เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย เรื่อง (อาจไม่) ถนัด ของเจ้าพ่อผี

Home / วิจารณ์หนัง / เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย เรื่อง (อาจไม่) ถนัด ของเจ้าพ่อผี

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวนักแสดง ไม่ได้อยู่ที่พล็อตเรื่องอันหวือหวา ไม่ได้อยู่ที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์อันเร้าใจ หากแต่อยู่ที่ผู้กำกับ

เพราะบุคคลคนนี้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้คร่ำหวอดในเรื่องภูตผีวิญญาณมานานร่วม 20 ปี จนได้ฉายามากมายทั้ง ดีเจผี ป๋อง เดอะ ช็อก ดีเจ หมอผี ไปจนถึง เจ้าพ่อผี เมืองไทย ฯลฯ เขาคนนี้มีชื่อว่า กพล ทองพลับ

ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับเรื่องผีหลอกวิญญาณหลอน อาจจะไม่ใช่ในฐานะหมอผี ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถขับไล่ภูตผี ปีศาจ มีความข้องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือแม้แต่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้จดจ่อกับการพิสูจน์สสารที่มองไม่เห็น อย่างที่เราเรียกกันว่า วิญญาณ ก็ตาม…ทว่าประสบการณ์ของ ป๋อง กพล อยู่ที่การเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิญญาณของคน ที่เคยพานพบประสบเจอ แล้วนำมาบอกต่อเพื่อเล่าสู่กันฟัง ทั้งในฐานะนักจัดรายการวิทยุ พิธีกรโทรทัศน์ หรือเจ้าของแนวคิด เรียลิตี้ ช็อก วีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์จริง ที่มีการเปิดรับสมัครคนใจกล้า เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคำร่ำลือว่า ผีดุ เช่น บ้านร้าง โรงพยาบาลเก่า โรงงานที่ถูกปิดตาย ฯลฯ พร้อมท้าทายด้วยการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อโบราณ เพื่อให้ได้เห็นผี โดยมีจุดหมายคือการชิงเงินรางวัล ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไปไม่น้อย จนต้องมีการทำ เรียลิตี้ ช็อก ชุด 2 ตามออกมา และมีการเดินทางไปท้าทายวิญญาณไกลถึงต่างประเทศ

การเล่นกับความเชื่อดั้งเดิม การท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็น-พิสูจน์ไม่ได้ ปลุกเร้าความรู้สึกหวาดผวาให้เกิดกับผู้คนจากเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผีๆ อาจทำให้ ป๋อง’ กพล กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องของวิญญาณไปในที่สุด และอาจจะเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง สำหรับการก้าวเข้ามาเป็นผู้กำกับหนังผี “เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย” ในนาทีนี้ของเขา…เพียงแต่นายทุน หรือตัว กพล เอง อาจจะมองข้ามไปว่า หนัง นั้น ต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์ในการเล่าเรื่องมากกว่าสื่ออื่นๆ ทั่วไป จากที่เขาเคยทำมา เริ่มตั้งแต่เนื้อหา รูปแบบหรือวิธีการบอกเล่า ซึ่งผู้กำกับต้องมีทักษะในการสื่อสารเรื่องราวไปสู่ผู้ชมในแทบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาทางกายภาพที่สื่อออกมาผ่านนักแสดงด้วยอากัปกิริยาต่างๆ ภาษาพูดที่สอดรับกับกิริยาท่าทาง หรือรายละเอียดเนื้อหา มีความเป็นเหตุเป็นผล อีกทั้งยังต้องใช้องค์ประกอบทางศิลปะมากมาย ตั้งแต่การกำหนดลักษณะภาพ การออกแบบฉาก การเล่นกับแสง-เงา ไปจนถึงเทคนิคต่างๆ เข้ามาประกอบ ทั้งภาพและเสียง เพราะฉะนั้น การทำหนังผีกับการทำรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ เอาเข้าจริงมันอาจจะเป็นศาสตร์คนละแขนงเลยก็ได้

“เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย” บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนนักเรียนสมัยประถมที่ประกอบด้วย เสรี (จีน มหาสมุทร บุณยรักษ์) นาตยา (เก๋ ชลลดา เมฆราตรี) พฤกษ์ (แอนดี้ เขมภิมุก) ชัยวัฒน์ (‘ต๊อบ’ ตรีพล พรมสุวรรณ) เจนจิรา (‘เนย’ ณหทัย เล็กบำรุง) กานต์ (‘กะหล่ำ’ ภูวดล ลายสนิท) แพรไหม (แอนนา รีส) ประวิทย์ (‘จิว’ หรรษพลน์ คงสิบ) และ ไพรัฐ (‘บาส’ บุญธวัช ล้อแก้วรุจี) ทั้งหมดมาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น ก่อนจะแยกย้ายกันไป โดยไม่มีใครรู้ว่าหลังจากนั้น ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล…อยู่มาวันหนึ่ง ชัยวัฒน์ โทรหา เสรี ด้วยน้ำเสียงร้อนรน คะยั้นคะยอให้เขาไปหาที่ห้องพัก ครั้นเมื่อไปถึงก็พบว่า ชัยวัฒน์ มีท่าทีหวาดกลัวอะไรบางอย่าง พร้อมกับมอบแผ่นซีดีแล้วย้ำว่าให้ดูทันที จากนั้นเขาก็ประสบอุบัติเหตุตกจากระเบียงคอนโดที่พัก เสียชีวิตอย่างสยดสยอง…เมื่อ เสรี นำแผ่นซีดีมาเปิดดูก็พบข้อมูลบางอย่างที่น่าตกใจ รวมทั้งจดหมายลูกโซ่ที่มีข้อความบรรยายถึงความแค้น และเกมแฮงก์แมน ที่ต้องเติมคำลงในช่องว่างและให้ส่งต่อไป…เสรี รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง จึงนัดกลุ่มเพื่อนมาเจอกันอีกครั้ง แล้วก็พบว่าเพื่อนแต่ละคน ต่างก็ได้รับจดหมายลูกโซ่นี้เช่นกัน และทันทีทันใดนั้น กานต์ เพื่อนในกลุ่มก็พบจุดจบจากอุบัติเหตุอันน่าสยดสยองต่อหน้าต่อตาทุกคน ซึ่งก็ทำให้ เสรี สงสัยว่า จุดจบของแต่ละคนอาจจะกำลังเดินทางมาถึง ดังนั้นเขาและ นาตยา จึงอาสาออกค้นหาคำตอบของปริศนาจดหมายลูกโซ่นี้ให้ได้

“เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย” คาบเกี่ยวระหว่างการเป็นหนังฆาตกรรมเขย่าขวัญ(Suspense Thriller) กับหนังสยองขวัญ (Horror) ที่มีการสร้างสถานการณ์และเงื่อนปมให้ชวนติดตาม ก่อนจะพลิกผันไปทางหนึ่งทางใดในช่วงท้ายเรื่อง แต่หากสำรวจลงในรายละเอียดก็พบว่าความสัมพันธ์ของตัวละครค่อนข้างกระโดดไปมา ทว่าที่เป็นข้อบกพร่องอย่างเห็นได้ชัดที่สุดในหนังก็คือการแสดงของ จีน’ มหาสมุทร ในบทของ เสรี และ เก๋’ ชลลดา ในบทของ นาตยา ที่ดูอ่อนล้าโรยแรงจนบางครั้งไม่สามารถเกาะกุมคาแรคเตอร์ของตัวเองให้ได้ตลอดรอดฝั่ง โดยเฉพาะการแสดงที่ยังแข็งขืนเอามากๆไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง สีหน้า แววตา ไปจนท่าทางของ จีน’ มหาสมุทร ที่แม้จะเป็นหนังเรื่องที่สองของเขา นับจาก หมานคร (2547) แล้วก็ตาม แต่ก็หาได้มีพัฒนาการใดๆ ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายบทของ เสรี เป็นบทที่ต้องอุ้มหนังไว้แทบทั้งเรื่อง จึงกลายเป็นการอุ้มฆ่าตัวละครตัวนี้ไปโดยปริยาย ในขณะที่งานสร้างก็ทำหน้าที่เพียงแค่รับใช้เนื้อหา ซึ่งก็พอเอาตัวรอดไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนรูปแบบการเล่าเรื่องก็แทบไม่หนีห่างจากงานทีวีเท่าใดนัก บางช็อต (Shot) ยังใช้การเปลี่ยนขนาดภาพด้วยเทคนิคเก่าๆ อย่างการใช้วิธีดึงภาพจากระยะใกล้ไปไกล (zoom out) ด้วยซ้ำ

กพล ทองพลับ อาจมีความเจนจัดในการเล่าเรื่องผีในสื่อบางประเภท แต่สำหรับสื่ออย่างภาพยนตร์แล้ว การเล่าเรื่องเพื่อจะให้ได้ผลชะงัด อาจต้องใช้ศิลปะเข้ามาข้องเกี่ยว แต่อย่างไรก็ตามต้นทุนการทำหนังผีของผู้กำกับหน้าใหม่คนนี้ยังมีค่อนข้างสูง เพราะอย่างน้อยเรื่องราวที่พยายามบอกเล่าในครั้งนี้ก็เรียกความน่าสนใจใคร่ติดตามได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งประสบการณ์ทางวิญญาณมากมายหลายร้อยเรื่องที่มีตุนอยู่ ก็เพียงพอที่จะให้เขากลับมาแก้ตัวใหม่ได้อีกครั้ง เพียงแต่จะมีโอกาสหรือไม่เท่านั้นเอง

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

khunpeejo@hotmail.com

ที่มาจากหนังสือพิมพ์