รีวิว Mamma Mia! Here We Go Again รีวิวหนัง หนัง Mamma Mia! Here We Go Again

รีวิว Mamma Mia! Here We Go Again

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Mamma Mia! Here We Go Again

กว่าแฟนหนังจะได้ชมภาคต่อก็นานถึง 10 ปี เลยทีเดียว สำหรับหนังคอมเมดี้มิวสิกเคิล Mamma Mia! Here We Go Again ที่ในภาคนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานกำกับที่ได้ผู้กำกับหนุ่ม Ol Parker มาแทนผู้กำกับหญิง Phyllida Lloyd แต่งานนี้ก็ยังคงความสนุกและเพลงเพราะๆ ไว้เหมือนเดิม

Mamma Mia! Here We Go Again ว่าด้วยเรื่องราวของสาว โซฟี ได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของแม่ตั้งแต่วันที่เข้ามายังเกาะแห่งนี้ จนกระทั่งตั้งท้องเธอและค้นพบความพิเศษที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้เลย

เรียกได้ว่าหากใครได้ติดตามหนังมาตั้งแต่ภาคแรกที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับคอหนังแนวมิวสิกเคิลแล้ว เชื่อว่าไม่ควรพลาดภาคนี้แน่นอน ด้วยเรื่องราวที่ย้อนกลับไปให้จุดกำเนิดที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ของคุณแม่และพ่อทั้งสาม ประกอบกับได้ย้อนระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ อีกทั้งเพลงเพราะๆ ทำให้สนุกสนานไปกับเรื่องราวและสามารถผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี

โดยในภาคนี้ได้เพิ่มนักแสดงเข้ามาสวมบทบาทของคุณแม่ดอนนา (Lily James) และคุณพ่อทั้งสามในตอนที่ยังวัยรุ่น บอกได้เลยว่าแคสมาได้สมบทบาทมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาและเสียงร้องต่างก็มีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึง แม้แรกๆ เราอาจจะสับสนเรื่องหน้าตาของสามหนุ่มที่มีความคล้ายคลึงกันบ้าง แต่ด้วยคาแรคเตอร์จึงพอจะเดาและแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร

เชื่อว่าหากใครได้ดูหนังแล้วอาจจะมีเรื่องช็อกเบาๆ เกี่ยวกับตัวละครคุณแม่ดอนนาในตอนปัจจุบัน (Meryl Streep) แต่ด้วยความเป็นหนังสไตล์คอมเมดี้จึงไม่ได้ออกมาเศร้ามากนัก เราได้เห็นจุดคลี่คลายปมต่างๆ ของตัวละครเกือบทุกตัว เรียกว่าแฮปปี้เอนดิ้งกันถ้วนหน้า และหนังก็ยังคงสื่อให้เห็นประเด็นเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเป็นหลักเหมือนอย่างเคย

แน่นอนว่าเราจะยังคงได้ยินเสียงเพลงและท่วงทำนองที่คุ้นเคยใน Mamma Mia! Here We Go Again เรียกได้ว่าเพลงฮิตจากภาคแรกก็ยังไม่หายไปไหน แถมเพลงใหม่ก็ตรึงใจไม่แพ้กัน สารภาพกันตรงๆ ว่าแทบอยากจะใส่เอี๊ยมแล้วจับไมค์มาร้องไปพร้อมๆ กับนักแสดงเลยทีเดียว

Mamma Mia! Here We Go Again 8.5/10 คะแนน เข้าฉายในไทย 9 สิงหาคม 2018