Idris Elba Jessica Chastain Kevin Costner Michael Cera Molly's Game รีวิวภาพยนตร์ รีวิวหนัง อิดริส เอลบา เกม โกง รวย เควิน คอสต์เนอร์ เจสสิกา แชสเทน ไมเคิล เซรา

รีวิว Molly’s Game เกม โกง รวย

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Molly’s Game เกม โกง รวย

ใกล้จะเข้าฉายในไทยในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Molly’s Game ผลงานการกำกับครั้งแรกของนักเขียนบทภาพยนตร์ชีวประวัติชั้นเซียน แอรอน ซอร์กิน (Aaron Sorkin) จากภาพยนตร์อย่าง The Social Network (2010) และ Steve Job (2015)

มาคราวนี้ในภาพยนตร์ชีวประวัติของผู้หญิงที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุดอย่าง มอลลี บลูม (Molly Bloom) เจ้าหญิงแห่งวงการโป๊กเกอร์ ที่ได้รับกระแสวิจารณ์อย่างดีบนโลกออนไลน์ และการเข้าชิงหลายรางวัลทำให้มีความคาดหวังที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

Molly’s Game เกม โกง รวย ว่าด้วยเรื่องราวของ มอลลี บลูม อดีตนักกีฬาสกีระดับโอลิมปิก ที่ตัดสินใจเปิดบ่อนพนันโป๊กเกอร์ใต้ดินซึ่งดึงดูดลูกค้าทุกระดับตั้งแต่คนดังฮอลลีวูด นักกีฬาดัง ๆ และผู้อิทธิพลทางธุรกิจ รวมถึงแก๊งมาเฟียรัสเซีย จนกระทั่งเมื่อเธอถูกจับกุมโดยเอฟบีไอ เธอจึงต้องพึ่งทนาย ชาร์ลี แจฟฟีย์ มาแก้ต่างซึ่งทำให้เขาค้นพบเรื่องราวของเธอได้ลึกซึ้งกว่าบรรดาข่าวนำเสนอเกี่ยวกับเธอ

ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านตัวมอลลีที่บรรยายเรื่องราวตัวเองอย่างดุเดือดผ่าน Voice Over พร้อมกับลำดับภาพที่ไม่เป็นเส้นตรงสลับอดีตกับปัจจุบัน โดยเดินเรื่องไปที่การสู้คดีและชีวิตในอดีตก่อนโดน FBI จับที่บ้านพักในคืนหนึ่ง
ภาพยนตร์ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง เควิน คอสต์เนอร์ (Kevin Costner), อิดริส เอลบา (Idris Elba) และ ไมเคิล เซรา (Michael Cera) โดยรายหลังมาในบทนักพนันเอ็กซ์ ที่ถือว่าเป็นตัวละครหนึ่งที่สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว (เห็นหน้าซื่อ ๆ ร้ายไม่เบานะเราเนี่ย)

ถึงตัวภาพยนตร์จะมีความยาวเกือบสองชั่วโมงครึ่ง และยิ่งเป็นหนังชีวประวัติด้วยแล้วหลายคนคงคิดว่าอาจจะต้องเตรียมหมอนเข้าไปในโรงกันด้วยแน่ ๆ แต่ต้องยอมรับฝีมือการเขียนบทและการกำกับมาก ๆ เพราะว่าภาพยนตร์เล่าเรื่องได้อย่างสนุกสนานมาก (บางช่วงอาจเร็วมากถ้าไม่มีสมาธิอาจจะตามไม่ทันก็ได้)

ทว่าการดึงอารมณ์ขึ้นลงช้าบ้างเร็วบ้างและแทรกเสียงบรรยายลงไปด้วย ทำให้รู้สึกว่าตัวภาพยนตร์ไม่ได้พยายามจะยัดนู่นนี่ให้เราหรือปล่อยให้เราคิดเอาเองมากเกินไป (Voice over ดีงามมากอธิบายทุกอย่างได้เข้าใจง่ายสุด ๆ)

แม้ภาพยนตร์จะมีธีมที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรม แต่ยังใส่ประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันลงไป ทั้งช่องโหว่ของกฎหมาย เล่ห์เหลี่ยม ความเป็นเฟมินิสต์ของมอลลี การที่เธอกล้าจะตัดสินใจ ทำทุกอย่างด้วยตัวเองซึ่งทำให้เธอถลำลึกลงไปในความโลภ

จากแค่การเปิดบ่อน กลายเป็นว่าต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการฟอกเงิน ยาเสพติด มาเฟีย และสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆนอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ภาพยนตร์พยายามจะสื่อออกมามาก ๆ น่าจะเป็นเรื่องจิตวิทยาครอบครัวซึ่งนำมาเล่นในช่วงท้ายของเรื่องนั่นเอง

พูดถึงตัวละครที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น เจสสิกา แชสเทน (Jessica Chastain) ในบทของ มอลลี บลูม (แหงล่ะเล่นอยู่คนเดียว 555) อย่างที่กล่าวไว้ว่าตัวมอลลีมีความเป็นเฟมินิสต์มาก ๆ จากการที่เคยเป็นเด็กที่ถูกพ่อบังคับอย่างเข้มงวดจนกลายเป็นพวกวัยรุ่นหัวขบถ

มอลลีกล้าทำกล้าเสี่ยงกล้าตัดสินใจในความคิดของตัวเองทั้งที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยหรือเป็นนางในฝันของใคร แต่การแสดงและจริตจะก้านที่เจสสิกา แชสเทน แสดงออกมาทำให้เราหลงรักมอลลีอย่างไม่ยากเย็น เพราะเธอมีสเน่ห์ในความเป็นผู้หญิง (กร้านโลก) อย่างมาก

Molly’s Game เป็นภาพยนตร์ที่สนุกไหม ตอบได้เลยว่าสนุกแต่ยังไม่ที่สุด เป็นหนังที่ดูง่ายแม้จะไม่มีความรู้เรื่องของโป๊กเกอร์ที่เป็นธีมหลักของเรื่องเลยก็ยังสามารถเข้าไปดูแล้วเข้าใจได้ แถมยังได้เสพความดรามาการแสดงและบทภาพยนตร์ดี ๆ (แม้บทจะยังไปไม่สุดสักด้าน) แต่ต้องบอกว่าโดยรวมแล้วผลงานระดับนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

Molly’s Game 8/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์