Brittany Snow Bushwick Cary Murnion Christian Navarro Dave Bautista Jonathan Milott รีวิวหนัง สู้ยึดเมือง

รีวิว Bushwick สู้ยึดเมือง

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Bushwick สู้ยึดเมือง

จากผลงานการกำกับภาพยนตร์ซอมบี้สุดวายป่วงอย่าง Cooties (2014) ของผู้กำกับ Cary Murnion และ Jonathan Milott ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ด้วยเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างแหวกแนวจึงสร้างสีสันให้วงการภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี จนมาถึงปีนี้ทั้งคู่ได้เปลี่ยนแนวทางการทำหนังอีกครั้ง เป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยภยันตรายที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ยังไม่ทิ้งลายความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งใช้วิธีการถ่ายทำแบบ Long Take ทั้งเรื่อง เชื่อว่างานนี้หลายคนคงอยากพิสูจน์แล้วว่าทั้งคู่จะเอาอยู่หรือไม่

Bushwick สู้ยึดเมือง ว่าด้วยเรื่องราวของ ลูซี่ ที่เดินออกมาจากสถานีรถไฟบุชวิค เธอได้ค้นพบว่าเมืองเกิดของเธอกำลังถูกกองกำลังติดอาวุธที่สวมเสื้อทหารชุดดำจู่โจม เธอได้รับการช่วยเหลือจากอดีตนาวิกโยธิน สตูป และได้ค้นพบว่าผู้ที่กำลังจู่โจมเมืองของเธอคือกองกำลังทหารจากเท็กซัสที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน พวกเขามาพร้อมกับอาวุธ และใช้เมืองบุชวิคเป็นตัวประกันในการต่อรอง มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาทั้งสองทำได้คือการพยายามเอาชีวิตรอดผ่านดงสมรภูมิกลางเมืองไปยังเป้าหมายที่ๆ จะเป็นสมรภูมิสุดท้ายของสงครามครั้งนี้

แม้ว่าตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมานั้นจะไม่ได้มีความน่าสนใจมากนัก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับคู่หูสองคนอย่าง Cary Murnion และ Jonathan Milott ก็อดสนใจไม่ได้ เมื่อได้ชมภาพยนตร์แล้วก็พอจะทราบได้ว่าเหตุใดนักวิจารณ์ถึงได้ให้คะแนนแบบกลางๆ เพราะว่าด้วยการใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบ Long Take ซึ่งบางคนพอได้ยินถึงกับเบ้ปาก เนื่องจากไม่ถูกจริตอย่างแรง โดยส่วนตัวก็คิดเช่นนั้น แต่ก็ยังคิดในแง่ดีว่ามันอาจจะไม่ได้ชวนเวียนหัวมากขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

แม้ว่าผู้กำกับจะถ่ายแบบ Long Take ทั้งเรื่องมันก็ไม่ได้ออกมาแย่นัก โดยเฉพาะฉากบู๊ที่ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี และสมจริงมาก หากฉายในระบบ 4D ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะรู้สึกเจ็บปวดทรมานเหมือนกับตัวละครก็ได้ ด้วยความที่หนังมีความสมจริง ฉากบางฉากก็ทำเอาเราอดเสียวไส้ไปด้วย ซึ่งถือว่าสร้างความประทับใจให้เป็นอย่างมาก เพราะมันเกินความหวังพอสมควร สิ่งที่ต้องชื่นชมอีกอย่างคือหนังทำให้เรารู้สึกร่วมไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างอรรถรสได้มากขึ้นไปอีก

ส่วนเรื่องของบทก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันก็ไม่ได้แย่หรือดีมาก อยู่ในขั้นกลางๆ และพอจะมีเค้าความเป็นจริงอยู่บ้าง ในส่วนของนักแสดงก็ถือว่าทำออกมาได้ดี แม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้มีการสื่ออารมณ์มากนัก แต่จะหนักไปที่การเอาตัวรอดของตัวละครมากกว่า และที่พีคสุดก็คือตอนจบของเรื่อง หากใครที่เคยชมภาพยนตร์แนวนี้มามากก็จะพอเดาตอนจบได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร ซึ่งทำเราได้แต่อุทานในใจว่าจะจบแบบนี้จริงๆ หรือเนี่ย

Bushwick สู้ยึดเมือง 4/5 คะแนน เข้าฉายในไทย 28 กันยายน 2017