The Village Album จารึกไว้ในรอยจำ

Home / วิจารณ์หนัง / The Village Album จารึกไว้ในรอยจำ

แป้งร่ำ

ด้วยเทคโนโลยีที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้วงการหนังมีของเล่นแปลกๆใหม่ๆ สารพัดมาให้ผู้ชมอย่างเราตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ

น้อยครั้งนักที่เราจะมีโอกาสได้ดูหนังที่เรียบง่าย แต่จริงใจและงดงาม

ทว่าถึงจะน้อย แต่หลายเรื่องก็ได้จารึกความประทับใจไว้ในรอยจำของเราอย่างไม่รู้ลืม เหมือนอย่างเรื่องล่าสุดที่เราได้ดูอย่าง The Village Album

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่ฮานาตานิ หมู่บ้านชนบทที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ผู้คนในหมู่บ้านนี้ยึดที่นั่นเป็นเรือนเกิดเรือนตายมาหลายชั่วอายุคน

แต่ฮานาตานิกำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ เพราะรัฐบาลจะใช้พื้นที่บริเวณนั้นสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ชาวบ้านก็เลยกลายเป็นนกขมิ้น ต้องร่อนเร่หารังนอนใหม่

…ถึงจะเศร้า แต่ก็ต้องจำใจจาก…

ทว่าด้วยความผูกพันที่มีให้กันมายาวนาน ชาวบ้านเลยอยากจะสร้างของขวัญสักชิ้น ที่สามารถบันทึกความทรงจำดีๆ ในแต่ละวินาทีที่เคยมีร่วมกัน

เคนอิจิ (ทัตสุยะ ฟูจิ) ตาเฒ่าหัวดื้อ เจ้าของร้านถ่ายรูปสุดแสนจะเก่าแก่ของหมู่บ้าน ก็เลยถูกขอร้องให้ใช้เวลาในช่วงสุดท้าย ช่วยตระเวนบันทึกภาพผู้คนทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านเพื่อทำ “วิลเลจ อัลบั้ม” 


เคนอิจิได้ ทากาชิ (เคน ไคโตะ) ลูกชายคนเดียว มาเป็นผู้ช่วย (แบบไม่ค่อยจะเต็มใจซะเท่าไหร่) ทากาชิหลงใหลการถ่ายภาพเหมือนพ่อ แต่ไม่อยากจ่อมจมอยู่ในเมืองเล็กๆ ก็เลยออกจากบ้านไปแสวงหาความก้าวหน้าในเมืองใหญ่ทันสมัยอย่างโตเกียว

ปกติแล้วความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ไม่ค่อยจะราบรื่น เพราะทั้งสองคนต่างก็มีความคิดและความเชื่อเป็นของตัวเอง เลยทำให้ทะเลาะกันบ่อยๆ

ในสายตาของลูกนั้น พ่อเป็นเพียงช่างภาพแก่ๆ เชยๆ ที่ไม่รู้จักกล้องดิจิตอล ไม่รู้จักคำว่าพิกเซล ใช้เป็นแต่กล้องเก่าๆ โบราณ (แบบที่ใช้มือหมุนไง) แต่พ่อก็รู้จักทุกคนในหมู่บ้าน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา และรู้ว่าสำหรับบางคนแล้ว รูปถ่ายมีความหมายมากกว่าแผ่นกระดาษ เพราะสามารถมอบความสุขและเก็บความทรงจำ ณ วินาทีนั้นได้ตลอดไป

ทว่าระหว่างการบุกป่าฝ่าดงเดินไปยังแต่ละบ้านเพื่อถ่ายภาพนั้น ทั้งคู่ก็ได้เปิดใจกันมากขึ้น ทากาชิเริ่มมองเห็นพ่อในอีกมุมหนึ่ง ได้เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริง และเริ่มเข้าใจพ่อ อย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อนในชีวิต และพ่อก็ทำให้เขาได้รู้ว่า 


การถ่ายรูปให้สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาและเทคโนโลยีของกล้อง แต่อยู่ที่ความรู้สึกของคนถ่าย

เพราะถ่ายรูปด้วยใจ รูปของพ่อจึงมีแต่รอยยิ้มและชีวิตชีวาในทุกอณูภาพ

The Village Album ไม่ใช่หนังที่มีเทคนิคอลังการงานสร้างแบบดาวล้านดวง แต่สารที่ซ่อนอยู่ในหนัง กลับมีคุณค่ามากกว่าเทคนิคมากมายนัก

บางครั้งความเก่าความเชยก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเบือนหน้าหนี แต่กลับเป็นเสน่ห์ที่เสริมให้หนัง ถ่ายทอดแง่มุมงดงามของชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แม้ว่าบทจะไม่เข้มข้นลุ่มลึกมากนัก เป็นไปตามสูตรของหนังแนวซึ้งๆ แบบอบอุ่น แบบว่านั่งดูๆ ไปก็จะพอเดาถึงตอนจบได้ แต่เรื่องราวระหว่างบรรทัดก็สร้างความประทับใจให้กับเราได้ไม่ยากเลย

ยิ่งการดำเนินเรื่องที่เป็นไปอย่างเรียบ นิ่ง และง่าย ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นหนังที่ “ซื่ออย่างจริงใจ” และทำให้เราอิ่มอุ่นในความรู้สึก

The Village Album ช่วยสะกิดเราให้ย้อนนึกถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิต เพราะเรื่องราวเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก การดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย มิตรภาพอันมั่นคงของคนในหมู่บ้านเล็กๆ และยกย่องความงดงามของวิถีชีวิตแบบเก่า ที่คำว่าครอบครัวยังคงคุณค่าและความหมายตลอดมา

ในสังคมและวิถีที่รีบเร่งอย่างในปัจจุบัน เราหลายคนอาจเห็นความสำคัญของวัตถุภายนอกมากกว่า จนหลงลืมสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างครอบครัวเสียสิ้น ทั้งที่ไม่ว่าเราจะทุกข์ร้อนมาจากไหน คนในครอบครัวก็จะคอยปลอบประโลมเราให้หายเศร้าเสมอ

ความเรียบง่ายและจริงใจทั้งหมดทำให้ The Village Album สามารถคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลหนังนานาชาติเซี่ยงไฮ้มาได้ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก ทัตสุยะ ฟูจิ

มั่นใจมากๆ เลยว่าถ้าใครเคยหลงใหลในกลิ่นอายความซึ้งและอบอุ่นจาก Be With You และ Always แล้วนั้น ก็ไม่น่าจะรอดพ้นมนต์เสน่ห์ของเรื่องนี้ไปได้แน่นอน ไม่เชื่อลองไปพิสูจน์กันไหมล่ะ

อ้อ อย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาด้วยก็แล้วกัน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์