Attack on Titan : มอบหัวใจให้ไททัน

Home / วิจารณ์หนัง / Attack on Titan : มอบหัวใจให้ไททัน

Attack on Titan ผ่าพิภพไททัน

แทบจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วนะครับ เมื่อใดก็ตามที่การ์ตูนคอมมิค มังงะ เกิดกระแสฮอตฮิตในวงกว้าง ก็จะถูกนำมาสร้างใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์คนแสดง ซึ่งหากจะวัดอัตราส่วนกันคร่าวๆ แล้ว ส่วนใหญ่ฉบับหนังก็ออกอาการร่อแร่ และทำเอาเหล่าแฟนๆ ถึงกับฉุนเฉียว แต่ก็มีส่วนน้อยที่เหลือรอดมาได้ ด้วยคุณภาพใกล้เคียงกับต้นฉบับ

ซึ่งกับมังงะเรื่อง Attack on Titan หรือในชื่อไทยว่า ผ่าพิภพไททัน ผลงานของ ฮาจิเมะ อิยาซามะ อันเป็นเรื่องราวของกลุ่มมนุษย์ที่ต้องอยู่รวมกันในเมือง ที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงขนาดมหึมา เพื่อป้องกันอันตรายจาก “ไททัน” เผ่าพันธุ์อมนุษย์ผู้โปรดปรานการเขมือบคนเป็นๆ ในขณะที่สถานการณ์สุขสงบมายาวนาน จนเรื่องอันตรายคล้ายจะดูเพ้อเจ้อ ไททันพี่เบิ้มตัวมหึมาระดับปรากฏการณ์ ก็มาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน พร้อมหอบหิ้วหายนะมาสู่มวลมนุษย์

ทั้งนี้เหล่าตัวละครหลักและรองๆลงมา มีการผูกโยงไปด้วยปมปริศนา ฉากสู้รบอลังการ อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยเรื่องหนักๆ อย่างการเมืองการปกครอง ขอบเขตศีลธรรม ปมปัญหาวัยเด็ก รวมไปถึงการหยั่งถึงจิตใจมนุษย์ ที่ถูกย่อยให้ง่ายขึ้นแฝงอยู่ไม่น้อย จึงนับเป็นเรื่องมหาโหดที่ผู้กำกับ ชินจิ ฮิกูชิ ต้องชั่ง ตวง วัด ให้จบภายใน 2 ภาคย่อย อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนบทโดยรวมครั้งใหญ่ ชนิดที่ทำเอาอ้าปากค้าง!

ในเชิงของภาพยนตร์แล้ว คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากผู้สร้างอยากตีความ เพิ่มเติม หรือลดทอนส่วนใดตามประสงค์ในขอบเขตการเล่าเรื่อง แต่ Attack on Titan ฉบับนี้ ได้เขียนโครงสร้างขึ้นมาใหม่ ที่มีทั้งแบบการใช้ตัวละครเดิมในมังงะ โดยหยิบเอาบุคลิกเฉพาะตัวมาใส่ อาทิเช่น การกินตลอดเวลา, ปากหมาจอมหาเรื่อง, คลั่งไคล้การทดลองวิจัย หรือแม้แต่คู่รักกลางศึก และแบบเพิ่มเข้ามาหน้าตาเฉย โดยไร้ที่มาที่ไปอย่างสิ้นเชิง และเปลี่ยนช่วงเวลาในหนัง ให้เป็นยุคหลังอารยธรรมล่มสลาย ที่ผ่านพ้นยุคบ้านเรือนเป็นตึกสูง ยานเกราะ และอาวุธทันสมัยไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้นัยหนึ่งก็มอบรสชาติใหม่ๆ ให้กับแฟนมังงะได้ แต่อีกนัยหนึ่งมันก็แหกโค้งไปไกลหลายร้อยโล บางฉากถูกใส่มาอย่างไร้เหตุผล จนชวนสงสัยไม่เบาในตรรกะความคิด และวิถีการอยู่รอดของมนุษย์ในยุคนั้น

หนังจัดหนักไปที่ความหฤโหด ฉากวินาศสันตะโร เหินฟ้าคว้าคอไททันเสียยกใหญ่ รวมไปถึงโชว์ของด้านการเนรมิตอมนุษย์เหล่านี้บ่อยครั้ง จนคล้ายจะย้ำคิดย้ำทำ และเรื่องก็ไม่ดำเนินไปไหน แน่นอนครับถึงแม้เทคนิคพิเศษของแดนปลาดิบ อาจไม่เข้าขั้นฮอลลีวูด และดูจะลอยๆ คล้ายคนถูกแต่งหน้าไปบ้าง แต่หากไม่ถือสากับเรื่องพวกนั้น หนังก็มอบความหฤหรรษ์เสียงดัง โชยกลิ่นเลือดพวยพุ่งเป็นท่อประปาแตก

Attack on Titan ผ่าพิภพไททัน

แต่คนดูอย่างเราไม่ใช่แวมไพร์ ที่บริโภคเลือดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเปรมปรีด์ โดยไม่ต้องแคร์สิ่งใด Attack On Titan ดูจะสะดุดล้มก้าวใหญ่ เพราะนอกจากจุดขายดังกล่าวนั้นแล้ว หนังลอกเพียงเปลือกบางๆ มาจากมังงะเท่านั้น ด้วยการให้แกนกลางของเรื่องตกไปอยู่ที่ เอเลน ชายหนุ่มเลือดร้อน ที่อยากออกไปนอกกำแพงกั้นเสียเหลือเกิน เคียงคู่ด้วยเส้นเรื่องบางเบาของ มิคาสะ หญิงสาวฝีมือดีดังเทพีสงคราม เก่งกล้าสามารถคล้ายคลึงกับ ริต้า วาทาสกี้ ใน Edge of Tomorrow (ที่สร้างจาก All you need is Kill มังงะญี่ปุ่นเช่นกัน) ที่ในต้นฉบับมีที่มาที่ไป ย้อนความไปตั้งแต่วัยเยาว์ที่เฝ้าฝันออกผจญภัย สู่การเติบโตด้วยผลกระทบจากความโหดร้าย จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก นำมาซึ่งแรงจูงใจในการเข้าร่วมการฝึกปรือฝีมือ ข้ามผ่านอุปสรรค กว่าจะมาเป็นทหารเต็มตัว ทั้งเอเลน มิคาสะ และ อาร์มิน เพื่อนสนิทผู้อ่อนแออีกหนึ่่งอย่างชวนติดตาม

แต่หนังเลือกที่จะสร้างอดีตขึ้นมาใหม่ และถ่ายทอดแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนคนดูแทบไม่รู้จักผูกพันความรู้สึกนึกคิดของพวกเขา จะเห็นก็แต่เพียงเจตนารมย์แรงกล้า ที่เอเลนอยากออกไปแตะขอบฟ้านอกกำแพง จนต้องแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวน้อยใจกับลูกระเบิดด้านค้างปี ก่อนจะพานพบกับเหุตการณ์สุดวินาศยาวนานหลายนาที และตัดผ่านๆ ไปสู่การเตรียมพร้อมรบอย่างเร็วไว ด้วยความตั้งใจเดิมของเอเลนที่สุมอยู่ในอก หากแต่เราไม่ได้รู้สึกถึงแรงผลักแง่ลบในตัวสักเท่าไหร่ และเอเลนยังยืนยันเสียงแข็งด้วยความรำคาญ ถึงเหตุผลดังนกใหญ่ที่ถูกจบขังกรงเล็กเพียงเท่านั้น เมื่อหนังหลงลืมแก่นสำคัญของชีวิต ที่ผลักดันตัวละครไปสู่พฤติกรรมในอนาคตเช่นนี้ นอกจากจะทำให้จับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว คนดูก็ไม่มีเวลาจะไปหลงรักหรือเอาใจช่วยใครอีก และคงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

Attack on Titan เรื่องนี้เป็นเพียงภาคแรกเท่านั้น และทำการปิดฉากสุดท้ายตรงที่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเอเลน หากเทียบกันตรงๆกับมังงะแล้ว มันยังมีปมปริศนาอีกมากที่รอการคลี่คลาย อีกหลายตัวตนของตัวละครที่ยังไม่ปรากฏให้เห็น และคงต้องรอลุ้นกันต่อไปในภาคสอง ที่หวังว่าจะเต็มไปด้วยการตัดสินชะตากรรมของเอเลน ทั้งด้วยกระบวนการยุติธรรมจากศาล การเมือง และด้วยมนุษยธรรมของคนรอบข้าง โดยเจือกลิ่นอายในมังงะอยู่บ้าง หรือจะหันเหไปทางละเลงเลือดด้วยใบมีดและกำปั้นตามเดิม อันนี้เราเองก็ไม่อาจทำนายได้

หน่วยสำรวจที่เอเลนและมิตรสหายหลายท่านสังกัดอยู่นั้น ต้องออกปฏิบัติการเสี่ยงตายปะฉะดะกับไททัน ได้กล่าวคำปฏิญาณเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “มอบหัวใจให้หน้าที่” และหน้าที่ของพวกเขาที่คนดูต่างอยากเห็นในภาพยนตร์ Attack on Titan คงหนีไม่พ้นการนำพาเรื่องราวให้น่าติดตาม คอยหามตัวละครให้เปี่ยมชีวิตชีวา และชักพาให้หลงใหลไปกับเหตุการณ์คลายปมอันสนุกสนาน มิเช่นนั้นแล้ว หากทุกอย่างยังดูทื่อมะลื่อแบนราบ เอะอะมะเทิ่งอยู่เช่นนี้ ทหารตาดำๆ พูดภาษาญี่ปุ่นหน่วยนี้ คงต้องผิดคำมั่น แล้วเอาหัวใจไปมอบให้ไททันสวาปามยกหน่วย แทนเสียแล้วกระมังครับคุณผู้อ่าน…

เรื่องนี้ให้ 6 / 10 ครับ

lecter Lecter.

—————————————-