Ready Player One Steven Spielberg สงครามเกมคนอัจฉริยะ สตีเวน สปีลเบิร์ก

รีวิว Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ

สิ้นสุดการรอยคอย สำหรับ Ready Player One หนึ่งในภาพยนตร์ที่หลาย ๆ คนรอคอย และยกให้เป็นอีกหนึ่งหนังน่าดูที่สุดแห่งปี ตั้งแต่เห็นตัวอย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว ทั้งป้ายยี่ห้อของผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)

รวมไปถึงบรรดาตัวละครต่าง ๆ ที่เป็นป๊อปคัลเจอร์ ทั้งจากเกมและหนังตั้งแต่ยุค 80 จนถึงปัจจุบันออกมาโลดแล่นกันเต็มไปหมด เรียกได้ว่าดักแก่ทั้งหัวหงอกหัวดำ ถ้าคุณมีจิตวิญญาณของความเป็นเนิร์ดอยู่ในตัวแค่เพียงนิดเดียว คุณควรไปโดย Ready Player One เป็นอย่างยิ่ง

Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2045 ช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวายและการล่มสลาย แต่ผู้คนพบทางรอดชีวิตใน OASIS ซึ่งเป็นจักรวาลเสมือนจริงอันกว้างใหญ่ที่สร้างขึ้นมาโดย เจมส์ ฮัลลิเดย์ ผู้มีความอัจฉริยะอย่างไม่ธรรมดา

เมื่อฮัลลิเดย์เสียชีวิตลง เขาได้ทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลเอาไว้ให้กับคนแรกที่พบไข่อีสเตอร์ดิจิตอลที่เขาซ่อนไว้ในสถานที่หนึ่งใน OASIS จนเกิดการแข่งขันขึ้นทั่วโลก เมื่อฮีโร่หนุ่มม้ามืดอย่าง เวด วัตต์ส ตัดสินใจร่วมการแข่งขัน เขาถูกเหวี่ยงเข้าสู่การแข่งขันล่าสมบัติผ่านโลกสุดมหัศจรรย์แห่งความลึกลับ การค้นหา และอันตราย

คืนฟอร์มอย่างแท้จริงสำหรับพ่อมดแห่งฮอลลิวูด หลังจากผิดฟอร์มไปหน่อยกับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง BFG กลับมาคราวนี้ใน Ready Player One เรียกได้ว่าสุดจริง ๆ คุ้มค่ากับการรอคอยมาก ๆ

หนังเปิดเรื่องด้วยการพาเราไปรู้จักกับตัวเอก และเล่าความเป็นมาของโลกที่เป็นแบบยูโทเปีย/ดิสโทเปีย ได้อย่างเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เหมือนเป็นการติวเราก่อนพาเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งในโอเอซิส ก่อนจะมาสิ้นสุดที่ไตเติลของหนังด้วยคำว่า Ready Player One ที่สื่อเป็นนัย ๆ ว่าถ้าพร้อมก็กด Start แล้วไปลุยกันเลย

ถ้าถามว่าต้องเนิร์ดแค่ไหนถึงจะดูรู้เรื่อง ถ้าคุณมีความทรงจำวัยเด็กกับการเล่นเครื่องเกมส์ FR ไม่ต้องถึงขนาดไปเกิดไปใช้ชีวิตในยุค 80 หรอก แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว ศัพท์เทคนิคบางอันก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร มาดูเอาความบันเทิงก็เรียกได้ว่าโคตรจะคุ้มแล้ว

ตลอดเวลาหนังเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งนี่แบบแทบจะไม่ต้องพักหายใจกันเลย ทั้งบทที่ย่อยง่าย วิชวลเอฟเฟกต์ที่ตระการตา การเล่าเรื่องที่แยกโลกแห่งความจริงกับเกมออกจากกันแบบไม่สับสน การไขปริศนาและพลังมิตรภาพเรียกได้ว่าเป็นหนังที่โคตรจะสายหลักเลยนะ เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูยิ่งจะชอบกว่าเด็กอีกด้วยซ้ำ เพราะเจอดักแก่กันตลอดเรื่องแน่นอน

เรื่องอีสเตอร์เอ้ก อยากให้ไปดูกันเอง ดูอย่างไรก็เชื่อเหลือเกินว่าจะนับได้ทั้งหมดนั้นคงเป็นเรื่องยาก ขนาดว่าถ้าไปดูซ้ำยังไม่รู้จะเก็บได้ทั้งหมดหรือเปล่า ต้องให้เครดิตกับบารมีและฝีมือการกำกับขั้นเทพของสปีลเบิร์กที่เอาตัวละครที่ทุกคนรักและมีแฟนบอยมหาศาลหลาย ๆ ตัวมาอยู่รวมกัน

ราวกับมาเป็นตัวประกอบคิวละ 500 เดินไปเดินมาเดินผ่านหน้ากล้องได้อย่างลงตัวโดยไม่อีนุงตุงนังจนเกินไป ด้วยความที่มันเยอะมาก เลยโผล่มาตัวละนิดตัวละหน่อยให้เราหายคิดถึงเหมือนเล่นซ่อนหา ถือเป็นอีกหนึ่งความสนุกของหนังเลยก็ว่าได้ หากจะไปดูแนะนำจอ IMAX ชมกันแบบเต็ม ๆ ตา

นอกจากความบันเทิงที่ปาใส่หน้าคนดูแบบไม่ยั้งแล้ว ยังแฝงข้อคิดและเตือนสติคนรุ่นใหม่ในการใช้โลกออนไลน์เข้าไปอีก ด้วยการเล่าเรื่องที่บันเทิงและเข้าใจง่ายกว่าวิชารู้เท่าทันสื่อ 101 เยอะเลย โดยสื่อผ่านตัวพระเอกที่เป็นตัวแทนของเด็กเนิร์ดอ่อนต่อโลกได้อย่างลงตัว และทำให้ผู้ชมได้อมยิ้มกับความอ๊องของพระเอกไปตลอดเรื่องจริง ๆ

Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ เรียกว่าเป็นหนึ่งภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในช่วงต้นปีนี้เลยก็ว่าได้นะ โดนใจแน่นอน ทั้งสายเนิร์ด สาย Geek สายไหนก็มาเถอะ ดูยังไงก็สนุกในด้านความบันเทิง ตั้งความคาดหวังมาไว้เท่าไรรับรองว่าได้กลับมาเท่านั้นเลย จากตอนแรกแอบหวั่นใจว่าจะตามรอย BFG หรือไม่อย่างไร แต่ตอนนี้สัญญาจะกลับไปซ้ำอีกรอบแน่นอน

Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ 9/10 เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้