รีวิว หมอลำมาเนีย รีวิวหนัง หนัง หมอลำมาเนีย หมอลำมาเนีย

รีวิว หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก

Home / วิจารณ์หนัง / รีวิว หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก

นับเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเมื่อช่วงหลังๆ มานี้ได้เห็นภาพยนตร์ไทยเริ่มกลับมาคึกคักกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะภาพยนตร์อีสานไทบ้านได้กลับมาเป็นที่นิยมจนเกิดกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนหนัง หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก จาก ฟินวิ่ว ฟิล์ม ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความเป็นไทบ้านและเป็นความหวังซึ่งเพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ จากหนังสั้นธีสิสระดับมหาวิทยาลัยมาสู่การเข้าฉายในโรงใหญ่นั้นจะออกมาถูกใจหรือไม่ต้องมาลุ้นกัน

หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอ รอให้เธอมารัก ว่าด้วยเรื่องราวของการรวบรวมเสาะหาสมาชิกเดนตายที่จะมาร่วมหัวจมท้ายก่อกำเนิดเป็น สุดยอดหมอลำมาเนีย จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมี สเตอ หนุ่มนักดนตรีดีกรีนักเรียนนอกเป็นตัวตั้งตัวตีพร้อมด้วยเพื่อนซี้ในวัยเด็กอย่าง อาจ หนุ่มไทบ้านที่บ้าหมอลำขนาดหนัก และ สิน ชายหนุ่มผู้น่ายกย่อง หมอแคน ที่คอยทำหน้าที่เป็นมันสมองของกลุ่ม และคอยดูแลหมู่บ้านราวกับผู้ใหญ่บ้าน

เมื่องานบุญประจำหมู่บ้านกำลังจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โอกาสในการแสดงฝีมือของพวกเขาจึงมาถึง ในรายการ ล้านกะโป้ ทาเลนต์ เวทีพิสูจน์ฝีมือทางด้านดนตรีของชาวบ้านล้านกะโป้ทุกคน หนทางพิสูจน์ความฝันของกลุ่มคนหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมการการวมตัวของเหล่าสมาชิกวงหมอลำมาเนีย ความฝันอันบ้าคลั่งที่อยากสร้างวงหมอลำระดับจักรวาลและพาดนตรีอีสานไปสู่สายตาคนทั่วโลกจะสำเร็จหรือไม่ เพราะแค่เวทีระดับหมู่บ้านก็ยากเย็นแสนเค็ญขนาดนี้แล้ว

หากมองในแง่หนึ่งต้องบอกกันตามตรงโดยส่วนตัวรู้สึกว่า หมอลำมาเนีย ค่อนข้างเป็นหนังที่เฉพาะกลุ่มพอสมควร นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่หยิบเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นของอีสานอย่าง หมอลำ มาเป็นประเด็นหลักที่จะสื่อสารออกไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าท้ายแล้ว เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักหมอลำแน่นอนแต่ก็ไม่ได้มีความเข้าใจอะไรมาก น้อยนักที่จะเห็นว่ามีคนชื่นชอบและเข้าใจหมอลำมากๆ นอกเหนือไปจากคนอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องเหล่านี้ได้แทรกซึมอยู่ในชีวิตอยู่แล้ว แต่ด้วยความเป็นดนตรีหากจับจุดได้ก็สามารถเข้าถึงใจคนดูได้

ฉะนั้นการคาดหวังที่จะให้คนหมู่มากมาอินไปกับหนังก็ถือเป็นเรื่องไม่ยากและไม่ง่าย แม้ว่าหนังจะพยายามใส่เรื่องราววิถีชีวิตของชาวบ้านที่เป็นคนธรรมดา ใส่มุกตลกจากตัวละครที่มีคาแรคเตอร์บ้านๆ ที่ทุกคนสามารถเข้าใจจนขำไปกับเรื่องราวต่างๆ ได้ แต่โดยรวมแล้วหนังก็ยังไม่สามารถทำให้คนดูอย่างเราสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของความเป็นไทบ้านที่แท้จริง และแน่นอนว่ามันยังไม่เกิดความสอดคล้องกันอีกด้วย

ขณะที่กำลังดูหนังรู้ได้เลยว่ามีหลายๆ จุดที่ผู้สร้างใส่มันเข้ามาจนรู้สึกว่ามันแทบไม่เข้ากัน บางฉากบางตอนก็ดูเหมือนจะยืดออกไปจนเกินพอดี ทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น และที่สำคัญยังเห็นได้ชัดเจนว่าด้วยเทคนิคการถ่ายทำหรืออะไรก็ตามแต่ในหลายๆ จุด ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่านี่เป็นหนังใหญ่เข้าโรง ไม่ใช่หนังสั้นของนักศึกษาทำ (จะว่าไปหนังสั้นบางเรื่องยังทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ)

แม้ภาพรวมของหนังที่เห็นได้ชัดว่าผู้สร้างมีความตั้งใจจริงที่จะเสนอความเป็นท้องถิ่นออกมาให้สนุกสนาน และมันก็ยังไม่ได้ลงตัวมากนัก แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่สร้างความประทับใจมากที่สุดในการดูหนังเรื่องนี้คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ เรียกได้ว่าแต่ละเพลงนั้นถูกถ่ายทอดแทนเรื่องราวความเป็นมนุษย์ ความเป็นอีสาน รวมไปถึงทุกๆ อย่างออกมาได้ดีกว่าการแสดงของนักแสดงทั้งเรื่องเสียด้วยซ้ำ

ประกอบกับการเอาดนตรีหลายๆ แนวมาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเพลงที่ซึ้งๆ และกินใจหลายๆ เพลง นับว่านี่เป็นจุดที่ดีที่สุดของหนังเลยก็ว่าได้ ต้องขอยกนิ้วให้กับคนสร้างสรรค์บทเพลงเหล่านี้จริงๆ ท้ายที่สุดแล้วหากมีการขมวดเรื่องราวให้มีความกระชับและปรับให้เรื่องราวเป็นธรรมชาติมากกว่านี้น่าจะทำให้หนังออกมาโดนใจไม่น้อยเลย

หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก 6.5/10 คะแนน เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์