รีวิว Spider-Man: Homecoming

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Spider-Man: Homecoming

หลังจากไปเปิดตัวพร้อมออกลีลาการต่อสู้ใน Captain America: Civil War (2016) มาแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาของซูเปอร์ฮีโร่ชักใยสไปเดอร์แมนเสียที สำหรับ Spider-Man: Homecoming การกลับมาคราวนี้เป็นการกลับมาสู่อ้อมอกค่ายมาร์เวลอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะไม่มีการย้ายตัวละครสไปเดอร์แมนไปที่ไหนอีก จึงทำให้แฟนๆ ส่วนใหญ่จุดพลุกันล่วงหน้าไว้เลยว่าสไปเดอร์แมนต้องมีภาคต่อแน่นอน

Spider-Man: Homecoming ว่าด้วยเรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ รับบทโดย ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ต้องแบ่งเวลาชีวิตระหว่างการเป็นเด็กหนุ่มไฮสคูล และการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในนามสไปเดอร์แมน โดยมี ไอรอนแมน หรือโทนี่ สตาร์ค รับบทโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert John Downey, Jr.) เป็นพี่เลี้ยงฝึกฝนสไปดี้น้อยให้กลายเป็นสไปเดอร์แมน ซูเปอร์ฮีโร่คนต่อไปที่จะเข้าทีม Avengers ในอนาคต

เมื่อกลับเข้ามาในบ้านมาร์เวลอย่างเป็นทางการแล้ว นั่นหมายถึงโลกของสไปเดอร์แมนย่อมเปลี่ยนไป ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เติบโตมาในโลกที่มีซูเปอร์ฮีโร่เกลื่อนเมือง ทั้งไอรอนแมนเอย กัปตันอเมริกาเอย จึงทำให้หนุ่มน้อยสไปดี้อยากใช้ความสามารถในการชักใยแมงมุมของตัวเองไปเป็นฮีโร่เหมือนกัน อย่างที่เคยเห็นสไปเดอร์แมนไปต่อสู้กับเหล่าฮีโร่ในพาร์ทของ Captain America: Civil War (2016) มาแล้ว

แต่จุดเริ่มต้นของสไปเดอร์แมนในเวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้ปรากฏบอกความเป็นมาของสไปเดอร์แมนเหมือนเวอร์ชั่นอื่นๆ หากแต่เริ่มด้วยชีวิตของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ได้กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ออกไปช่วยเหลือผู้คนแล้ว ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นการใช้ชีวิตประจำวันของหนุ่มน้อยที่อาศัยอยู่กับป้าเมย์ รับบทโดย (Marisa Tomei) แล้วไปโรงเรียน เรียนหนังสือ มีปั๊บปี้เลิฟ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ปีเตอร์กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเป็นฮีโร่ทำความดีนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากเพื่อนสาวคนสวยนามว่า ลิซ อัลเลน รับบทโดย ลอร่า แฮร์ริเออร์ (Laura Harrier) ซึ่งสไปดี้นั้นแอบหลงรักสาวเจ้าอยู่ ด้วยตัวบทใน Spider-Man: Homecoming นั้นยังไม่ได้มีการเปิดปมของเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะเพิ่งจะเป็นการต้อนรับการกลับมาของสไปเดอร์แมน เข้าสู่จักรวาลของ Avergers เท่านั้น

สิ่งที่ทำให้สไปเดอร์แมนในเวอร์ชั่นนี้มีความน่าสนใจก็คือ ความเป็นธรรมชาติของตัวบทที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละครหรือที่เรียกว่า coming of age ซึ่งสไปดี้น้อยต้องใช้ชีวิตวัยรุ่นให้สมดุลกับชีวิตการเป็นฮีโร่ ต้องเสียสละ ช่วยเหลือผู้คน สิ่งสำคัญอีกประการก็คือสไปเดอร์แมนในเวอร์ชั่นมาร์เวล ได้สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ชอบมากเป็นพิเศษคือความตลก ขี้เล่น น่ารักน่าเอ็นดู ติดดิน ส่งให้สไปเดอร์แมนได้ใจแฟนๆ เพิ่มไปอีกมากโข แต่อาจจะติดตรงที่เด็กอายุ 16 ทำไมโตเร็วขนาดนี้ กล้ามนี้เป็นมัดๆ เลยทีเดียว

ส่วนในพาร์ทของตัวร้าย อย่างวัลเจอร์ รับบทโดย ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) ก็มีความเท่และเก่งมาก เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่าสไปดี้น้อยของเราจะเอาอะไรไปสู้กับเขา แต่ก็แน่นอนว่าสไปเดอร์แมนเป็นพระเอกของเรื่องก็ต้องเอาชนะตัวร้ายอยู่แล้ว อีกทั้งตัวร้ายในเรื่องนี้ยังเผยให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่ค่อนข้างเรียล สัมผัสได้ และยังมีเหตุผลสุดเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาหนุ่มน้อยสไปเดอร์แมนต้องชั่งใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับตัววัลเจอร์ ส่วนตัวละครอีกตัวที่เข้ามามีบทบาทในเรื่อง ไอรอนแมนหรือโทนี่ สตาร์ค ที่ดูท่าจะไม่ค่อยใยดีเด็กในสังกัดตัวเองสักเท่าไร แต่ก็ยังคงความเป็นฮีโร่อยู่ตลอด ทั้งยังมีคำคมเท่ๆ คูลๆ ให้ไว้เตือนใจสไปเดอร์แมนอีกด้วย

อีกหนึ่งฉากสำคัญที่ถูกเผยแพร่ออกไปแล้วก็คือฉากในร้านอาหารไทยที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ติดอยู่ร้าน ทำเอาผู้ชมหลายคนน้ำตาซึม เซอร์ไพรส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้สมกับคำว่า Homecoming เป็นอย่างมาก เพราะยังจะมีเซอร์ไพรส์ตัวละครหนึ่งที่หายหน้าไปนานมากมาปรากฏตัวในเรื่องนี้ ขอบอกใบ้ว่ามีความเกี่ยวพันกับโทนี่ สตาร์คเต็มๆ และขาดไม่ได้คือคุณปู่ สแตน ลี ที่มักจะมาแจมในหนังของมาร์เวลเกือบทุกเรื่องไม่เว้นเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนใครที่รอเอนเครดิต ขอบอกไว้ก่อนว่าเราเตือนคุณแล้ว เชื่อว่ากัปตันอเมริกาจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

กล่าวโดยสรุปคือ Spider-Man: Homecoming เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ขอนิยามคำว่าครบรส ทั้งสุข เศร้า ขำขัน อีกทั้งฉากบู๊แอคชั่น ซีจีต่างๆ ก็สมราคามาร์เวล แม้จะมีความเป็นธรรมชาติมากแค่ไหน แต่เมื่อดูแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ถึงกับต้องร้องว้าว ก็ต้องรอดูภาคต่อไปว่าจะมีเรื่องราวดำเนินต่อไปอย่างไร เชื่อว่าคงไม่ทำให้เสียชื่อมาร์เวลแน่นอน

Spider-Man: Homecoming 4/5 คะแนน มีกำหนดเข้าฉายในไทย 6 กรกฎาคมนี้

LIVE บรรยากาศงานกาล่าพรีเมียร์เปิดตัวภาพยนตร์ Spider-Man: Homecoming