รีวิว The Grinch รีวิวหนัง หนัง The Grinch เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์

รีวิว The Grinch

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว The Grinch

นับว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเพียงเรื่องเดียวในช่วงนี้ที่เข้าฉายในแฟนๆ ชาวไทยได้ชมกัน สำหรับ The Grinch ผลงานสร้างจากค่าย Illumination ผู้จุดกระแสความโด่งดังของวายร้ายสุดแสบที่มีแต่คนรักอย่าง Despicable Me (2010) ตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคสาม

โดยในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้ สก็อตต์ โมเซียร์ (Scott Mosier) และ ยาร์โรว์ เชนีย์ (Yarrow Cheney) ขึ้นมานั่งแท่นกำกับครั้งแรก อีกทั้งหนังยังได้นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ (Benedict Cumberbatch) มาให้เสียงพากเป็นตัวเอกของเรื่องอีกด้วย

The Grinch ว่าด้วยเรื่องราวของ กรินช์ ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวภายในถ้ำบนภูเขาครัมเพ็ตกับ แม็กซ์ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ของเขา กรินช์จะออกมาพบกับเพื่อนบ้านในฮู-วิลล์ เมื่ออาหารหมดเท่านั้น ในแต่ละปีชาวฮู-วิลล์เฉลิมฉลองคริสต์มาสใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยปีนี้จะยิ่งใหญ่เป็น 3 เท่า กรินช์รู้ดีว่ามีทางเดียวที่เขาจะได้รับความสงบ นั่นก็คือเขาต้องขโมยวันคริสต์มาสต์

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแต่งเหมือนซานตาคลอสในวันคริสต์มาสอีฟ และไปดักกวางมาดึงรถเลื่อนของเขา แต่ดูเหมือนภารกิจนี้จะไม่สำเร็จง่ายๆ เมื่อเขาต้องพบกับ ซินดี้-ลู ฮู เด็กสาวคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยสปิริตของวันหยุด เธอกับเพื่อนวางแผนมาดักซานตาคลอสในวันคริสต์มาสอีฟ เพื่อขอบคุณที่ช่วยแม่เธอทำงาน เมื่อคริสต์มาสใกล้เข้ามา การวางแผนของเธอกลับเป็นการคุกคามแผนร้ายของกรินช์

หากใครที่เป็นแฟนหนังของค่าย Illumination ก็น่าจะพอทราบทิศทางการเล่าเรื่องของค่ายนี้ดีว่ามันไม่ได้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากมาย และมักจะไม่ค่อยมีเนื้อหาลึกซึ้งกินใจอย่างค่าย DreamWorks หรือ Pixar มากนัก ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นส่วนใหญ่ของค่ายนี้ทำออกมาเพื่อเอาใจเด็กๆ โดยเฉพาะ และหนังก็ถูกนำเสนอเรื่องราวออกมาแบบน่ารักๆ แทบไม่มีพิษมีภัยอะไรมาก (ยกเว้นวีรกรรมแสบๆ ของตัวเอกในเรื่อง) เช่นเดียวกันกับเจ้าตัวเขียว The Grinch

โดยใน The Grinch นั้นหนังได้เผยให้เห็นวิถีชีวิตของเจ้ามนุษย์ตัวเขียวที่แปลกแยกจากคนอื่นๆ ในเมืองฮู-วิลล์ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงเดากันออกว่าเจ้าตัวนี้มีปมบางอย่างเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยความสุข ด้วยความขัดหูขัดตาที่เห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ จึงได้เกิดแผนการขโมยเทศกาลดังกล่าวไม่ให้ชาวเมืองได้มีความสุขขัดใจเจ้าตัวอีกต่อไป จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นปฏิบัติการสุดป่วนที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดีใน Despicable Me (2010) ของมิสเตอร์แสบที่มีวีรกรรมการขโมยของสุดหลุดโลกมาก่อนหน้านี้

ในเรื่องราวการปฏิบัติภารกิจของเจ้าตัวเขียวหน้าบูดเรื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็นรองมิสเตอร์แสบอยู่มากโข แต่เห็นได้จากวิธีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการขโมยที่อาจจะไม่มีความไฮเทคเท่า แต่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นส่วนใหญ่ของค่ายนี้มักจะมีจุดร่วมเหมือนกันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแก้ไขปมปัญหาชีวิตบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นเรื่องของการค้นหาตัวตนของตัวละครในเรื่อง

ซึ่งใน The Grinch ก็ยังคงมีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกันกับที่กล่าวมา คงไม่ต้องบอกว่าตอนจบนั้นจะแฮปปี้เอนดิงหรือไม่ก็น่าจะเดากันออก ดังนั้นในภาพรวมของหนังก็ถือว่าตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดี ดูได้เพลินๆ เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ดูแล้วต้องชอบแน่นอน

The Grinch 7/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์