดดเดี่ยว และวิธีการใช้ชีวิตเพื่อรับมือในอนาคตก็เป็นได้

ซึ่งถึงแม้ว่าในตอนจบของหนัง กับการที่จะเลือกหักมุมแบบหักดิบเช่นนี้ แน่นอนว่าก็ต้องมีช่องโหว่เผยให้คนดูเห็นเป็นธรรมดา แต่ภายใต้ข้อเสียของช่องโหว่เหล่านั้น มันก็มีข้อดีอยู่หลายส่วนที่ทำให้ลบเลือนมันไปได้ และหนึ่งในนั้นคือการที่จุดหักมุมดังกล่าวสามารถตบหน้าคนดูได้อย่างจัง พร้อมตั้งคำถามถึงการมีอยู่ที่แท้จริงของตัวตน และ กาลเวลาได้อย่างแยบยล โดยการเล่าเรื่องของตัวหนังก็สามารถทำได้น่าสนใจ โดยที่ไม่ต้องพึ่งฉากแอ็คชั่น หรือระเบิดภูเขาเผากระท่อมแต่อย่างใดเลยด้วย

ทางด้านนักแสดงนอกจาก อีธาน ฮอว์ค ที่แน่นอนว่ามือโปรในการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ของตนในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว ก็เห็นจะมีสาวนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ซาร่าห์ สนู๊ค นี่แหละ ที่หนังเรื่องนี้เปรียบเสมือนเวทีขนาดย่อมให้เธอได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ โดยหลังจากในปีที่แล้วเราเจอเธอในบทสยองขวัญไปใน Jessabelle มาปีนี้เธอจึงแสดงฝีมือที่แท้จริงให้ได้เห็นกันไปเลย ว่าเธอก็มีออร่าในด้านการแสดง และรวมถึงวิธีการถ่ายทอดอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ

โดยเอาเป็นว่าถ้าหากใครที่เป็นคอหนังไซไฟ โดยที่ไม่ได้หวังว่าจะเข้าไปดูหนังไซไฟที่มีแต่การยิงกัน แอ็คชั่นระเบิดตูมตาม แต่กลับเน้นที่พล็อตล้ำๆ ที่จะทำให้คุณเหวอ และทำให้ย้อนกลับมาถามตัวเองถึงเรื่องราวความรัก และ ตัวตน ได้มากขึ้น Predestination ก็จะเป็นหนังที่พร้อมจะตอบโจทย์เหล่านั้นในแง่มุมที่คุณก็จะคิดไม่ถึงครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ

โดย Agent17