รีวิว Eric Clapton: Life in 12 Bars

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Eric Clapton: Life in 12 Bars
Eric Clapton Eric Clapton: Life in 12 Bars รีวิวภาพยนตร์ รีวิวหนัง อีริค แคลปตัน

ถ้าพูดถึงมือกีตาร์ในดวงใจของใครหลาย ๆ คน แน่นอนว่าหนึ่งในลิสต์นั้นคงหนีไม่พ้นผู้ชายที่ชื่อว่า เอริค แคลปตัน (Eric Clapton) ตำนานมือกีตาร์บลูส์ผิวขาวชาวอังกฤษ ฉายา Slowhand เจ้าของสำเนียงแสนหวานในยุคหลัง ๆ ที่คงเคยได้ยินเพลงของเขาผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อย หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้ว่าเมื่อก่อนผู้ชายคนนี้ก็เคยผ่านการเล่นกีตาร์แบบดุดันมาเหมือนกัน

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ จะถ่ายทอดทุกแง่ทุกมุมในชีวิตของ เอริค แคลปตัน ผ่านฟุตเทจที่คุณอาจไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน แถมยังได้ทีมผู้สร้างสารคดีจากเรื่อง Amy ที่การันตีคุณภาพมาแล้วด้วยรางวัลออสการ์ ที่จะมาร้อยเรียงเรื่องราวชีวิตที่ไม่ได้ง่ายเลยกว่าจะมาถึงวันนี้ ใน Eric Clapton: Life in 12 Bars ที่จะเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 29 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ฉลองวันเกิดล่วงหน้าให้ป๋ากันไปเลย

Eric Clapton: Life in 12 Bars ภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของศิลปินผู้เป็นตำนาน เอริค แคลปตัน มือกีตาร์ยอดฝีมือที่ได้รับสมญานามว่า Mr. Slowhand ชายคนเดียวที่เคยถูกเสนอชื่อเข้า Rock and Roll Hall of Fame ถึง 3 ครั้ง และเป็นผู้ชนะรางวัลแกรมมีอวอร์ด 18 ครั้ง

แต่ก่อนที่เขาจะเป็นตำนานมือกีตาร์ได้ในแบบทุกวันนี้ ชีวิตเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตรงกันข้ามชีวิตของเขาไม่ต่างอะไรกับโศกนาฏกรรม จากเด็กชายที่หลบหนีความจริงด้วยการอุทิศชีวิตให้เพลงบลูส์ กระทั่งกลายเป็นคนติดยาผลาญชีวิตไปกับเหล้า โคเคน และเฮโรอีน จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และความสูญเสียครั้งสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดซิงเกิล Tear in Heaven ผลงานที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิตศิลปินของเขา

ถึงแม้หน้าหนังจะจั่วหัวมาว่าเป็นสารคดีชีวประวัติก็จริง แต่ตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงสิบห้านาทีแทบจะไม่มีส่วนไหนที่น่าเบื่อเลย การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่สนุก ตัวภาพถ่ายวิดีโอฟุตเทจที่ถ่ายทอดมาพร้อมกับบทเพลงที่บรรเลงด้วยเสียงกีตาร์ของ เอริค แคลปตัน นำมาเล่าเรื่องสื่อความหมายผ่านฉากที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนั้น ๆ ของเขาได้แบบลงตัวที่สุด (ตอนอินโทรเพลง Layla ขึ้นนี่ขนลุกเลย)

พร้อมกับการสอดแทรกมุกตลกและความดรามาลงไป ทำให้กลายเป็นหนังสารคดีที่ดูง่ายมาก ๆ เรื่องหนึ่ง หากไม่รู้จัก เอริค แคลปตัน มาก่อนก็สามารถทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ได้ในเวลาสองชั่วโมงสิบห้านาที เพราะหนังเล่าละเอียดมากตั้งแต่เด็กยันปัจจุบันเลย

นอกจากนี้เราจะได้เห็นบรรดาไอคอนและป๊อปคัลเจอร์ต่าง ๆ ของวงการดนตรีที่เติบโตและผ่านเข้ามา พร้อมกับเรื่องราวของแคลปตัน ผู้ที่เป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่ปฏิวัติวงการดนตรี เปิดโลกให้คนขาวหันมาสนใจและเงี่ยหูฟังเพลงบลูส์มากขึ้น

พูดถึงตัวฟุตเทจที่หนังเอามาเล่าเรื่อง มีศิลปินหลายคนมากที่ทำให้คอดนตรีต้องกรี๊ดกัน ทั้ง Jimi Hendrix, B.B. King, และเพื่อนร่วมวงเก่าของแคลปตัน ทั้งจาก The Yardbirds, Cream, Blind Faith และ Derek & The Dominos (ส่วนตัวชอบ B.B.King มาก แค่ได้เห็นฟุตที่ป๋านั่งพูดในตัวอย่างก็โคตรฟินแล้ว)

แถมการเล่าเรื่องที่นำเสียงของคนที่เป็นเจ้าของเรื่องราวต่าง ๆ ตามฟุตเทจนั้น มาเล่าเองทำให้การเล่าเรื่องมันมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น (เสียงหลายคนเซอร์ไพรส์มาก) และต้องบอกเลยว่า แคลปตันเป็นอีกคนที่ใช้ชีวิตโคตรคุ้มแบบคุ้มมากจริง ๆ

สิ่งที่ต้องชมเลยคือผู้สร้างหนังวางสโคปของตัวสารคดีได้เป็นอย่างดีเลย เพราะบรรดาแขกรับเชิญที่โผล่มากันในหนังทั้งฝีไม้ลายมือหรือความโด่งดังเรียกได้ว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกินกันไม่ลงกับแคลปตันเลย หากทำซีนเปิดตัวหรือไปเล่าเน้นเรื่องของคนใดคนหนึ่งมาจนเกินไปหนังอาจจะหลุดไปเลยก็ได้

ผู้สร้างเล่าเรื่องไปในทางที่ถูกต้องมาก ๆ ที่ไม่เอาเพลงของคนอื่นมาใส่ในภาพยนตร์เรื่องนี้มากจนเกินไป ทำให้คนดังเหล่านั้นยังคงอยู่ในสถานะ “แขก” ในหนังของ “แคลปตัน” ได้นั่นเอง

เพลงที่ต้องพูดถึงเลยสำหรับเรื่องนี้ หนีไม่พ้น Tear in Heaven บทเพลงแสนงดงามซึ่งป๋าแกแต่งให้ลูกชายที่ล่วงลับไปก่อนวัยอันควร จากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างมาก และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ดนตรีได้ช่วยชายคนนี้เอาไว้

ไม่มีใครอยากให้เกิดการสูญเสีย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องก้าวข้ามผ่านวันเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้ แคลปตันเลยเปลี่ยนความเสียใจให้เป็นแรงผลักดันตัวเขาขึ้นมาจากความเศร้านั้นเพื่อตอกย้ำคำที่เขาพูดว่า แค่มีกีตาร์ตัวเดียวเขาก็พร้อมที่จะเผชิญกับโลกทั้งใบได้เป็นอย่างดี (ซีนนี้ต้องมีน้ำตาแตกกันบ้างหละ)

Eric Clapton: Life in 12 Bars ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์สารคดีที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี แต่ควรใช้วิจารณญาณในการชมอยู่พอสมควร (ช่วงป๋าแกชีวิตเป๋เสียศูนย์กับติดยานี่โคตรดาร์ก โชคดีมาก ๆ ที่แกคิดได้และรอดมาถึงทุกวันนี้) มันหดหู่และน่าสมเพชมาก กับการที่คน ๆ หนึ่งพยายามจะหนีโลกแห่งความจริง ไปลุ่มหลงอยู่ในความมึนเมาและวังวนของยาเสพติดแบบนั้น

สำหรับคุณพ่อที่อยากจะพาลูก ๆ ไปย้อนอดีต เล่าถึงเรื่องราวของดนตรีในยุคสมัยพ่อยังเอ๊าะ ๆ ว่ามันเจ๋งแค่ไหน เรื่องนี้แหละจัดไปเลย แต่แนะนำคุณลูกเรื่องยาเสพติดด้วยนะว่ามันไม่ดี สำหรับคนที่ไม่รู้จัก เอริค แคลปตัน อยากแนะนำให้ลองดูนะ

ถ้าไม่มีแพลนอยากดูเรื่องไหนในช่วงนี้ กำเงินสองร้อยไปก็ไม่น่าเสียดาย ไม่แน่คุณอาจจะได้เพลงใหม่ ๆ ไปอยู่ในเพลย์ลิสต์บนสมาร์ทโฟนก็เป็นได้ ส่วนมิตรรักแฟนเพลงของป๋าแกขอย้ำอีกครั้งเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

Eric Clapton: Life in 12 Bars 10/10 คะแนน เข้าฉายในไทย 29 มีนาคม 208