รีวิว Wonder Woman : วันเดอร์ วูแมน

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Wonder Woman : วันเดอร์ วูแมน

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Wonder Woman ซูเปอร์ฮีโร่ลำดับที่ 3 แห่งจักรวาล DC ที่จะได้มีหนังเดี่ยวขนาดยาวของตัวเองก่อนเข้าร่วมทีม Justice League ในช่วงปลายปี โดยภาพยนตร์ Wonder Woman เป็นผลงานการกำกับของหญิงเก่งมากความสามารถอย่าง แพทตี้ เจนคินส์

Wonder Woman เป็นเรื่องราวของ ไดอาน่า (รับบทโดย กัล กาดอต) เจ้าหญิงแห่งเทอมิสกีร่า เธอและชนเผ่าอาศัยอยู่บนเกาะห่างไกลและถูกปกป้องไว้จากโลกภายนอก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เครื่องบินของชาวอเมริกันบินมาตกในบริเวณใกล้เคียง กัปตันสตีฟ เทรเวอร์ (รับบทโดย คริส ไพน์) จึงกลายเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ย่างกร่างเข้าสู่ดินแดนพิเศษแห่งนี้ การมาถึงของสตีฟทำให้ไดอาน่าได้รับรู้ถึงการต่อสู้อันรุนแรงที่โลกภายนอก เธอจำต้องตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเพื่อออกไปหยุดยั้งภัยสงครามร่วมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในนาม Wonder Woman

เรียกได้ว่าเป็นปฐมบทอีกหน้าหนึ่งของค่าย DC ที่เราจะได้เห็นฮีโร่ผู้หญิงเป็นตัวละครหลักในการกอบกู้โลก ซึ่งภาพยนตร์ Wonder Woman ได้ทำหน้าที่หลัก ๆ อยู่ 2 ประการด้วยกัน คือ 1.) บอกเล่าประวัติที่มาที่ไปของ Wonder Woman และ 2.) ปูทางไปสู่ภาพยนตร์ Justice League

ในภาพยนตร์ ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครฮีโร่สาวผ่านมุมมองของผู้กำกับเพศหญิง ทั้งในมุมมองแบบเหมารวม (ผู้ชายทั้งโลก) ในช่วงต้นเรื่อง ก่อนที่เธอจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากมนุษย์เพศชาย (พระเอกนั่นแหละ !) ส่งผลให้ภาพยนตร์มีอรรถรสแบบ Coming of Age ที่ตัวละครจะมีพัฒนาการทางความคิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผสมผสานกับฉากต่อสู้สุดระห่ำ นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายของหนังเทพปกรณัม หนังโรแมนติก หนังดราม่า เจือปนด้วยความอีโรติกนิด ๆ ในบางฉาก (ซึ่งก็เล่าผ่านกระบวนการคิดแบบผู้หญิงอีกเช่นกัน)

โดยรวมภาพยนตร์ได้สะท้อนให้เห็นถึงความหดหู่จากภัยสงครามซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการปรับตัว จนบางครั้งเราอาจต้องละทิ้งความเชื่อเดิม ๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นก็ตาม

จุดเด่น

– ตัวละครมีพัฒนาการทางความคิดอย่างสมเหตุสมผล ทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร

– ฉากต่อสู้มีความตื่นตาตื่นใจ ภาพที่ตัดต่อออกมามีความสวยงามด้วยจังหวะการเล่าเรื่องและแสงสี

– พล็อตเรื่องมีความแปลกใหม่ ไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่ใช้วิธีการนำเสนอแบบ Coming of Age นอกจากนี้ยังไม่บ่อยนักที่ภาพยนตร์จะชูตัวละครเอกฝ่ายหญิงในฐานะฮีโร่ผู้ปกป้องโลก และมีพลังเหนือเพศชาย

จุดอ่อน

– ตัวหนังมีความผสมปนเปของภาพยนตร์หลาย ๆ แนว ซึ่งอาจทำให้แฟนหนังที่คาดหวังการต่อสู้อันดุเดือดรู้สึกเบื่อหน่ายได้เล็กน้อย

– คอสตูมในเรื่องไม่ได้เน้นโชว์เนื้อหนังของนางเอก…ผู้ชมหนุ่ม ๆ ที่อยากเห็นความเซ็กซี่ของเธออาจจะไม่อิ่มอกอิ่มใจเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม…ในหนังมีฉากเอาใจสาว ๆ ด้วยนะ !

และขอบอกด้วยความหวังดีว่า…ภาพยนตร์มีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงควรเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ เพื่อจะได้ไม่เสียอรรถรสระหว่างการชมทั้งของตนเองและผู้อื่น และอย่างไรก็ตาม…ภาพยนตร์ไม่มีเนื้อเรื่องหลัง End Credit ชมภาพยนตร์จบแล้วสามารถลุกได้เลย (หรือใครอยากจะนั่งชมเครดิตทีมงานก็ไม่ว่ากันนะ)

ท้ายที่สุดนี้ ขอให้คะแนนภาพยนตร์ Wonder Woman ไว้ที่ 4/5 นะครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ