รีวิว Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า
Benedict Cumberbatch Cate Blanchett Chris Hemsworth Thor: Ragnarok Tom Hiddleston รีวิวหนัง ศึกอวสานเทพเจ้า ไทกา ไวติติ

เชื่อว่าคอหนังฮีโร่ไม่คงพลาดอย่างแน่นอน สำหรับหนังที่มาแรงสุดในช่วงนี้ Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า ที่เป็นอีกหนึ่งเรื่องในจักรวาลมาร์เวล ซึ่งเดินทางมาถึงภาคที่ 3 แล้ว เรื่องความเด็ด ความมันต่างๆ หลายคนคงจะเห็นจากตัวอย่างหนังมาบ้าง และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาดูกันว่าความสนุกที่ถูกบอกต่อนั้นจะสุขสมใจจริงหรือไม่

Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า ว่าด้วยเรื่องราวของเทพเจ้าสายฟ้า Thor ที่ต้องเข้าแข่งขันประลองการต่อสู้กับ Hulk สหายเก่าสุดบ้าพลัง Thor จะต้องมีชีวิตรอดจากการแข่งขันสุดอันตรายครั้งนี้ เพื่อรีบเดินทางกลับไปยังอาณาจักรแอสการ์ด และหยุดยั้ง Hela ที่พร้อมจะบดขยี้บ้านอันแสนอบอุ่น และทำลายอารยธรรมของชาวแอสการ์ดให้สิ้นซาก

เนื่องจากเป็นหนังแอ็คชั่นที่ผสมความเป็นฮีโร่ในตัวเองสูง ชีวิตของเทพเจ้าสายฟ้าดูเหมือนจะถูกนำเสนอเพียงด้านเดียวหลังจากที่มีพลังพิเศษ นั่นคือความเสียสละ ทำเพื่อผู้อื่นเสมอ ทั้งยังไม่ค่อยมีประเด็นที่สื่อให้เห็นถึงด้านมืดมากนัก อาจเพราะด้วยความเป็นหนังฮีโร่จึงทำออกมาในแนวนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ธอร์ในภาคนี้ดูมีความสมจริงมากขึ้นก็คือการใส่มุกตลก ความขี้เล่นมากขึ้น จนทำให้หลายคนอาจจะเข้าใจไปว่านี่มันหนังฮีโร่จริงหรือ? ไม่ใช่ตลกคาเฟ่ใช่ไหม?

นอกจากมีพัฒนาการทางด้านมุกตลกมากขึ้น จะบอกว่าเป็นหนังในจักรวาลมาร์เวลที่ฮาที่สุดเลยก็ว่าได้ เพียงแต่มันไม่ได้ฮาทุกฉากทุกตอนขนาดนั้น บางมุกที่คนอื่นฮา เราก็อาจจะไม่ฮา ซึ่งก็แล้วแต่จริตรสนิยมของแต่ละคน โดยส่วนตัวมองว่าหนังสนุก สร้างความบันเทิงเป็นอย่างดี หรืออาจเป็นเพราะเป็นคนขำยาก เมื่อเห็นบทสนทนาของตัวละครที่เขาว่าฮากันนักหนา เราก็ได้แต่หัวเราะมุมปาก บางทีก็อมยิ้มไปในที ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลไป

ด้วยพล็อตเรื่องที่พอจะเดาได้ว่าตอนจบนั้นจะลงเอยแบบใด ก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลง เพราะเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาจนกว่าจะจบเรื่องนั้นได้สร้างความประทับได้ดี ไม่ต้องพูดถึงในส่วนของนักแสดง เพราะแต่ละคนก็ดูจะเข้าขากันมาก จังหวะตบมุกนี่แทบจะคล้ายแก๊งสามช่าก็มิปาน และยังมีตัวละครหลายตัวที่เซอร์ไพรส์ให้คนดูได้พอให้หายคิดถึง จะเป็นใครต้องไปดูกันเอาเอง อีกทั้งต้องชื่นชมในเรื่องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซาวนด์ดนตรีมันได้ใจมาก หลายคนอาจจะได้เห็นได้ฟังจากตัวอย่างแล้ว แต่พอได้ฟังเต็มๆ เข้ากับฉากนี่สุดยอดไปเลย

นอกจากการดำเนินเรื่องที่ไม่ยืดเยื้อแล้ว ยังมีการเปิดภูมิหลังของตัวละครหลายตัว ซึ่งแต่ละตัวละครก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลเป็นของตัวเอง ความพิเศษอีกอย่างของภาคนี้ก็คือได้มีการปลดล็อกพลังของเทพเจ้าธอร์อย่างเต็มตัว จากที่เห็นในตัวอย่างว่าธอร์ถูกเฮร่าเทพแห่งความตาย ทำลายค้อนอันเป็นอาวุธประจำกายไป จนต้องทำบางอย่างเพื่อช่วยอาณาจักรให้ได้ ส่วนพลังที่ว่านั้นคงเดาได้จากฉายาของธอร์แล้ว

สิ่งที่ตัวหนังต้องการจะสื่อให้เห็นนอกจากความสนุกสนาน บู๊แอ็คชั่นสุดมันแล้ว ยังมีบอกเล่าสัจธรรมหลายข้อ เช่น การไม่ยึดติด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิตไม่น้อย และยังสื่อให้เห็นถึงความสามัคคีเหมือนอันเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกนำเสนอผ่านภาพยนตร์ในจักรวาลมาร์เวลแทบทุกเรื่อง อีกทั้งส่วนที่สำคัญที่เหล่าสาวกทั้งหลายรอชมนั้นและเหมือนจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือเอนด์เครดิต แน่นอนว่าตอนจบอย่าเพิ่งลุกไปไหน เพราะมีเอนด์เครดิตถึง 2 ช่วง เนื้อหาจะเป็นยังไง เชื่อว่าแฟนหนังมาร์เวลคงไม่พลาดอยู่แล้ว

Thor: Ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์