ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z รีวิว ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z รีวิวหนัง หนัง Master Z: The Ip Man Legacy

รีวิว Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z

*****อาจจะมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์*****

หลังจากปรากฏตัวใน Yip Man 3 (2015) ในฐานะคู่ปรับของปรมาจารย์ยิปมันที่มีฝีมือสูสีกัน ในที่สุดทางตัวละครของ จงเทียนฉี ซึ่งรับบทโดย จางจิ้น ก็ได้มีภาพยนตร์ภาคแยกมีเรื่องราวเป็นของตัวเองแล้ว โดยใช้ชื่อหนังว่า Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวหลังจากที่เจ้าตัวพ่ายแพ้การต่อสู้กับยิปมัน ก่อนจะหันหลังให้วงการหมัดมวยมาใช้ชีวิตที่สงบ แต่ก็ไม่วายต้องมาพบกับวุ่นวายจนได้ ซึ่งในเรื่องนี้หนังได้ หยวน หวู ปิง ผู้กำกับรุ่นเก๋าที่เคยร่วมงานกับฮอลลิวูดหลายเรื่องมาสานต่อความมันในครั้งนี้

Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากที่ จงเทียนฉี พ่ายการต่อสู้ต่อ ยิปมัน เขาเลือกที่จะหันหลังให้กับมวยหย่งชุนและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ไม่นานเขาก็ไปมีเรื่องกับแก๊งอันธพาลหลังจากที่พยายามช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกข่มเหง แก๊งอันธพาลเผาบ้านของเขาอย่างย่อยยับ จงเทียนฉีหลบหนีออกมาไปหลบพักอาศัยอยู่ที่บาร์เหล้าข้างถนนที่นั่นเขาได้พบกับผู้คนที่ช่วยเหลือและมีจิตใจดี ไม่นานจงเทียนฉีได้เรียนรู้ว่าแก๊งอันธพาลที่เผาบ้านของเขาเป็นแก๊งที่ลักลอบขายยาเสพติดและทำร้ายผู้คนอย่างโหดร้าย แม้แต่ตำรวจก็ไม่สามารถจัดการกับพวกนี้ได้ จงเทียนฉีจึงต้องอาศัยหมัดมวยหย่งชุนของเขาอีกครั้งเพื่อผดุงความยุติธรรม

เรียกได้ว่าเป็นการสานต่อจักรวาลยิปมันที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับแฟรนไชน์ภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ เพราะเรื่องราวใน ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z นั้นได้เผยให้เห็นชีวิตของตัวละคร จงเทียนฉี ผู้เปรียบเสมือนหนึ่งในตัวร้ายหรือคู่ปรับของยิปมันในภาค 3 ซึ่งแน่นอนว่าตัวะครตัวนี้ไม่ได้มีแต่มุมที่ต้องการเอาชนะและโค่นล้มยิปมันเท่านั้น หนังได้เผยให้เห็นเรื่องราวหลังจากที่เขาพ่ายแพ้ให้ปรมาจารย์ยิปมัน ซึ่งทำให้เราได้สัมผัสถึงความพยายามที่จะเป็นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำทั่วไป แต่หลังจากที่เขาบังเอิญไปอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ความตั้งใจแรกที่หวังจะหันหลังให้กับวงการมวยหย่งชุนก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด

ตัวละคร จงเทียนฉี จำต้องกลับมาเข้ามาสู่ศิลปะการต่อสู้นี้อีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือคนที่เขารัก ซึ่งจากพล็อตเรื่องที่กล่าวมาก็น่าจะพอเดากันออกมาว่าตอนจบของหนังจะเป็นอย่างไร เพราะเรื่องราวที่มีตัวเอกเป็นฮีโร่นั้นต้องจบแบบแฮปปี้แน่นอน แต่ในระหว่างทางกว่าจะไปถึงจุดนั้นเขาก้ต้องพบกับอุปสรรคมากมาย เช่นเดียวกันกับ จงเทียนฉี ที่ต้องใช้วิชามวยหย่งชุนเข้าต่อกรกับแก๊งอันธพาลที่ดูเหมือนจะเป็นแก๊งธรรมดาทั่วไป แต่ที่ไหนมันกลับมีเบื้องหลังซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ฉากหน้าทำตัวเป็นคนดี เเต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความเน่าฟอนเฟะทำแต่สิ่งผิดกฏหมาย

โดยตัวละครที่มารับบทเป็นชาวต่างชาติและตัวร้ายในเรื่องนี้ก็คือ เดฟ บาทิสตา (Dave Bautista) นักแสดงจากฮอลลิวูดที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับ ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง แม้จะรู้ว่าคาแรคเตอร์ของเขาค่อนข้างจะซ้ำ แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเจ้าตัวต้องมาใช้การต่อสู้แบบหมัดมวย ซึ่งภาพรวมที่ได้ก็สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าลีลาไม่ธรรมดาเลย เช่นเดียวกับตัวละครของ มิเชล โหย่ว ที่เป็นหัวแก๊งได้ถ่ายทอดความเป็นหญิงแกร่งอยู่ท่ามกลางผู้ชายออกมาได้อย่างน่าเกรงขาม

อีกหนึ่งตัวละครที่เชื่อว่าหลายคนตั้งตารอชมคือ โทนี่ จา หรือ จา พนม ซึ่งในเรื่องรับบทเป็น โทนี่ ที่ดูเหมือนจะเป็นคู่ปรับของ จงเทียนฉี แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นผู้มาช่วยเหลือพระเอกของเราซะงั้น เรียกว่าเป็นตัวละครที่น่าสนใจและสามารถไปต่อในภาคต่อๆ ไปได้ เนื่องจากยังมีอีกหลายมุมที่หนังยังไม่เผยเรื่องราวออกมาให้เห็นมากนัก นอกเสียจากลีลาหมัดมวยที่มีความสูสีพระเอกของเรา ไม่แน่ว่าในภาคต่อๆ ไป เราอาจจะได้เห็นเขาโลดแล่นกลายเป็นตัวเอกในจักรวาลนี้ก็เป็นได้

โดยภาพรวมแล้วหากถามว่า ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z ที่ไม่มียิปมันในภาคนี้สนุกไหม บอกได้เลยว่าสนุกมาก แม้หนังจะดำเนินไปในแบบที่เราก็พอจะรู้ว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไงต่อไปในตอนจบ แต่ในเรื่องของงานแอคชั่นนั้นยังเต็มไปด้วยความมันดุเดือด (แม้จะเกินจริงไปบ้าง) ตื่นตาไปกับลีลาหมัดมวยที่มีแฝงไปด้วยศิลปะที่สวยงาม ใครที่เป็นแฟนหนังยิปมันและคอหนังแอคชั่นไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

Master Z: The Ip Man Legacy ยิปมัน: ตำนานมาสเตอร์ Z เข้าฉายในไทย 27 ธันวาคม 2018