รีวิว 7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว 7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้
ตัวอย่าง 7 Days in Entebbe รีวิว 7 Days in Entebbe หนัง 7 Days in Entebbe เรื่องย่อ 7 Days in Entebbe

เข้าฉายแล้ววันนี้สำหรับ ภาพยนตร์ 7 Days in Entebbe ผลงานล่าสุดของนักแสดงหนุ่มอย่าง แดเนียล บรูห์ล (Daniel Bruhl) ที่คราวนี้ พลิกบทบาทมาเป็นนักปฏิวัติผู้มากด้วยอุดมการณ์ ที่มาพร้อมกับ โรซามันด์ ไพก์ (Rosamund Pike) ที่เคยคว้าตำแหน่งสุดยอดเมียแห่งปีมาแล้วในหนัง Gone Girl (2014)

7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้ ว่าด้วยเรื่องราวของเหตุการณ์จริง 7 วันที่เคยสร้างความช็อกให้กับผู้คนทั้งโลกมาแล้วในปี 1976 เมื่อผู้ก่อการร้ายสี่คนได้บุกจี้เครื่องบินโดยสารแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน 139 จับตัวนักบินและผู้โดยสารทั้งหมดกว่า 258 ชีวิต พร้อมบังคับให้ลงจอดที่เมืองเอ็นเทบเบ ประเทศยูกันดา เบื้องหลังของการก่อการร้ายนั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้นำที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาตร์ของประเทศยูกันดาอย่าง อีดี้ อามิน

โดยมีเป้าหมายเรียกร้องให้ปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกขังอยู่ในอิสราเอล และหากความต้องการเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนอง พวกเขาจะลงมือฆ่าตัวประกันในทุกๆ 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลจึงต้องหาวิธีการเดินหน้าเจรจาต่อรอง พร้อมกับวางปฏิบัติการทางทหารเพื่อเดินหน้าฝ่าภารกิจอันตรายบุกชิงตัวประกันกลางแดนเดือด

จากหน้าหนังและตัวอย่างทำให้คิดว่า 7 Day in Entebbe จะต้องเป็นหนังชิงตัวประกันที่สนุก มัน ลุ้นระทึกอย่างมากแน่ ๆ แถมช่วงเริ่มของหนังยังเปิดตัวได้อย่างน่าตื่นเต้น ไม่รีรอเท้าความใด ๆ ทั้งสิ้น เปิดมาพี่แก 4 คนก็จี้เครื่องบินโชว์เลยเป็นฉากที่เจ๋งดีอยู่เหมือนกัน แต่พอบวกกับรายละเอียดยิบย่อยที่ใส่เข้ามาตอนปล้นเครื่องบิน ทำให้อดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า มันต้องเป็นหนังสำรวจจิตใจแน่ ๆ เลย

แล้วมันก็ใช่จริง ๆ ด้วย หลังจากปล้นเครื่องบินเสร็จ หนังเลือกที่จะเล่าเรื่องแบบเนิบ ๆ ช้า ๆ แถมแทรกด้วยดนตรีที่ราวกับว่ากำลังดูหนังอาร์ตของประเทศแถว ๆ นี้ก็ไม่ปาน เล่าแฟลชแบ็กกลับไปที่ชีวิตของ Wilfried Bose และ Brigitte Kuhlmann สองหนุ่มสาวชาวเยอรมันว่าเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาเข้าร่วมกับพวกก่อการร้ายปาเลสไตน์ได้ ก่อนจะดำเนินเรื่องต่อไป

หนังเล่าเรื่องแบบวันต่อวันตั้งแต่วันแรกไปจนถึงวันที่ลงมือทำปฏิบัติการเอนเทบเบ อย่างที่บอกว่าหนังเลือกที่จะหยิบประเด็นการสำรวจจิตใจผู้ก่อการร้ายมาจึงเป็นหนังที่เน้นคุยกัน พูดกันทั้งเรื่อง แต่กลับไม่มีบทพูดที่ดีหรือน่าดึงดูดพอ เห็นแต่บทพูดที่พยายามจะใส่คำคมสอนใจที่มาพร้อมรูปสวย ๆ ตามเพจหนังสมัยนี้ เลยกลายเป็นว่า 7 วัน ในที่กักตัวประกันกลายเป็นที่พูดคุยสารทุกข์สุกดิบกับตัวประกันในบั้นปลายชีวิตไปเสียอย่างนั้น

เส้นเรื่องไม่ได้พาเราไปสำรวจจิตใจคนอย่างเดียว แต่พาเราไปพูดถึงเรื่องการเมืองระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ด้วย ยิ่งทำให้ตัวหนังค่อยข้างจะอึดอัดและเครียดมากขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ทั้งเรื่องการต่อรอง ปฏิบัติการทางทหาร และ การเมืองที่เหมือนหุ่นเชิด กลายเป็นหนังที่ดูยากพอสมควร

แม้จะพยายามสอดแทรกการเต้นระหว่างเล่าเรื่องก็ยังไม่ทำอะไรดีขึ้นสักเท่าไรนัก ถ้าอยากดูหนังแอคชั่นหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ตอบสนองความต้องการได้เท่าไรนัก แต่ต้องชมว่างานภาพสวย แสงและเงาดีมาก ทั้งฉากเต้น ฉากในที่กักกัน ดูภาพแล้วเพลินทีเดียว

สำหรับ 7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้  หนังที่อาจจะให้อารมณ์แตกต่างจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาให้ติดตามกันก่อนหน้านี้ มันเป็นหนังการเมือง สำรวจจิตใจผู้ก่อการร้ายที่ตั้งอยู่บนพล็อตที่ดูเข้มข้นและน่าสนใจเท่านั้นเอง สำหรับคอแอคชั่นหรืออยากดูหนังแนวลุ้นระทึก หนังเรื่องอื่นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็เป็นได้

7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้ 7/10 คะแนน เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้