The Revenant : ทุกลมหายใจคือการเอาชีวิตรอด

Home / วิจารณ์หนัง / The Revenant : ทุกลมหายใจคือการเอาชีวิตรอด
Alejandro Gonz?lez I??rritu Emmanuel Lubezki Leonardo DiCaprio Michael Punke The Revenant ต้องรอด ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ อเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู ฮิวจ์ กลาส เอ็มมานูลเอล ลูบีสกี ไมเคิล พังค์

แววตาที่ดูเศร้าหมอง แต่แฝงความกล้าแกร่งไว้ภายในของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) ท้าทายความรู้สึกของผมในแวบแรกที่ผมเห็นโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง The Revenant ประกอบกับภาพยนตร์เรื่องนี้คว้ารางวัลลูกโลกทองคำไปถึง 3 รางวัล

หนึ่งในนั้นเป็นรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทหนังดราม่า และเป็นที่จับตามองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะส่งให้นักแสดงนำอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ คว้ารางวัลออสการ์ได้ในที่สุด และหลังจากที่ผมได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์แล้ว ผมคิดว่าคงไม่มีเหตุผลใดที่อาจหาญกล้าปฏิเสธการเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

the-revenant-TheRevenant_LeoPoster_rgb

The Revenant หรือในชื่อภาษาไทยว่า ต้องรอด สร้างขึ้นจากเรื่องจริงในนวนิยายในชื่อเดียวกันของ ไมเคิล พังค์ (Michael Punke) ว่าด้วยเรื่องราวของ ฮิวจ์ กลาส คนป่าผู้สมัครเข้าร่วมเดินทางกับคณะเดินทางที่ไปเก็บหนังสัตว์ในป่าลึก ไม่นานนักกลุ่มรีก็เข้ามารุมทำร้ายเพื่อจะแย่งหนังสัตว์ไป

คณะเดินทางกลุ่มนี้หนีเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยมีกลาสเป็นผู้นำทางเพื่อกลับไปยังค่าย และในเช้าวันนั้นกลาสเดินสำรวจเส้นทางล่วงหน้าเพียงลำพังและต้องต่อสู้กับหมียักษ์ นำพาไปสู่เรื่องราวการหักหลังที่แสนเจ็บปวด และการเอาตัวรอดจากความตายสู่เป้าหมายที่เรียกว่าการแก้แค้น

The Revenant PH 4

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องราวไม่ซับซ้อน เนื้อเรื่องค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่งจนเกินไปนัก ตัวละครหลักในเรื่องมีเพียงไม่กี่ตัว ทำให้จดจำได้ไม่ยาก ภาพยนตร์เน้นไปที่การแสดงของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ อย่างแท้จริง ท่ามกลางอุณภูมิต่ำกว่า 9 องศา ซึ่งไม่ค่อยเป็นมิตรกับเหล่านักแสดงสักเท่าไรนัก

ประกอบกับหลายฉากได้ถ่ายให้เห็นธรรมชาติในป่าเขาท่ามกลางฤดูหนาว และเป็นความตั้งใจของผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง อเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาริตู (Alejandro González Iñárritu) ที่ต้องการจะถ่ายทำในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ เอ็มมานูลเอล ลูบีสกี (Emmanuel Lubezki) ผู้กำกับภาพได้ดึงสิ่งที่พระเจ้าสร้างสรรค์ไว้ให้มนุษย์ที่เรียกว่าธรรมชาติให้ออกมาได้งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ

ขณะเดียวกันการใส่ดนตรีประกอบอย่างถูกที่ถูกเวลาก็กระตุ้นให้เนื้อเรื่องตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะได้เสียงจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงในเวลานั้นเป็นดนตรีประกอบ กระตุ้นให้คนดูรู้สึกอินไปกับภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี 

The Revenant PH

ต้องรอด น่าจะเป็นคำจำกัดความภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุด ความยาวกว่าสองชั่วโมงครึ่งไม่ได้ทำให้เกิดความน่าเบื่อแม้แต่น้อย ว่ากันตามจริงแล้วเนื้อเรื่องมีเพียงแค่การเดินทางเพื่อกลับไปยังค่ายเท่านั้น แต่เรื่องราวระหว่างทางที่เกิดขึ้นนั้นน่าสนใจยิ่งกว่าอะไร

สัญชาตญาณของมนุษย์คือการเอาชีวิตรอด แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัส แม้ความตายอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ขอเพียงยังไม่หมดลมหายใจ ไม่ว่าอย่างไรก็จะมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้

ปากต้องกัดกินเศษซากเนื้อสัตว์ ตีนต้องยืนหยัดถีบตัวเองเพื่อก้าวไปข้างหน้า ฝ่ามรสุมแห่งธรรมชาติที่ไม่ปรานีต่อสิ่งมีชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างกระตุ้นให้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ทุ่มทั้งกายและใจเล่าชีวิตของฮิวจ์ กลาส ออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด

The Revenant PH 3

ชีวิตมนุษย์ทุกคนต้องต่อสู้และดิ้นรน หลายครั้งที่ชีวิตเราต้องประสบกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย เราฟูมฟายถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ และเฝ้ารอให้ปาฏิหาริย์พาเราออกจากเรื่องที่น่าเศร้าเสียที สองมือไม่เริ่มทำ สองขาไม่เริ่มเดิน เราคงจะนอนตายอยู่กลางป่าที่หนาวเหน็บอย่างทุกข์ทรมาน

จากคำกล่าวที่ว่า จงอย่ามองว่าเราขาดอะไร แต่ให้มองว่าเรายังเหลืออะไร บ่อยครั้งสิ่งที่เรามีอยู่มีประโยชน์กับเราเสมอ ใช้ทั้งหมดที่มีแก้ปัญหาไปให้ได้ และสุดท้ายปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นให้เราได้ชื่นชมยินดีอย่างแน่นอน

The Revenant ต้องรอด 10/10 คะแนน