รีวิว Sweet Boy : You are my Sweet Boy !

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Sweet Boy : You are my Sweet Boy !

รีวิว Sweet Boy : You are my Sweet Boy !

 

ชื่อของ โกโก้ นิรุณ ลิ้มสมวงศ์ อาจจะฟังคุ้นหูในฐานะผู้จัดการดาราชื่อดัง ทว่าวันนี้เขากลับเลือกที่จะลองท้าทายกับสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย นั่นก็คือการทำงานเบื้องหลังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ร่วมกับเพื่อนสนิท ณ็อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง ออกมาเป็นผลงานภาพยนตร์วัยรุ่นวัยใสในชื่อเรื่อง Sweet Boy

 

poster

Sweet Boy เล่าเรื่องของ แน๊ค (รับบทโดย ชิม่อน วชิรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์) ชายหนุ่มชั้น ม.6 ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เรียนหนังสือบ้าง เที่ยวเล่นกับเพื่อน ๆ บ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย แน๊คก็ได้รู้จักความรักครั้งแรก และอะไรมันคงจะราบรื่นกว่านี้หากคน ๆ นั้นไม่ใช่ ทอย (รับบทโดย ปาล์ม ณัชชาคัลภ์ เรืองรอง) เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นผู้ชายเหมือนกับเขา

 

06

07

18

11

ความน่าสนใจประการแรกของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การได้เค้าโครงเรื่องมาจากประสบการณ์ในชีวิตของ โกโก้ ผู้กำกับฯ ที่นำเสนอผ่านตัวละครชื่อ แน๊ค เนื้อหนังมีความเป็นหนังวัยรุ่นประเภท Coming of Age คือการที่ตัวละครจะได้เรียนรู้วิชาชีวิตไปพร้อมกับเหตุการณ์ในเรื่อง ซึ่งด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เป็นเส้นตรง คนดูจะเข้าใจความสับสนในตัวเองของแน๊ค และค่อย ๆ คลี่คลายความสับสนนี้ด้วยการกระทำต่าง ๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น

 

04

24

17

08

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือการที่ทีมงานกล้าเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด (อาจมีบางคนเคยผ่านงานโฆษณามาบ้าง) ไม่มีการปรากฏตัวของดาราเบอร์ใหญ่ที่พอจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ชม แต่ถึงอย่างนั้นพระเอกทั้งสองของเรื่องก็มีศักยภาพที่จะแบกรับภาระน้ำหนักของเรื่องได้ค่อนข้างดี

 

25

21

20

ความน่าสนใจอย่างสุดท้ายก็คือ ลูกเล่นการใช้สิ่งของสีม่วงเข้ามาอยู่ในองค์ประกอบแทบทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูเตียง, กระเบื้องผนังห้องน้ำ, กางเกงว่ายน้ำ, บอร์ดนิทรรศการหลังห้องเรียน หรือแม้แต่ฉากเปิดเรื่องฉากแรกที่แน๊คกำลังละเลง (สีน้ำ) สีม่วงลงบนกระดาษ

 

14

16

23

22

ต้องยอมรับว่าในหนังมีฉากติดเรทน้อยกว่าที่อนุมานจากตัวอย่างหนึ่ง ภาพรวมของหนังทำออกมาได้สบายตา เข้าใจง่าย ทว่าขณะเดียวกันก็มีจุดที่สามารถปรับให้ละเมียดละไมได้มากกว่านี้ เช่น สามารถตัดบางฉากและบางตัวละครที่ไม่มีผลต่อเรื่องออกไปได้ หรือบางฉากที่ตัดเข้ามาเล่าแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านก่อนจะตัดไปฉากอื่นแบบห้วน ๆ หรือกับบางฉากที่มีความคล้ายคลึงภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม (2550) อยู่บ้าง ซึ่งเหล่านี้นับเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมองข้ามไปได้สำหรับการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของผู้กำกับฯ

 

02

19

12

สุดท้าย…หนังย้ำว่าการค้นหาตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต ด้านการเรียน ด้านเพื่อนฝูงแวดล้อม หากแต่สิ่งสำคัญก็คือเมื่อเราค้นพบว่าตัวเองมีความย้อนแย้งกับความคาดหวังของสังคม เราจะสามารถรับมือกับมันได้มากน้อยเพียงใด

 

13

09

โดยรวมถือว่า Sweet Boy เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ โกโก้ ที่ทำได้น่าสนใจ และมีข้อชวนให้คิดตามอย่างชัดเจน หากปรับองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังที่กล่าวก็จะมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ดังนั้น คะแนนสำหรับเรื่องนี้จึงขอมอบไว้ที่ 3.5/5 นะครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ