รีวิว Only the Brave: ฅนกล้าไฟนรก

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Only the Brave: ฅนกล้าไฟนรก
Josh Brolin Miles Teller Only the Brave ฅนกล้าไฟนรก จอช โบรลิน รีวิวภาพยนตร์ รีวิวหนัง ไมลส์ เทลเลอร์

แม้ว่าภาพยนตร์ชีวประวัติดรามาเรื่อง Only the Brave ฅนกล้าไฟนรก อาจจะทำรายได้ไม่ติดท็อปทรีของบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐอเมริกา แต่เสียงวิจารณ์และคำชื่นชมที่มีให้ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นเรียกได้ว่าอื้ออึงกันเลยทีเดียว และจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาให้ได้ชมนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจไม่น้อย การเผชิญหน้าครั้งสำคัญของเหล่าพนักงานดับไฟป่ากับไฟป่าครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โจเซฟ โคซินสกี (Joseph Kosinski) ผู้กำกับจะถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้ชมใด้อินมากน้อยแค่ไหน ไปติดตามพร้อม ๆ กัน

Only the Brave คนกล้าไฟนรก ว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมิถุนายน 2013 ที่ป่ายาแนลในรัฐแอริโซนา เมื่อเกิดเหตุไฟป่าลุกลามไปทั่วบริเวณ กลุ่มนักดับเพลิงท้องถิ่นในนาม Granite Mountain Hotshots เข้าเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญกับไฟป่าที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เพลิงลุกลามไปหลายตารางกิโลเมตร และใช้เวลานานกว่า 12 วัน กว่าจะควบคุมเพลิงได้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สูญเสียนักดับเพลิงมากถึง 19 นาย

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คงหนีไม่พ้นความสามารถทางการแสดงของสองนักแสดงนำในเรื่องอย่าง จอช โบรลิน (Josh Brolin) ที่รับบทเป็น เอริก มาร์ช หัวหน้าทีมของกลุ่มแกรไนต์ เมาเทน ฮอตช็อต ทุกอารมณ์ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาผ่านทางสีหน้าและการแสดงนั้น ทำให้ผู้เชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเขาคือหัวหน้าพนักงานดับเพลิงตัวจริง และสามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับน้อง ๆ ในทีมได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งนักแสดง ไมลส์ เทลเลอร์ (Miles Teller) ที่ครั้งก่อนหน้าแฟน ๆ ได้เห็นผลงานการแสดงของเขาผ่านบทบาทการเป็นนักมวยคนดัง วินนี ปาเซียนซา มาแล้ว ครั้งนี้กับการถ่ายทอดเรื่องราวของ เบรนแดน แม็กโดนา ตั้งแต่ชีวิตที่ผ่านการเสพยาจนกระทั่งได้เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมฮอตช็อต บอกได้เลยว่าเขาถ่ายทอดเรื่องราวออกมาให้น่าติดตามจริง ๆ

ก่อนชมภาพยนตร์ก็คาดเดาว่าเราคงจะได้เห็นฉากการดับไฟป่าครั้งสำคัญที่สุดฉากเดียวเป็นแน่ ส่วนที่เหลือก็คงจะเป็นฉากของการฝึกซ้อมผสมกับดรามาของภาพยนตร์จนอาจจะทำให้เกิดความน่าเบื่อหน่าย ประกอบกับภาพยนตร์มีความยาวราวสองชั่วโมง เก้าอี้นุ่ม ๆ กับแอร์เย็น ๆ คาดว่าน่าจะได้พักสายตากันบ้าง ทว่าสิ่งที่คาดไว้กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ในภาพยนตร์มีฉากดับไฟป่าหลายครั้งด้วยกัน แต่ละครั้งเราจะได้เห็นพวกเขาออกปฏิบัติการที่ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครที่เพิ่งเข้าทีม และทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มไปพร้อมกับตัวละครตัวนี้ รวมถึงทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงวิธีการดับไฟป่าว่าพวกเขาจะต้องทำอย่างไรเมื่อออกภาคสนาม ขณะที่ฉากดรามาในเรื่อง แม้บางฉากอาจจะดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไร แต่ก็มีความเชื่อมโยงกับอารมณ์ของตัวละครอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญที่สุดคือการแสดงของนักแสดงนำในเรื่อง ทุกคนสามารถทำให้เจับจ้องมองจอไม่วอกแวกได้ตลอดสองชั่วโมงเลยทีเดียว

จะว่าไปแล้วโดยส่วนตัวรู้สึกว่า Only the Brave คนกล้าไฟนรก เป็นภาพยนตร์ที่ทำหน้าที่เหมือนซีรีส์ญี่ปุ่นหลายเรื่องที่ตีแผ่เรื่องราวของผู้ที่ทำงานในอาชีพต่าง ๆ พวกเขาต้องทำงานกันอย่างไร และต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอะไรบ้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เช่นกัน ผู้ชมจะได้เรียนรู้หน้าที่ของพวกเขาจากการออกปฏิบัติการภาคสนาม อาทิ วิธีการทำแนวกันไฟ การใช้ผ้าห่มกันไฟคลุมทับ ฯลฯ เราจะได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง ราวกับว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแกรไนต์ เมาเทน ฮอตช็อต โดยไม่รู้ตัว

พนักงานดับไฟป่า ดูไม่แตกต่างจากเหล่าทหารที่ทำหน้าที่รบกับอริราชศัตรู เพราะคู่ต่อสู้ของพวกเขาคือเปลวเพลิงที่ไร้ความปรานีที่ไม่สามารถเรียกร้องขอชีวิตต่อมันได้เลย เมื่อพวกเขาลงภาคสนามมีเพียงอุปกรณ์ในการขุดและถางป่าเพื่อสร้างแนวกันไฟไม่ให้ลุกลามขยายพื้นที่ความเสียหายในวงกว้าง ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินสถานการณ์จากสภาพอากาศที่แปรปรวนอีกด้วย การทำงานเป็นทีมเวิร์กคือสิ่งสำคัญ และการเชื่อมั่นในตัวผู้นำของทีมนั้นคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่า จึงถือได้ว่าพนักงานดับไฟป่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เสียสละเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

Only the Brave คนกล้าไฟนรก เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ไม่อยากให้หลายคนพลาดจริง ๆ นอกจากบรรดานักแสดงที่ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวของทีมแกรไนต์ เมาเทน ฮอตช็อต อย่างเต็มที่แล้ว การเล่าเรื่องก็ทำได้อย่างน่าประทับใจที่ไล่ระดับความพีคของเรื่องจากต่ำไปสูงได้อย่างชัดเจน และเต็มไปด้วยความประทับใจอย่างสุดซึ้งในช่วงท้ายของภาพยนตร์

ลืมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่พลังเหนือมนุษย์สุดเพ้อฝันทิ้งไว้ที่หน้าโรงภาพยนตร์ได้เลย แล้วตีตั๋วเดินเข้าไปทำความรู้จักพวกเขา ได้อยู่ท่ามกลางพวกเขา ออกภาคสนามร่วมกับพวกเขา และภาคภูมิใจไปพร้อมกับพวกเขาเหล่าฮีโร่ที่เป็นวีรบุรุษตัวจริงเสียงจริงในหน้าประวัติศาสตร์กันดีกว่า

9/10 สำหรับ Only the Brave คนกล้าไฟนรก