รีวิว The Mummy

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว The Mummy

เป็นอีกหนึ่งตัวละครผีที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีสำหรับ มัมมี่ ปีศาจร้ายที่มักมาพร้อมกับคำสาปที่เกี่ยวเนื่องกับชนชาติอียิปต์โบราณ ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ระดับโอท็อปของลุ่มแม่น้ำไนล์เมื่อยามถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งในปีนี้ผู้กำกับ อเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมน (Alex Kurtzman) ก็ได้แนวคิดเกี่ยวกับผีต้องคำสาปตนนี้กลับมาตีความใหม่เพื่อให้โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งหนึ่งในชื่อเรื่องว่า The Mummy

The Mummy เล่าเรื่องราวของ นิค รับบทโดย ทอม ครูซ (Tom Cruise) และ เจนนี่ รับบทโดย แอนนาเบล วอลลิซ (Annabelle Wallis) ที่ค้นพบสุสานอารยธรรมอียิปต์โบราณที่ดินแดนตอนเหนือของประเทศประเทศอิรัก ด้วยความสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงมีสุสานอียิปต์อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ เจนนี่จึงตัดสินใจนำโลงศพลึกลับกลับไปตรวจสอบที่ประเทศอังกฤษ โดยหารู้ไม่ว่าวิญญาณที่ชั่วร้ายของ เจ้าหญิงอาร์มาเนท รับบทโดย โซเฟีย โบเทลลา (Sofia Boutella) ได้ถูกปลดปล่อยออกมา และเธอก็หมายตาจะใช้ร่างของนิคเป็นที่สิงสถิต เซ็ท เทพเจ้าแห่งความตายที่เธอบูชา

กล่าวได้ว่า…นี่เป็นการนำเรื่องราวของมัมมี่มาตีความใหม่โดยสิ้นเชิง เพราะด้วยตัวเนื้อเรื่องแทบไม่ได้เข้าไปพัวพันกับดินแดนไอยคุปต์ในยุคปัจจุบัน หากแต่วางโลเกชั่นหลักให้เกิดเรื่องสยองขวัญในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว กระชับ เข้าใจง่าย ทั้งนี้…ตัวหนังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์มัมมี่ทั้ง 3 ภาคที่เคยทำเป็นภาพยนตร์มาก่อนหน้านี้

แม้ว่าแนวหลักของภาพยนตร์จะเป็นหนังผีระทึกขวัญ หากระหว่างการรับชมผู้ชมจะได้อรรถรสความเป็นหนัง Sci – Fi ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่ที่ผู้ชมจะได้เห็นการนำวิทยาศาสตร์มาบูรณาการกับเรื่องผี ๆ สาง ๆ อย่างมีระบบ และเป็นเหตุเป็นผล อีกนัยหนึ่ง…ขึ้นชื่อว่า ทอม ครูซ แสดงนำแล้ว…คงหนีไม่พ้นซีนคอเมดีและซีนแอคชั่นที่มักจะแทรกเข้ามาในเรื่องอยู่เรื่อย ๆ จนถือได้ว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ผู้ชมจะได้พบจากภาพยนตร์เรื่องนี้

The Mummy กำลังชี้ให้เห็นว่าในขาวล้วนมีดำ และในดำล้วนมีขาว มนุษย์เรามีหลายมุมมองและความคิดขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถควบคุมและเลือกที่จะเปิดเผยด้านใดออกมาให้ปรากฏแก่สายตาผู้อื่น ดังนั้นในบางครั้งเราจึงอาจเห็นคนดีทำในสิ่งที่ผิดพลาด เช่นเดียวกับคนที่นิสัยไม่ดีที่อาจแสดงความอ่อนโยนและความเสียสละออกมาเมื่อคราวจำเป็น การทำความเข้าใจและยอมรับระหว่างบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่หล่อหลอมให้แต่ละฝ่ายดำรงอยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

จุดเด่น

– หนังมีการตีความใหม่ เล่าถึง มัมมี่ผู้หญิงที่ตัดสินใจบูชาเทพเจ้าแห่งความตายเพื่อแก้แค้น ซึ่งแตกต่างจากภาพจำเดิม ๆ ที่ผู้ชมจะนึกถึงมัมมี่ผู้ชาย

– การทำ CG สวยงามตระการตา ให้ความรู้สึกลุ้นระทึกร่วมไปกับตัวละครได้เป็นอย่างดี

– มีการตีความให้วิทยาศาสตร์สามารถรับมือกับสิ่งเร้นลับได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากสูตรสำเร็จของหนังผีทั่วไป ตลอดจนมีความเป็นหนังในแบบฉบับ ทอม ครูซ จนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังเฉินหลงเวอร์ชั่นฮอลลิวูด

จุดอ่อน

– เสน่ห์ของมัมมี่ค่อนข้างน้อย เพราะการตีความใหม่ที่มัมมี่สามารถสร้างบริวารได้ด้วยการจับจูบ (เพื่อดูดพลังชีวิต) ทำให้เหยื่อกลายเป็นซอมบี้เดินกันเกลื่อนกลาดตลอดทั้งเรื่อง

– เนื้อเรื่องในหลาย ๆ ส่วนไปไม่สุดทาง มีปมชวนให้คิดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ตัวละครทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร บางกรณีอาจมีทางออกที่ดีกว่านี้ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้อาจมีการสร้างหนังภาคต่อได้ในอนาคต

สุดท้ายนี้…ขอให้คะแนนภาพยนตร์ The Mummy ไว้ที่ 3.5/5 ครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ