A Wrinkle In Time Ave DuVernay Chris Pine Mindy Kaling Oprah Winfrey Reese Witherspoon ย่นเวลาทะลุมิติ รีวิวภาพยนตร์ รีวิวหนัง

รีวิว A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ

เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีที่เหมาะกับการชมแบบครอบครัว A Wrinkle in Time ที่ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ในชื่อเดียวกันของนักเขียนคนดัง แมเดลีน แลงเกิล (Madaleine L’Engle) ที่แปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย และได้ เอวา ดูเวอร์เนย์ (Ave DuVernay) รับหน้าที่รังสรรค์ตัวหนังสือทั้งหลายให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวที่สวยงาม

พร้อมทั้งได้นักแสดงคนดังจากฮอลลิวูด อาทิ รีส วิเธอร์สปูน (Reese Witherspoon), มินดี คาลิง (Mindy Kaling) และ คริส ไพน์ (Chris Pine) มารับบทนำ แถมยังได้ โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการบันเทิงสหรัฐฯ มาร่วมแสดงอีก จะปฏิเสธความอยากดูอย่างไรไหว ตีตั๋วแล้วแบกป๊อปคอร์นพร้อมน้ำออกไปผจญภัย(ตามหาพ่อ)กันเลยดีกว่า

A Wrinkle in Time ว่าด้วยเรื่องราวของ ดอกเตอร์ อเล็กซ์ เมอร์รี หายตัวไปอย่างลึกลับในขณะดำเนินการทดลองเรื่องการเดินทางข้ามเวลาในมิติที่ 5 ทำให้ เม็ก เมอร์รี, ชาร์ลส วอลเลซ และ คาลวิน เพื่อนร่วมชั้น ต้องออกตามหาพ่อของเธอ แต่ระหว่างการเดินทางมีอุปสรรคมากมายให้พวกเขาได้ต่อสู้และเรียนรู้ที่จะสามัคคีกัน

ตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางเข้าไปผจญภัยในมิติอื่น ภาพยนตร์ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ในช่วงแรก และอยากรู้ว่า เม็ก รับบทโดย สตอร์ม รีด (Storm Reid), คาลวิน รับบทโดย ลีวาย มิลเลอร์ (Levi Miller) และ ชาร์ลส วอลเลซ รับบทโดย เดอริก แม็กเคป (Deric McCabe) จะพาเราไปพบกับอะไรบ้าง

ทว่าความตื่นเต้นนั้นก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อการผจญภัยดูไม่มีอะไรหวือหวาหรือให้น่าจดจำเท่าไรนัก ลืมเรื่องเวทมนตร์ทั้งหลายทั้งมวลไปได้เลย แม้กระทั่งมิสซิสแสงสว่างทั้งสามก็แทบจะไม่เห็นความพิเศษใด ๆ ให้น่าจดจำ ยังดีที่พอจะจำมิสซิสวอตซิตที่สามารถแปลงกายเป็นพาหนะได้เท่านั้น

ภาพยนตร์พาผู้ชมเดินทางไปยังโลกต่างมิติถึงสามสถานที่ด้วยกัน โดยเฉพาะสถานที่สุดท้าย คาร์มาซอตซ์ อันเป็นสถานที่หมู่มวลพลังความมืดแห่งจักรวาลรวมตัวอยู่ กราฟแห่งความตื่นเต้นเริ่มตื่นกลับมาขึ้นลงอีกครั้ง (แต่ก็ได้เพียงแค่ไม่นาน)

หลังจากมิสซิสทั้งสามบิ้วอารมณ์ให้เห็นว่าจะมีบททดสอบที่ไม่น่าไว้วางใจรออยู่ กลับมีเพียงแค่ฉากพายุหมุนเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกอื้อหืออ้าหา อดคิดไม่ได้ว่าเอาล่ะ การผจญภัยที่แท้จริงเปิดฉากแล้ว ที่ผ่านมา(กว่าครึ่งเรื่อง)เป็นการอินโทรเท่านั้น ทว่าหาได้เป็นอย่างนั้นไม่ เมื่อบททดสอบที่เหลือดูไม่มีอะไรที่ชวนตื่นเต้นอีกเลย และไม่ยากเกินกว่าจะก้าวข้ามผ่านเสียด้วยซ้ำ

ด้วยภาพจำจากภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีหลายเรื่องที่ต้องต่อสู้กับความชั่วร้าย มักจะได้เห็นเวทมนตร์ หรือการใช้ศาสตราวุธสุดแกร่งเข้าปะทะโรมรันพันตูจนสามารถเอาชนะได้ ทว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะต้องทิ้งภาพจำเหล่านั้นไว้ที่หน้าโรงภาพยนตร์ และเปิดใจรับกับพลัง(ความรัก)อันบริสุทธิ์ของเด็กสาวที่สามารถมีชัยเหนือความมืดมิดได้อย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน

กล่าวโดยสรุปแล้ว A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เหมาะกับคอภาพยนตร์ที่อยากเห็นเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจ การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ หรือใช้เวทมนตร์ต่อสู้กับเหล่าร้าย แต่สิ่งที่ได้เห็นจากภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสพสิ่งที่หนังสืออยากจะพูดสำหรับผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสือเสียมากกว่า

นวนิยายเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องราวของการปกป้องโลกเวทมนตร์จากจอมมาร หรือต้องเอาแหวนเอกธำมรงค์ไปเผาทิ้ง หรือค้นหาตัวเองว่าเป็นคนกลุ่มไหนในชนชั้นสังคมยูโทเปีย มันอาจจะไม่ได้มีสเกลอะไรที่เวอร์วังอลังการถึงขนาดนั้น เพราะพูดถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปในมิติอื่นเพื่อตามหาพ่อและค้นหาตัวเองในช่วงวัยแรกสาว โดยมีสิ่งอื่นเข้ามาเป็นองค์ประกอบเท่านั้น

ส่วนตัวจึงมองว่าภาพยนตร์ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นที่รับไม่ได้เลย ยังมีกราฟิกที่เล่นสีสันสวยงาม เพลงประกอบไพเราะให้ได้ฟัง และได้เห็นการแสดงของดาราชั้นนำของเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตอร์ม รีด ที่ผู้ชมจะได้เห็นเธอแทบทุกฉาก และเธอสามารถแบกภาพยนตร์เรื่องนี้ไปจนถึงท้ายเรื่องได้ไม่เลวเลยทีเดียว ทำให้รู้สึกราวกับได้ย้อนกลับไปดูภาพยนตร์วัยรุ่นของดิสนีย์ในยุคก่อน ๆ อีกครั้ง

หากก้าวข้ามและทำใจยอมรับในสิ่งที่คาดหวังทั้งหมดจากภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ว่าจะมีในภาพยนตร์เรื่องนี้ลงได้ ก็ไม่ได้แย่จนเกินไปนักที่จะตีตั๋วเข้าไปชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปชมแบบครอบครัว ให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านตัวละคร ยิ่งมีลูกสาวด้วยแล้วก็น่าจะได้เรียนรู้จากเม็กได้ไม่มากก็น้อย

ในช่วงวัยเด็กก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีใครบ้างไหมที่ไม่สับสนกับชีวิตและการเข้าสังคม โดยเฉพาะเด็กคนไหนที่เกิดเหตุการณ์เรื่องราวสะเทือนใจในช่วงเวลานั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อจิตใจสั่นคลอนไปยังอุปนิสัยส่วนตัวได้เป็นอย่างดี แต่ความรักจากคนรอบข้างนั้นคือสิ่งที่สำคัญอันเป็นแสงสว่างที่เจิดจรัสในวันที่ดูจะไม่เหลือใคร ทำให้เด็กคนนั้นได้รับรู้ว่า เราไม่ได้อยู่ในโลกอันแสนกว้างใหญ่แต่เพียงลำพัง

บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ใช้พักพิง แต่ยังเป็นที่สิงสถิตของความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ ราวกับเวทมนตร์ที่เติมเต็มพลังชีวิตให้ทุกคนยืนหยัดในวันต่อ ๆ ไปได้เป็นอย่างดี และยังมีคนที่รักเธออยู่เคียงข้างเสมอ กลับไปเป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะเป็น และเผชิญหน้ากับผู้อื่นอย่างมีความสุข

A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ 7/10 เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์