จอห์นนี เด็ปป์ จูด ลอว์ รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald รีวิวหนัง หนัง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เอ็ดดี เรดเมย์น

รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

*****อาจจะมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์*****

สิ้นสุดการรอคอยมานานกว่า 2 ปีกันแล้ว สำหรับภาพยนตร์ภาคต่อจากโลกเวทย์มนต์ Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ เรื่องราวจากปลายปากกาของ เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ที่ในภาคนี้ยังคงได้ เดวิด เยตส์ (David Yates) มาสานการผจญภัยครั้งใหม่ของ นิวท์ สคามันเดอร์ ซึ่งรับบทโดย เอ็ดดี เรดเมย์น (Eddie Redmayne) กับเหล่าสัตว์วิเศษ โดยในภาคนี้เน้นไปที่เรื่องราวของพ่อมดเลื่องชื่อ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ รับบทโดย จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) และการปกป้องชีวิตและการไขปริศนาที่มาของ ครีเดนซ์ รับบทโดย เอซรา มิลเลอร์ (Ezra Miller)

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าในภาคนี้นั้นมีเรื่องราวสำคัญๆ อยู่สองประการก็คือตามติดชีวิตของ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ และตามหาครอบครัวของ ครีเดนซ์ ผู้เป็นออบสคูเรียล (คนที่มีพลังงานด้านมืดอยู่ในร่างกาย) ว่ากันตามตรงหากใครที่เป็นสาวกโลกเวทย์มนต์มาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter จนมาสู่เรื่องราวภาคแยกของสัตว์วิเศษนั้นเป็นต้องตั้งตารอคอยชมโลกสมมตินี้อย่างแน่นอน และเชื่อว่ามันจะไม่ทำให้ผิดหวัง ถึงแม้ว่าหนังจะได้คำวิจารณ์จากเมืองนอกที่ได้ดูก่อนบ้านเราซึ่งไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่เมื่อได้ไปสัมผัสเรื่องราวในต่างๆ กลับพบว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด

ด้วยความที่สร้างการเรื่องราวในภาคแยกนี้ล้วนแต่มีตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่แทบทั้งสิ้น อีกทั้งอารมณ์ของหนังก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสดใสเหมือน Harry Potter จึงทำให้ภาพรวมออกมาค่อนข้างดาร์กและหม่น ซึ่งจะว่าไปมันก็มีอารมณ์นี้มาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ในส่วนของการดำเนินกับความยาวของหนัง 2 ชั่วโมงกว่า หลายคนอาจจะคิดว่ามันนานเกินไปหรือเปล่า ขอบอกเลยว่าเมื่อได้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวเหล่านี้จะพบว่าเวลาแค่นี้ไม่ได้นานเลย

แม้ว่าการผจญภัยครั้งใหม่ของ นิวท์ สคามันเดอร์ จะทำให้เราได้ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นานาชนิดที่ทยอยอวดโฉมพร้อมความสามารถพิเศษดาหน้ามาให้เราได้เพลิดเพลิน โดยเฉพาะเจ้านิฟเฟลอร์ที่ออกมาขโมยซีนสุดๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังไม่ได้ทำให้เราจดจ่อกับประเด็นสำคัญจริงๆ เนื่องจากว่าทีมผู้สร้างมักจะใส่เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ คอยดึงดูความสนใจของเราไปจากเนื้อเรื่องหลักเสมอ ซึ่งหากใครไม่ได้คิดมากกับเรื่องราวปลีกย่อยเหล่านี้ก็เชื่อว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรนอกเสียจากว่าจะเก็บสะสมข้อมูลต่างๆ ไว้ในคลังเพื่อที่จะดูภาคต่อๆ ไปได้อย่างเต็มอรรถรส

ในส่วนอาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ตามชื่อภาคนี้นั้นก็ไม่ได้มีความหวือหวาอย่างที่คิดมากนัก เพราะหนังบอกเพียงแค่การเริ่มต้นที่จะปฏิบัติภารกิจของตัวร้ายตัวนี้เท่านั้น ซึ่งวีรกรรมโหดๆ ที่เราคาดว่าจะได้เห็นแบบจัดหนักจัดเต็มนั้นก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนนี้มากนัก เสมือนว่าเรื่องราวต่างๆ ในภาคนี้เป็นการปูเนื้อหาเพื่อที่จะเข้าสู่ภาคต่อเสียมากกว่า แต่ก็ยังดีที่เราได้เห็นอดีตของตัวละครหลักซึ่งมีความเกี่ยวโยงกันทำให้แฟนๆ ได้ฟินไปกับเหตุการณ์ในหลายๆ เรื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังดีที่หนังมีความหักมุมทำให้คนดูอย่างได้ลุ้นกันหลายต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแปรพักตร์เลือกข้างของคนที่เราคาดไม่ถึง รวมทั้งเรื่องครอบครัวและชาติกำเนิดของ ครีเดนซ์ ที่ถูกเฉลยในจบ บอกได้เลยว่าแทบอยากจะดูภาค 3 ต่อเสียเดี๋ยวนี้เลย เรียกได้ว่าแอบช็อกเบาๆ กันเลยทีเดียว

จากเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลนี้ที่ได้ชมกัน เชื่อว่านอกเหนือไปจากการได้เพลิดเพลินท่องไปในโลกเวทย์มนต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่หนังเรื่องนี้สื่อให้เห็นอย่างชัดเจนมากที่สุดก็คือ ความเป็นครอบครัว ที่ตัวละครของจักรวาลนี้มักจะขาดสิ่งนี้เสมอ ใครที่ได้ดูเรื่องราวในเรื่องนี้น่าจะสามารถตกผลึกอะไรได้หลายๆ อย่าง และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างแน่นอน

Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald 8.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภายพนตร์