รีวิวภาพยนตร์ Sagrada Reset 2 อวสาน คนเปลี่ยนเวลา

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิวภาพยนตร์ Sagrada Reset 2 อวสาน คนเปลี่ยนเวลา

สุมิเระ โซมะ ฟื้นขึ้นมาจากความตายในท้ายที่สุด พร้อมกับบทสนทนาที่ อาซาอิ เคย์ และผู้ชมทุกคนถึงกับต้องตื่นตกใจกันเลยทีเดียว ว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นแผนการที่ตัวเองได้วางไว้ พร้อมกับบอกว่าความสามารถพิเศษของตัวเองนั้นคือตาทิพย์ที่มองเห็นอนาคตได้ และบอกด้วยว่าตัวเองเป็นผู้มองเห็นอนาคตรุ่นที่สองอีกด้วย ทิ้งท้ายไว้แบบนี้ก็ทำให้อดใจรอชมภาคจบไม่ไหวเสียแล้ว และ Mono Film ก็ไม่ทำให้ผู้ชมต้องรอนาน เข็นภาคสองเข้าฉายให้ชมอย่างต่อเนื่องต้นเดือนมิถุนายนนี้

Sagrada Reset 2 อวสาน คนเปลี่ยนเวลา ว่าด้วยเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคแรกที่ได้ทิ้งปมปริศนาที่สร้างความสับสนให้กับ อาซาอิ เคย์ ถึงคำพูดของ โซมะ สุมิเระ ที่ได้พูดทิ้งไว้ ในขณะที่คำเตือนของผู้มองเห็นอนาคตได้พูดถึงผู้สืบทอดคนต่อไปที่อยู่ใกล้ตัวของเขาอีกด้วย พร้อมกับเหล่าผู้มีพลังพิเศษในเมืองจะต้องหวั่นใจ เมื่ออันตรายครั้งใหม่มาถึง และอาจจะทำให้พลังพิเศษของทุกคนในเมืองหายไป

จุดเด่นในภาพยนตร์เรื่องนี้เห็นจะหนีไม่พ้นตัวละครสาว สุมิเระ โซมะ รับบทโดย ยูนะ ทาอิระ (Yuna Taira) ที่มีบทบาทมากกว่าภาคที่แล้วอย่างน่าตกใจ เนื่องจากปมที่ผูกเรื่องไว้ในภาคที่แล้ว มาในภาคนี้เธอจะต้องออกมาคลี่คลายปมให้ผู้ชมและตัวละครในเรื่องให้เข้าใจ พร้อมกับการปรากฏตัวของตัวละครใหม่อย่าง มาซามุเนะ อุราจิ รับบทโดย มิทสึฮิโระ โออิคาวะ (Mitsuhiro Oikawa) นักแสดงมากความสามารถที่เคยผ่านการแสดงซีรีส์และภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่องมาสร้างสีสันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ลดทอนความราบเรียบของเรื่องลงไปได้บ้าง

ในช่วงต้นของภาพยนตร์เรียกความน่าสนใจจากการเผชิญหน้าของตัวละครที่ไม่ธรรมดาอย่าง สุมิเระ โซมะ และ มาซามุเนะ อุราจิ แม้ผู้ชมจะรู้แล้วว่าฝ่ายหญิงมีพลังตาทิพย์ที่หยั่งรู้อนาคตได้ แต่ฝ่ายชายกลับไม่มีข้อมูลใด ๆ และด้วยบุคลิกที่ดูกวนประสาทแบบนั้นก็ทำให้คาดเดาได้ถึงความไม่ธรรมดา การที่ทั้งสองได้เผชิญหน้ากันปะทะคารมกันก็ถือได้ว่าสามารถแย่งซีนตัวละครเก่า ๆ ที่ยังไม่แสดงความหวือหวาใด ๆ จากภาคแรกได้ดีทีเดียว

ทว่าด้วยความที่ Sagrada Reset ทั้งสองภาคเป็นภาพยนตร์แนวดรามา เรื่องราวที่สร้างมาจากไลท์โนเวลจึงอัดแน่นอยู่ในภาพยนตร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ประกอบกับภาพยนตร์ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยแล้ว หากผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์แบบซับไตเติล อาจจะต้องใช้สมาธิค่อนข้างมากทีเดียว ในการอ่านความหมายพร้อมกับการทำความเข้าใจเนื้อเรื่องที่ดูเหมือนว่าการเรียงลำดับฉากหรือเรื่องราวอาจจะถูกจริตกับคนญี่ปุ่น แต่อาจจะไม่ใช่แนวของคนไทยสักเท่าไรนัก

โดยส่วนตัวคาดหวังว่าในภาคนี้น่าจะได้เห็นการใช้พลังพิเศษที่มากขึ้นกว่าภาคที่แล้ว กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ก็ไม่เป็นไปตามหวังเท่าที่ควร และดูเหมือนว่าการใช้พลังพิเศษอาจจะปรากฏให้เห็นน้อยกว่าในภาคแรกเสียด้วยซ้ำ แต่ภาพยนตร์กลับเน้นเรื่องการการวางแผนและแก้เกมกันระหว่างฝ่ายพระเอกที่ล่วงรู้แผนการสุดอัตรายของฝ่ายผู้ร้ายเสียมากกว่า เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว โดยส่วนตัวก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่าในจุดนี้ผู้กำกับน่าจะทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจให้อรรถรสความบันเทิงอารมณ์กระตุ้นต่อมความสดชื่นได้มากกว่านี้

กล่าวโดยสรุปแล้ว Sagrada Reset 2 อวสาน คนเปลี่ยนเวลา เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชมที่ดูภาคแรกมาแล้ว เรื่องราวจะจบลงอย่างไรก็ไม่ควรพลาดภาคนี้โดยเด็ดขาด และภาพยนตร์เรื่องนี้ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะตีตั๋วเข้าไปชมภาคแรกมาก่อน หรืออย่างน้อยที่สุดควรจะมีแบ็กกราวนด์จากภาคแรกมาบ้าง เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผู้กำกับเตรียมพร้อมจะส่งมอบให้ผู้ชมรัว ๆ ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญที่สุดแฟน ๆ ยูนะ ทาอิระ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเธอคือความสุกกวาววาววับจับจิตชายหนุ่มให้เคลิ้มไปกับรอยยิ้มและเสียงพูดไพเราะเสนาะหู และดังที่กล่าวไปแล้วว่าเธอเสมือนเสาหลักที่สำคัญยิ่งที่ทำให้ยังคงติดตามเรื่องราวจนจบเรื่องได้

Sagrada Reset 2 อวสาน คนเปลี่ยนเวลา เข้าฉายแล้ววันนี้