รีวิว Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ
Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ รีวิวภาพยนตร์ รีวิวหนัง

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่รอชมหลังจากที่ได้ข่าวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของผู้หญิงสาวผิวสีสามคนได้เข้าทำงานให้กับองค์กรนาซา ในยุคที่เรื่องเพศและผิวสีกำลังเข้มข้นที่สุดช่วงหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยทุกตารางนิ้ว และทันทีที่เข้าฉายก็ไม่ปฏิเสธที่จะเดินเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ในทันที

Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ ว่าด้วยเรื่องราวที่ไม่ได้รับการเปิดเผยสุดทึ่งของ แคทเธอรีน จอห์นสัน รับบทโดย ทาราจิ พี. เฮนสัน (Taraji P. Henson), โดโรธี วอห์น รับบทโดย ออกเตเวีย สเปนเซอร์ (Octavie Spencer) และ แมรี แจ็คสัน รับบทโดย จาเนล โมเน (Janelle Monáe) สาวแอฟริกันอเมริกันผู้ชาญฉลาดที่ทำงานให้ NASA โดยทำหน้าที่เป็นผู้ระดมสมองในภารกิจที่ยิ่งใหญ่สุดแห่งประวัติศาสตร์ นั่นคือ การส่งมนุษย์อวกาศ จอห์น เกล็นน์ รับบทโดย เกลน โพเวล (Glen Powell) เข้าสู่วงโคจร ซึ่งความสำเร็จนี้จะสร้างความเชื่อมั่นของคนในประเทศให้กลับคืนมา โดยต้องเดินทางรอบ Space Race และเปลี่ยนแปลงโลก หญิงสาวผู้ชาญฉลาดได้ก้าวข้ามผ่านทุกเพศและทุกเชื้อชาติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่าง ๆ คิดฝันการใหญ่

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คงต้องยกให้นักแสดงนำทั้งสามคน ได้แก่ ทาราจิ พี. เฮนสัน, ออกเตเวีย สเปนเซอร์ และ จาแนล โมเน ที่แค่ฉากแรกก็สร้างรอยยิ้มต้อนรับผู้ชมได้เป็นอย่างดี และทั้งสามคนนี้ก็กลายเสาหลักให้ภาพยนตร์มีความน่าสนใจตลอดทั้งเรื่อง ด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปกลายเป็นสามสาวสามสไตล์ที่สนิทกัน แม้ว่าเส้นเรื่องของภาพยนตร์จะเน้นหนักไปที่ ทาราจี พี. เฮนสัน ที่สวมบทบาทเป็น แคทเธอรีน จอห์นสัน แต่ถึงกระนั้นเรื่องราวของเพื่อนอีกสองคนก็ไม่ได้ถูกลดทอนลงไป แต่ละคนต่างมีเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้ชมอย่างเท่าเทียมกัน

เหตุการณ์ในภาพยนตร์เกิดขึ้นในยุคที่สหรัฐอเมริกายังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสีผิวและเพศเป็นหลัก ดังนั้น ภาพยนตร์แทบทั้งเรื่องได้แตะประเด็นนี้ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าสาว ๆ ทั้งสามเสมือนเป็นพลเมืองชั้นที่สองหรือสามของประเทศแห่งเสรีภาพนี้ไปโดยปริยาย ระหว่างที่ชมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐฯ จริง ๆ ใช่หรือไม่ อาทิ การแยกห้องน้ำระหว่างคนผิวขาวและผิวสี การแบ่งแยกห้ามใช้จักรยานส่วนรวมร่วมกัน การแบ่งแยกห้ามใช้เครื่องชงกาแฟร่วมกัน การแบ่งแยกการใช้ห้องสมุด การแบ่งแยกการเข้าเรียนในสถานศึกษา และอีกนานัปการที่จะจินตนาการได้ ซึ่งความรู้สึกของคนผิวสีที่ต้องใช้ชีวิตในลักษณะนี้ก็สามารถส่งผ่านมาถึงผู้ชม และเชื่อได้ว่าในโลกความเป็นจริง สิ่งที่คนผิวสีต้องเผชิญน่าจะรุนแรงต่อจิตใจมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน

โดยส่วนตัวแล้ว ฉากที่พีคที่สุดคงหนีไม่พ้นฉากที่ เควิน คอสต์เนอร์ (Kevin Costner) รับบทเป็น อัล แฮร์ริสัน ระดับหัวหน้าปฏิบัติการเดินถือฆ้อนไปที่หน้าห้องน้ำหญิง และทุบป้ายที่ระบุว่า Colored Ladies Room ทิ้ง ซีนนี้แทบไม่ต้องใช้เพลงช่วยบิ้วอารมณ์แต่อย่างใด แต่น้ำตากลับรื้นและไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งฉากที่ทรงพลังและได้ใจที่สุดในภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นว่าการกำแพงที่แบ่งแยกระหว่างคนสองผิวสีเริ่มพลังทลายลง และทำให้คนสองสองผิวสีได้พูดคุยกันในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกันอย่างที่มันควรจะเป็น

ภาพยนตร์ไม่ได้เน้นไปที่ทฤษฎีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ภาพยนตร์โฟกัสไปที่เรื่องราวของทั้งสามสาวดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ดังนั้น หากใครคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องเข้าใจยาก หรือต้องมีพื้นความรู้เกี่ยวกับอวกาศก่อนเข้าไปดูหรือไม่ แทบไม่มีความจำเป็นเลย ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เปิดประตูต้อนรับให้เด็กสายวิทย์ที่คิดจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ หรือปัญญาชนไอคิวสูงเข้าไปชม แต่ได้เปิดประตูให้ทุกคนที่ต้องการแรงบันดาลใจในชีวิตเข้าไปชมมากกว่า

จากข่าวก่อนหน้านี้ที่หนึ่งในนักแสดงนำของเรื่อง ออกเตเวีย สเปนเซอร์ ถึงกับออกเงินปิดโรงภาพยนตร์และเปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีรายได้น้อยหรือกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสเข้าไปชมนั้น (ออกเตเวีย สเปนเซอร์ เหมาโรงฉาย Hidden Figures ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าชม) ในตอนแรกก็ไม่คิดว่าภาพยนตร์จะมีพลังอะไรที่สร้างกำลังใจให้ขนาดนั้นหรือไม่อย่างไร แต่หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็รู้สึกได้เรียนรู้ ได้เติมเต็ม และได้แง่คิดหลายอย่างจากผู้หญิงสามคนนี้จริง ๆ

แคทเธอรีน จอห์นสัน อดทนอดกลั้นต่อทุกแรงกดดันในหน้าที่การงานจนพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าตัวเธอนั้นมีดีมากกว่าสีผิวและเพศ โดโรธี วอห์น ตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตัวเอง รวมไปถึงดูแลรับผิดชอบงานให้กับลูกทีมคนอื่น ๆ โดยไม่ทิ้งกัน แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นหัวหน้าก็ตาม แมรี แจ็คสัน เจอข้อจำกัดเรื่องสีผิวและเพศกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถทำให้เธออยู่ในตำแหน่งงานที่อยากจะทำได้ ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ หาหนทางทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองตามกติกาที่ฝ่ายบุคคลได้ตั้งไว้ เมื่ออัจฉริยะไม่เกี่ยวกับชนชาติ ความเข้มแข็งไม่ได้ดูที่เพศ และความกล้าหาญนั้นไร้ขีดจำกัด ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวมานี้คือแรงสำคัญที่สร้างสรรค์กำลังใจให้กับทุกคนได้ดียิ่ง

กล่าวโดยสรุปแล้ว โดยส่วนตัวคิดว่า Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ ทำออกมาได้ประทับใจสมกับการรอคอยกว่าสองเดือนเต็มทีเดียว เรื่องราวที่เล่าเรื่องออกมาได้หลากหลายมิติ สามารถเกลี่ยบทของทั้งสามตัวละครออกมาได้อย่างลงตัว แต่ละคนมีปัญหาของตัวเอง และแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างสุดความสามารถ นักแสดงทั้งสามก็เล่นได้สมบทบาทอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวอัตชีวประวัติที่ดูไม่ยากและไม่ซับซ้อนแล้วละก็ Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ จะทำให้คุณอมยิ้มอย่างมีความสุขได้ตลอดทั้งเรื่องเลยทีเดียว

Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ 4.5/5 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ขอขอบคุณโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า ที่มอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์คมชัดทั้งภาพและเสียงให้ชมภาพยนตร์อย่างเต็มอรรถรส