รีวิว Venom รีวิวหนัง หนัง Venom

รีวิว Venom

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Venom

เรียกว่ากระแสจากเมืองนอกที่ได้ดูก่อนบ้านเราเสียงแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด สำหรับหนังแอนติซูเปอร์ฮีโร่ Venom ซึ่งบางคนก็ชอบมาก แต่บางคนถึงกับบอกว่าไม่สนุกถึงขั้นรับไม่ได้เลยทีเดียว ฝ่ายนักแสดงนำอย่าง ทอม ฮาร์ดี หลังจากดูหนังเสร็จก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าฉากที่เข้าชอบนั้นถูกตัดออกไปกว่า 40 นาที งานนี้ก็ทำเอาคอหนังบ้านเราใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ไปบ้าง แต่เชื่อว่าหลายคนต้องตีตั๋วไปพิสูจน์ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

Venom ว่าด้วยเรื่องราวของ เอ็ดดี บร็อก นักข่าว เขาพยายามจะเปิดโปงโครงการลับของ คาร์ลตัน เดรก นักวิทยาศาสตร์เจ้าของมูลนิธิไลฟ์ฟาวน์เดชั่น แต่มีความผิดพลาดบางอย่างจึงทำให้เขาถูกปรสิตที่มาจากต่างดาวนามว่า เวนอม เข้าไปอยู่ในร่างกาย และเป็นเหตุที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

หนังเปิดเรื่องมาด้วยการให้เห็นถึงชีวิตของ เอ็ดดี บร็อก นักข่าวหนุ่มผู้มีฝีปากจัดจ้านมากความสามารถและไม่แคร์คน ที่ได้ไปขุดคุยเรื่องลับของนักวิทยาศาสตร์ที่มีภาพลักษณ์ดีงามแต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ทดลองทำหลายสิ่งหลายอย่างโดยไม่เกรงกลัวกฏหมายและเคารพความเป็นมนุษย์ที่ผิดจริยธรรม จากนั้นหนังก็ยังคงปูเรื่องราวชีวิตของสองหนุ่มมาจนเกือบครึ่งเรื่อง จนกระทั่งถึงเวลาที่พระเอกของเรานั้นถูกปรสิตเข้าสิงร่างกาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความมันส์เกิดขึ้น

แม้จะแอบเนือยไปในช่วงแรกๆ แต่พอมากลางเรื่องก็เหมือนเพิ่งสตาร์ทเครื่องติด จัดเต็มความสนุกออกมาได้ในแบบที่ไม่ผิดหวัง และที่ชอบเป็นพิเศษดูเหมือนจะเป็นช่วงการเรียนรู้ร่างกายของกันและกันระหว่างคนกับปรสิต โดยเฉพาะความตลกร้ายของทั้งคู่ เรียกได้ว่าเราจะมอง Venom ที่เป็นตัวร้าย (จากเรื่องอื่น) มาก่อนแบบไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป ชนิดที่ว่าเอ็นดู๊ๆ เอ็นดู อยากให้มาสิงร่างบ้าง (คงจะรู้สึกพิลึกไม่น้อย)

แน่นอนว่านอกจากเราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของ เอ็ดดี กับ เวนอม ที่ค่อยๆ พัฒนาเข้าถึงจิตใจกันและกันมากยิ่งขึ้นแล้ว (เอิ่ม..นี่ไม่ใช่หนังรักนะ) เรายังได้เห็นพิษสงของฝั่งตัวร้ายที่อยู่ในคราบของมนุษย์เช่นเดียวกัน (ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใครมีอยู่ในตัวอย่างหนัง) ซึ่งทั้งฝั่งตัวเอกและตัวร้ายนั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องนิสัยใจคอ รวมไปถึงความสามารถในการต่อสู้ สวนใครจะชนะหรือแพ้นั้นต้องไปลุ้นกันเอาเอง

หากตัดเรื่องการปูที่มาที่ไปของตัวละครออกมาให้กระชับกว่านี้ และเพิ่มฉากแอคชั่นแบบมันส์จนเลือดสาด เอาแบบให้เห็นภาพชัดๆ แบบสว่างๆ (แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เพราะหนังเป็นเรตทั่วไปดูได้ทุกวัย) ให้มากกว่านี้น่าจะโดนใจแฟนหนังไปอีกมากโข เพราะรู้สึกได้เลยว่ามันยังไปแบบไม่สุด แต่ภาพรวมก็ถือว่าดี สนุก ไม่ได้แย่อย่างที่คิด และก็พอเข้าใจอยู่ว่าด้วยความเป็นการเริ่มต้นเรื่องราว การแสดงให้เห็นถึงข้อมูลของตัวละครต่างๆ ก็ควรทำออกมาให้ชัดเจนแจ่มแจ้งรู้ไปเลยว่าใครเป็นใคร เผื่อคนที่ไม่เคยติดตามคอมิกส์มาก่อนจะได้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปดูหนังเรื่องอื่นมาก่อน

นอกจากความสนุกและความมันส์ที่จะได้จากเรื่องนี้แล้ว หนังยังฉายให้เห็นความเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ไม่จำเป็นจะต้องดีหรือชั่ว ขาวหรือดำเท่านั้น และท้ายที่สุดดูเหมือนว่าฉากเอนด์เครดิตจะกลายเป็นธรรมเนียมของหนังสมัยนี้ไปแล้ว เพราะใน Venom ก็ไม่พลาดมีฉากเหล่านี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็มีอยู่สองช่วง ช่วงแรกน่าจะเป็นการปูเรื่องเพื่อนำไปสู่การสร้างภาคต่อแน่นอน อันนี้ห้ามพลาดอย่าลืมดูกัน ส่วนช่วงที่สองนั้นเห็นว่าไม่ได้มีอะไรมาก แต่เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนหนังไม่น่าจะพลาดทั้งสองช่วงอย่างแน่นอน

Venom 8/10 คะแนน เข้าฉายในไทย 11 ตุลาคม 2018