รีวิว Transformers: The Last Knight อัศวินรุ่นสุดท้าย

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Transformers: The Last Knight อัศวินรุ่นสุดท้าย

เดินทางมาถึงภาคที่ 5 กันแล้วสำหรับแฟรนไชส์ภาพยนตร์ดังอย่างเรื่อง Transformers ซึ่งในภาคนี้ชื่อว่า Transformers: The Last Knight อัศวินรุ่นสุดท้าย ซึ่งเป็นการแตกเรื่องจากแก่นเรื่องหลักของแฟรนไชส์ทรานฟอร์เมอร์ส และให้คำจำกัดความวีรบุรุษใหม่ มนุษย์และทรานส์ฟอร์เมอร์ส์อยู่ในสงคราม ออพติมัส ไพร์ม จากไป การปกป้องอนาคตของเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์ขึ้นอยู่กับความลับในอดีต ที่ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ทรานส์ฟอร์เมอร์สบนโลกใบนี้ การพิทักษ์โลกตกอยู่ในกำมือของพันธมิตรอย่าง เคด เยเกอร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) บัมเบิ้ลบี และขุนนางอังกฤษ (เซอร์ แอนโธนี ฮ็อปกินส์) และวิเวียน ศาสตราจารย์จากอ็อกซ์ฟอร์ด (ลอร่า แฮดด็อก)

ทรานส์ฟอร์เมอร์ในภาคนี้ได้เล่าเรื่องราวไปถึงประวัติศาสตร์ในยุคของคิงอาเธอร์ อันมีอัศวินโต๊ะกลม และพ่อมดเมอร์ลินร่วมอยู่ด้วย เริ่มจากคิงอาเธอร์กำลังจะพ่ายแพ้ศึกครั้งใหญ่ โดยได้ฝากความหวังไว้กับพ่อมดเมอร์ลินที่รับปากว่าจะไปหาผู้วิเศษมาช่วยในการทำศึกครั้งนี้ ผู้วิเศษที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือเหล่าทรานส์ฟอร์เมอร์นี่เอง ด้วยความอ้อนวอนของพ่อมดเมอร์ลิน ทำให้ทรานส์ฟอร์มอบไม้เท้าให้เมอร์ลิน พร้อมกำชับว่าต้องดูแลปกป้องไม้เท้าให้ดี และให้หุ่นยนต์มังกรทรานส์ฟอร์เมอร์ 3 หัว ไปช่วยรบจนฝ่ายของคิงอาเธอร์เป็นผู้ชนะ แล้วเรื่องราวก็ตัดมาที่ตอนปัจจุบันที่พ่อม้ายนักประดิษฐ์ถูกหมายหัวจากทางการ เนื่องจากไม่มี ออพติมัสอยู่ปกป้องโลกแล้ว และถือว่าทรานส์ฟอร์เมอร์ทุกตัวเป็นศัตรูต่อชาวโลก

สิ่งที่น่าประทับใจใน Transformers: The Last Knight ก็คือฉากบู๊สนั่น ระเบิดภูเขา เผากระท่อม ยังคงมีอย่างเต็มเปี่ยมตามสไตล์ไมเคิล เบย์ และยังคงให้ความมันจนแทบไม่อยากกระพริบตา ซีจีจัดเต็มจนสามารถทำให้หลุดเข้าไปในโลกของทรานส์ฟอร์เมอร์ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเรื่องของตัวละครที่ยังคงความเท่ มีเสน่ อย่าง ออพติมัส ไพรม์ ที่ถึงแม้จะออกมาน้อยและยอมแพ้ต่ออุปสรรคง่ายเกินไป แต่ออกมาแต่ละครั้งก็ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดได้เลย ส่วน บัมเบิลบี ก็ยังคงความน่ารักไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือได้เปิดเผยความสามารถที่อดีตเคยเป็นนักรบที่น่าเกรงขาม ด้วยการรบที่แข็งแกร่ง และโหดเหี้ยมอีกด้วย และยังมีตัวละครหุ่นยนต์ตัวใหม่มาสร้างรอยยิ้ม ความน่ารักให้ก็คือ เจ้าหุ่นรถกระป๋องตัวจิ๋วสีฟ้า ที่มาพร้อมเจ้าของเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่สูญเสียครอบครัวจากการรุกรานของเหล่าดีเซปติคอนส์ ตัวละครสำคัญอีกตัวก็คือเหล่าอัศวินทรานฟอร์เมอร์ ที่สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก

แต่ใน Transformers: The Last Knight ยังก็มีสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลหลายประการ ทั้งในเรื่องของการดำเนินเรื่องใส่รายละเอียดเรื่องราวในเรื่องจนทำให้มากเกินไป ไม่ประติดประต่อกัน มีความโดดไปโดดมา เรื่องการปะทะกันระหว่างฝ่ายออโตบอทกับดีเซปติคอนส์ที่สโตนเฮนจ์ก็ไม่สมจริง ขณะที่กำลังยิงกัน สโตนเฮนจ์กลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย อีกทั้งยังมีเรื่องความย้อนแย้งระหว่างความสัมพันธ์ของวิเวียน (ลอร่า แฮดด็อก) กับพ่อ ที่ว่ามีตอนหนึ่งพ่อห้ามวิเวียนแตะต้องของในห้อง จนทำให้เกิดเป็นปมในใจ แล้วลูกเกลียดพ่อ แต่พอถึงตอนย้อนความความทรงจำไปค้นหาไม้เท้าของเมอร์ลิน กลับกลายเป็นว่าพ่อกับลูกเข้ากันดี และยังมีอีกหลายจุดที่ยังขาดความสมเหตุสมผลอยู่

อย่างไรก็ตาม หากเป็นแฟนภาพยนต์ทรานฟอร์เมอร์ที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกหรือคนที่ไม่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้เลย บอกได้เลยว่าสมควรตีตั๋วเข้าไปดูเลย แม้ว่าเรื่องราวจะไม่ค่อยมีความสมเหตุสมผลอยู่หลายอย่าง แต่ว่าด้วยเรื่องการสร้าง ไม่ว่าจะเป็นฉาก ตัวละคร ยอมรับว่ายิ่งใหญ่ และให้ความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้งมุกจิกกัดในการสนทนาของเหล่าโรบอทก็ยังยียวน กวนประสาท สร้างเสียงหัวเราะได้ดี และถึงแม้ว่าตอนจบจะเป็นสูตรสำเร็จธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่ในเรื่องราวที่ดำเนินกว่าจะไปถึงตอนจบก็ยังทำให้คนดูลุ้นไปด้วย สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือตอนจบ ที่รับประกันเลยว่า Transformers จะต้องมีภาคต่อไปอย่างแน่นอน

Transformers: The Last Knight อัศวินรุ่นสุดท้าย 3/5 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์