รีวิว 20th Century Women

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว 20th Century Women
20th Century Women Annette Bening Elle Fanning Greta Gerwig รีวิวหนัง เกรตา เกอวิก แอนเน็ต เบนิง แอล แฟนนิง

ภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่มีผู้คนกล่าวถึงกันเป็นอย่างมาก สำหรับภาพยนตร์เรื่อง 20th Century Women ทั้งในแง่ของตัวบท ตัวละคร ฉาก และวิธีการดำเนินเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญภาพยนตร์เรื่องนี้ยังจำกัดการเข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ HOUSE RCA เท่านั้น ยิ่งทำให้มีความอยากดูมากขึ้นไปอีก

20th Century Women ว่าด้วยเรื่องราวของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสูงวัย โดโรธี ฟิลด์ รับบทโดย แอนเน็ต เบนิง (Annette Bening) ที่ต้องดูแลลูกชายวัยรุ่น เจมี รับบทโดย ลูคัส เจด ซูมานน์ (Lucas Jade Zumann) เพียงลำพังในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมอเมริกัน ลูกชายของเธอจะต้องเลือกทางเดินชีวิต สัมผัสกับความรักครั้งแรก และรับมือกับความเจ็บปวด โดยให้ จูลี รับบทโดย แอล แฟนนิง (Elle Fanning) เป็นเพื่อนของลูกชาย และแอบบี้ รับบทโดย เกรตา เกอวิก (Greta Gerwig) มาช่วยสอนการใช้ชีวิตและดูแลเจมี

ประเด็นสำคัญที่หนังต้องการจะสื่อก็คือ การเติบโตของตัวละครในแต่ละตัวที่จะต้องก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์ เรื่องของ เจมี ที่เป็นวัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่าน โดโรธี แม่สูงวัยที่กำลังเข้าสู่วัยชรา แอบบี้ สาววัยเจริญพันธ์ุที่กำลังจะถูกตัดมดลูก ไม่สามารถมีลูกได้ ทั้งสะท้อนให้เห็นว่าสภาพวัฒนธรรม สังคมและเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ไม่มีใครหลบเลี่ยงได้ ในแต่ละยุค แต่ละสมัยก็ล้วนแล้วแต่ผจญกับพิษเศรษฐกิจ ดังเช่นในเรื่องที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

ในขณะเดียวกันตัวเรื่องยังได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว การที่เด็กผู้ชายถูกเลี้ยงมาโดยผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและหาได้น้อยในสังคมสมัยนั้น ทำให้ครอบครัวนี้โหยหาความสมบูรณ์แบบ เพราะคิดว่าครอบครัวตนเองไม่เหมือนครอบครัวอื่น จึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมา

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นประเด็นสำคัญที่หนังต้องการจะพูดถึงก็คือ การคิดแทนคนอื่น ดังเช่น โดโรธี ที่คิดแทน เจมี ว่าจะต้องได้รับสิ่งที่สมควรจะได้ ทั้งการเติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัว การมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ผู้เป็นแม่ทำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ลูกชายต้องการ หารู้ไม่ว่าลูกชายพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่อยู่แล้ว ทำให้ได้รู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินคนอื่นว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะมันแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน ที่สุดแล้วทำให้คิดได้ว่าทุกอย่างต้องมีความพอดี พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี นั่นก็ทำให้มีความสุขได้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความซับซ้อนของเพศหญิง เรื่องเฟมินิสต์ ที่ในหนังใส่มาค่อนข้างมาก ผู้หญิงต้องมีสิทธิเท่ากับผู้ชาย เสมือนได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษาไปในตัว

ข้อดีของ 20th Century Women ก็คือทั้งตัวหนัง ตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักแสดงสาวแอล แฟนนิง ที่ดึงดูดความน่าสนใจได้เป็นอย่างมาก และฉากก็ล้วนแต่มีเสน่ห์ให้กลิ่นอายยุคอนาล็อกที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี นักแสดงเข้าถึงบทบาท เรียกว่าน้อยแต่มาก เสื้อผ้าหน้าผมดูมีเอกลักษณ์ สะท้อนวิถีชีวิตของคนอเมริกันในยุคนั้นได้ดี เพลงประกอบภาพยนตร์แต่ละเพลงก็เพราะ มีนัยซ่อนเร้นให้ได้คิดตาม อีกทั้งต้องชมเรื่องการรับส่งอารมณ์ที่ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย

อย่างไรก็ตาม 20th Century Women ก็ยังมีบางฉากบางตอนที่เอื่อยเฉื่อยอยู่บ้าง แต่ก็มีไม่มากจนทำให้หนังหมดสนุก ประเด็นที่สำคัญของเรื่องยังมีอีกอย่างคือ ควรปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีใครสามารถกำหนดกะเกณฑ์ให้ชีวิตของเราเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องการได้ เพราะจังหวะชีวิตของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ความแตกต่างจะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์

20th Century Women 4.5/5 คะแนน มีกำหนดเข้าฉายในไทยวันที่ 29 มิถุนายน เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA เท่านั้น