THE PRESTIGE มายากลแห่งความสัมพันธ์

Home / วิจารณ์หนัง / THE PRESTIGE มายากลแห่งความสัมพันธ์

ราชดำเนินเธียเตอร์ – 16/11/2549

ผ่านผลงานมา 3 เรื่อง คือ Memento, Batman Begins รวมถึงผลงานล่าสุด The Prestige ต้องยอมรับเลยว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน คือ ผู้กำกับฯ ที่นำเอาด้านมืดของมนุษย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างได้ผล ซึ่งทุกเรื่องให้ผลลัพธ์ที่ เข้ม-คม-ขลัง ชวนประทับใจยิ่ง

มาหนนี้ใน The Prestige เขาพาผู้ชมไปสัมผัสกับสายสัมพันธ์ของ 2 นักมายากลชาย ที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนที่ชื่นชมต่อกัน ก่อนจะกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ เพื่อนรักเพื่อนร้าย เป็น มายากลแห่งความสัมพันธ์ ที่บอกไม่ได้ว่า อันไหนจริง อันไหนลวง

ลอนดอนในยุคอดีตช่วงกำลังก้าวสู่ศตวรรษใหม่ มี 2 นักมายากลผู้โด่งดังมาพร้อมๆ กัน คนหนึ่งคือ โรเบิร์ต แอนเกียร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ที่เก่งในเรื่องลีลาการแสดง แต่ขาดในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และ อัลเฟร็ด บอร์เด้น (ครินเตียน เบล) ที่ไม่เก่งในเรื่องการแสดงบนเวที แต่กลับมีพรสวรรค์ในเรื่องไอเดียสร้างสรรค์ ทั้งสองต่างชื่นชมกันและกัน และร่วมแสดงกันมานานนักหนา

แต่แล้วในการแสดงครั้งหนึ่งกับ กลผู้หญิงตกน้ำ ที่ผู้ช่วยสาวสวยจะต้องถูกมัดมือมัดเท้าแล้วถูกปล่อยลงในถังน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเธอจะต้องแก้มัดออกมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เพราะการมัดมือของบอร์เด้น ทำให้ผู้ช่วยสาวซึ่งเป็นแฟนของแอนเกียร์ต้องเสียชีวิตลง นั่นเองที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ความสัมพันธ์ของชายคู่นี้เป็นเหมือนการแข่งขันที่เริ่มจากการที่ แอนเกียร์เป็นฝ่ายนำไปก่อนเล็กย้อย เขาเป็นชายที่ดูดีมีเสน่ห์ มีแฟนสาวเป็นผู้ช่วยนักมายากลอยู่บนเวที เขาดูเป็นชายหนุ่มที่มีความสุขกับชีวิต มองโลกในแง่ดี เขาไม่ยอมเล่นกลที่จะต้องฆ่าสัตว์ หรือทำลายสิ่งมีชีวิตโดยเด็ดขาด เพราะเขาถือว่า เป็นการ เล่นนอกกฎ

ขณะที่บอร์เด้นเริ่มต้นจากการที่เหมือนคนที่มองว่าตัวเองเป็นรองคู่แข่ง เขาดูเหมือนจะอิจฉาแอนเกียร์ ที่ดูหล่อ มีเสน่ห์ มีแฟนสาวสวย ดูมีความสุขกับชีวิตซะเหลือเกิน จนกระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่แฟนสาวของแอนเกียร์ตาย เขาถูกใครๆ มองว่ามีส่วนทำให้ผู้ช่วยสาวตาย โดยที่บอร์เด้นบอกไม่ได้ว่า เขามัดเธอด้วยปมเงื่อนอะไรจนเธอไม่สามารถจะแก้ปมได้ทันเวลา

และจากการตายครั้งนี้ ไม่ว่าจะโดย ตั้งใจ หรือบังเอิญ มันทำให้แอนเกียร์เสียศูนย์ไปพักใหญ่ เขาเหมือนถูกดึงให้กลับมาที่จุดสตาร์ตใหม่ เหมือนว่า บอร์เด้นตั้งใจดึงให้แอนเกียร์ลงมาที่จุดสตาร์ตอีกครั้งเพื่อที่จะให้ออกวิ่งใหม่อีกหน ประมาณว่า จงมาเริ่มต้นจากศูนย์ด้วยกันใหม่ แล้วหนนี้ดูสิว่า ใครจะเจ๋งกว่าใคร?

หลังจากนั้น ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปมีคณะมายากลของตัวเอง นั่นเองที่ทั้งสองเริ่มออกวิ่งแข่งกันอย่างจริงจัง แอนเกียร์ยังคงออกสตาร์ตได้สวยกว่า เพราะเขาได้ คัตเตอร์ (ไมเคิล เคน) นักมายากลรุ่นใหญ่ที่เป็นเหมือนครูของทั้งสอง มาเป็นผู้ช่วยในการคิดกลใหม่ๆ

ขณะที่บอร์เดนออกสตาร์ตอย่างกระท่อนกระแทน เขามีเมีย มีลูก และเริ่มต้นจากการเปิดการแสดงเล็กๆ ไปตามมีตามเกิด แต่เพราะความแค้นที่ยังไม่ลบเลือน ทำให้แอนเกียร์ตามมาเซอร์ไพรส์ทำลายการโชว์ของเขา และบอร์เด้นก็ตามกลับไป แก้แค้น เอาคืน ในครั้งถัดไป และเป็นเช่นนี้ไปตลอด พร้อมกับเพิ่มดีกรีความแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

จากที่แค่ทำให้เสียหน้า กลายเป็นทำให้เลือดตกยางออก ทำลายชีวิตครอบครัว แย่งลูก ไปจนถึงทำให้ติดคุก เมื่อแอนเกียร์พบว่า บอร์เด้นมีกลใหม่ที่เขาทำไม่ได้ และเขาต้องการจะล้วงความลับของบอร์เด้นให้ได้ เขายอมแม้กระทั่งการส่งแฟนสาวคนใหม่ โอลิเวีย (สการ์เล็ต โยฮันสัน) ให้ไปอยู่กับบอร์เด้นเพื่อจะล้วงความลับมาให้ได้ และการขับเคี่ยวของทั้งสองก็ลุกลามใหญ่โตจนถึงขั้น เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นไปในแบบ ทั้งรักทั้งชัง เป็น เพื่อนรักเพื่อนแค้น ซึ่งถ้าเกิดในเพศหญิง เราคงเรียกว่า ความอิจฉาริษยา แต่พอเกิดใน เพศชาย เราเรียกว่า การแข่งขันเพื่อศักดิ์ศรี ฟังดูดีมีสกุลเชียว

แท้จริงแล้ว ทั้งสองเป็นเหมือน เหรียญอีกด้านของกันและกัน ซึ่งถ้าทั้งสองหันมาร่วมมือกัน ก็จะก่อให้เกิด งานศิลปะมายากลชั้นเลิศ แต่เมื่อทั้งสองตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน จึงต้องมีเพียงคนเดียวที่จะเป็นผู้ชนะ

ดังที่ในหนังบอกไว้ว่า ความลุ่มหลงเป็นเรื่องของคนหนุ่ม ทั้งสองต่างลุ่มหลงอยู่กับการเอาชนะคะคานกัน บอร์เด้นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด ซึ่งดูเหมือนเขาก็รู้สึกผิด และพยายามที่แก้ตัวเสียใหม่ ขณะที่แอนเกียร์เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นชายหนุ่มที่มองโลกในแง่ดี แต่เมื่อโทสะ โมหะเข้าครอบงำ เขาก็เริ่มกลายเป็นอีกคน ถึงที่สุดเขาก็กลายเป็นคนที่ เล่นนอกกฎ ทั้งที่เคยเป็นสิ่งที่เขาปฏิเสธมาตลอด เพื่อการเป็น ผู้ชนะ

ผมชอบ คริสโตเฟอร์ โนแลน จากผลงาน 3 เรื่องผ่านมา ผมขอยกให้เป็น หนึ่งในผู้กำกับฯ ในดวงใจ ในยุคหลังนี้ ผมชอบหนังของเขาที่มักสร้างตัวละครได้อย่างมีสีสัน ลุ่มลึก ชวนค้นหา เลือกนักแสดงมาเสริมให้บทนั้น ตัวละครนั้น มีชีวิตชีวาสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

เรื่องนี้ก็เช่นกัน ฮิวจ์ แจ็คแมน ในบท แอนเกียร์ กับ คริสเตียน เบล ในบท บอร์เด้น เล่นแบบ กินกันไม่ลง ! จนเชื่อว่าผู้ชมเองก็คงจะทำเอาใจช่วยเชียร์ลำบากว่าจะเลือกเชียร์ข้างไหนดี เพราะต่างก็มี ดี-เลว พอๆ กัน

รวมทั้ง ไมเคิล เคน ในบท คัตเตอร์ ที่ไว้ลายรุ่นใหญ่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เล่นบทอะไรบทนั้นก็ดูมีพลังไปเสียหมด และ สการ์เล็ต โยฮันสัน ในบท โอลิเวีย ผู้ช่วยคนใหม่ของ แอนเกียร์ ก็ทำให้ตัวละครดู มายา จนเราไม่อาจแน่ใจว่า แท้จริงแล้วเธอเข้าข้างใครกันแน่

บทหนังถือว่าเป็นส่วนที่ท้าทาย ที่จะทำให้ผู้ชมตั้งใจชมอย่างใจจดใจจ่อ อย่างที่ตัวละคร คัตเตอร์ เกริ่นเตือนไว้แต่เริ่มเรื่องว่า จงตั้งใจดูให้ดี

พักหลังนี้ดูจะมีหนังที่ว่าด้วยการ ขับเคี่ยวเอาชนะกันของผู้ชาย มาให้ดูกันบ่อยๆ หนัง Death Note นั่นก็เรื่องหนึ่ง มาเรื่องนี้ The Prestige ก็ขับเคี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ที่น่าเห็นใจก็คือ ผู้หญิง ในหนังแนวนี้ มักกลายเป็นแค่ หมาก ตัวหนึ่ง ใน เกมของผู้ชาย เท่านั้น ดูท่าว่า ผู้ชาย จะแข่งกัน เล่นเกม จนไม่ค่อยจะ สนหญิง สักเท่าไหร่ น่าสงสาร น้องนี ในหนังแนวนี้จริงๆ

ใครที่อยากดูหนังที่ท้าทาย ต่อมฉลาด นี่เป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาด

ที่มา สยามรัฐ