เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย ง่ายๆ แต่ โดน!

Home / วิจารณ์หนัง / เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย ง่ายๆ แต่ โดน!

ในฐานะที่กล้าออกมาประกาศว่าตัวเองคือ เจ้าพ่อเรื่องผีเมืองไทย ยอมรับว่าตัวเองคือ คนที่ถูก ผีดัน ถ้าหากว่า ทำหนังผี แต่ออกมาไม่โดนใจผู้ชม อาจนี้อาจมีสิทธิ์เจอ ผี สุมหัวกันออกมาประท้วงแน่ๆ โทษฐานที่เอาผีมาทำมาหากิน แต่ทำได้ไม่สมศักดิ์ศรี อาจเจอข้อหา บ่อนทำลายความมั่นคงของผี!

แต่ถือว่า กพล ทองพลับ เอาตัวรอดไปได้อย่างพอสมน้ำสมเนื้อ เมื่อหนังผลงานกำกับฯ เรื่องแรกของเขา เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย น่าจะเป็นหนังผีที่โดนใจผู้ชมอีกเรื่องของปีนี้

เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย คือ ตัวอย่างของหนังที่ไม่ต้องพยายามบรรจงประดิษฐ์อะไรมากมาย ขอเพียงมีพล็อตเรื่องที่แข็งแรง ทำให้คนดู อินได้ง่าย ที่เหลือก็คือ การวางตัวนักแสดงให้ดูดีมีรสนิยม คุมเกมฉาก ผีหลอก ให้ออกมาระทึกขวัญ น่ากลัวให้ได้

ก็น่าจะโอเคสำหรับการทำ หนังผีเอาใจตลาด สักเรื่อง ที่มุ่ง เอาเงิน มากกว่า เอากล่อง แต่ถ้าหากว่าจะได้ กล่อง มาด้วย ก็ถือเป็นของแถมที่น่ายินดี

พล็อตเรื่องแข็งแรงที่ว่าก็คือ พล็อตที่ว่า เพื่อนเก่าสมัยอดีตที่ตามมาแก้แค้น เพราะเคยถูกเพื่อนร่วมห้องสุมหัวรุมกันกลั่นแกล้งจนต้องลาออกจากโรงเรียนไป

ความจริงพล็อตนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไรเลย หนังโฆษณาที่มีสโลแกนว่า คนธรรมดา โลกไม่อยากจำ, หนังฝรั่ง หนังเกาหลี หลายเรื่อง ก็เคยนำเอามาใช้ได้ผลกันมาแล้ว และที่มันยังใช้ได้ผลก็เพราะว่า

นี่เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นกับใครๆ ก็ได้ เพราะในอดีตเราทุกคนคงต้องเคยมีเพื่อนที่มีคาแรกเตอร์เป็น ไอ้ขี้แพ้ ที่หน้าตาท่าทางเหมาะที่จะถูกรังแก ที่แม้ว่าเราอาจจะรู้สึกเห็นใจเขาหรือเธอ แต่บางทีเราก็แอบที่จะร่วมวงแกล้งเขาหรือเธอไปด้วย หรืออาจจะแค่ มีส่วนร่วม แกล้งในแบบไม่ตั้งใจ

แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจากทั้งความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็น กรรม ที่วันหนึ่งเราจะต้องชดใช้ในแบบ คุณค่าที่เราคู่ควร!

ด้วยพล็อตเช่นนี้เองที่ทำให้คนดูสามารถ อิน ไปกับเรื่องราวของ เดอะ เลตเตอร์ ได้โดยง่าย เพราะขณะที่ดูไป เราก็จะแอบนึกย้อนอดีตไปด้วยว่า ในอดีตเราเคยแกล้งเพื่อนคนใดบ้างรึเปล่า เราลงมือเอง หรือว่า มีส่วนร่วม ซึ่งความรู้สึกนี้เองที่จะทำให้คุณดูหนังเรื่องด้วยความรู้สึก เสียวสันหลัง ไปด้วยในทีว่า บางที…สักวันเราอาจจะโดนอย่างในหนังเรื่องนี้บ้าง

เดอะ เลตเตอร์ เล่นกับอารมณ์นี้อย่างได้ผล ด้วยเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น ป.6/2 รุ่นที่ 32 ที่จู่ๆ ก็มาตายลงอย่างสยดสยองทีละคน นั่นทำให้ เสรี (จีน-มหาสมุทร บุณยรักษ์) หนึ่งในนักเรียนรุ่นนี้เริ่มเกิดความรู้สึกข้องใจและพยายามตามหาเหตุผล

พร้อมๆ กับที่เพื่อนๆ ในกลุ่มเพื่อนสนิทของเขาก็เริ่มตายลงทีละคน โดยมี นาตยา (เก๋-ชลลดา เมฆราตรี) เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือในการค้นหาปริศนาให้พบก่อนที่จะถึงคิวตายของเธอและเขา

ในฐานะ ผู้กำกับหนังเรื่องแรก ถือว่า กพลคุมอารมณ์ของหนังให้อยู่ในอารมณ์เสียวสยองได้ตลอดทั้งเรื่อง ฉากการตายของแต่ละตัวละครก็ออกมาสยดสยองดี ที่กลายเป็น ส่วนดีของหนัง ก็คือ การเลือก จีน-มหาสมุทร มารับบทนำ เพราะเขาทำให้ตัวละครตัวนี้ดูเป็นคนดีที่น่าเอาใจช่วยไปได้ตลอดเรื่อง

แม้แรกๆ จะรู้สึกสะดุดกับน้ำเสียงของ จีน-มหาสมุทร ที่ฟังดู ไม่แมนเอาเสียเลยเสียงเหมือน แต๋วเด็ก ยังไงชอบกล แต่พอดูๆ ไปกลับรู้สึกว่า ก็เข้ากับคาแรกเตอร์ของเขาได้ดี ในบท เสรี ชายหนุ่มที่ดูแสนดี จนมักถูกเพื่อนๆ หยอกหนักๆ เสมอ ด้วยหน้าตาที่ดูหล่อแบบพระเอกจัดๆ แต่การแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติไร้มาดพระเอก น้ำเสียงดูเหมือน เด็กชายขี้อ้อน ทำให้ตัวละครเสรี ดูเป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่เมื่อเจอเหตุการณ์ชวนสยองเช่นนี้ ทำให้เขาดูน่าเอาใจช่วยให้รอดไปจนถึงฉากสุดท้าย

นักแสดงคนอื่นๆ ก็เลือกมาได้ดี จะมีที่รู้สึกขัดอารมณ์บ้างก็คือ เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ในบท นาตยา นางเอกของเรื่อง ที่หน้าตาอูมๆ ของเธอทำให้นึกถึง ซันนี่ ยูโฟร์ (ที่เพิ่งมาออกรายการ ฆ่าโง่ ไปหมาดๆ ด้วยกรณีเรื่อง ผลของการทำศัลยกรรม ที่ติดตาเหลือเกิน) อยู่ตลอด

โดยเฉพาะ โหนกแก้มอูมๆ ที่ซันนี่ เธอบอกว่า ทำตามโหงวเฮ้ง ว่าตรงนี้เขาเรียกว่า ผลส้ม มีแล้วจะมีโชคลาภ อะไรประมาณนี้ ไม่เชื่อคุณๆ ลองดูละกัน บล็อกใกล้เคียงกันมากๆ

นี่น่าจะทำให้ผู้คนสะดุดว่า หมอนี่เป็นใคร? ก็คือ นักแสดงหน้าใหม่ที่มารับบท โชติธรรม ดูในรายชื่อนักแสดงคือ จตุรพร บุตรโคตร ที่หลังจากที่หนังฉายไปได้สักพักเปิดตัวออกมาอาจจะได้นักแสดง หน้าใหม่ขายดี ฝีมือน่าจับตา มาอีกคน

ที่ถือว่า ผิดคาด ก็คือ การที่กพลเลือกสาวที่มีภาพลักษณ์เซ็กซี่มาเล่นอย่าง เก๋-ชลลดา, เนย-ณหทัย เล็กบำรุง ในบท เจนจิรา, แอนนา รีส ในบท แพรไหม ทำให้คิดว่า คงจะได้เห็นฉากประเภท ฆ่าสยิว ตายสยอง ขายความเซ็กซี่ของสาวๆ เหล่านี้ อย่างที่ผู้กำกับฯ หลายรายนิยมทำกัน แต่เอาเข้าจริงหนังเรื่องนี้กลับดูเป็น สุภาพบุรุษ ทีเดียว

เพราะขณะที่ฝ่ายชายตายกันอย่างสยดสยอง แต่ฝ่ายหญิง จะตายกันแบบมีวินัย ไม่ได้ ตายแบบเรตอาร์ หรือเรตเอ็กซ์ ให้ เจ๊เบียบ เคือง ถือเป็น มุมเล็กๆ ที่อยากจะขอยกย่อง เพราะทำให้หนังดูมีรสนิยมมากกว่าจะดูเป็น หนังแผ่น ที่นิยมขายเซ็กซ์ปนสยอง

นี่น่าชื่นชมอีกประการก็คือ การที่สุดท้ายหนังสรุปด้วยข้อคิดที่ว่า ใครทำกรรมอะไรไว้ ก็จะได้กรรมนั้นตอบแทน ที่จะมาช่วยคลี่คลายว่า เหตุใดพระเอกถึงได้ถูกกระทำย่ำยีจากเพื่อนร่วมงานซะขนาดนั้น ซึ่งน่าจะทำให้ผู้ชมได้ ฉุกใจ ได้บ้างว่า ที่ผ่านมาเราเคย ทำร้าย ใคร โดยที่เรา ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ มาบ้างหรือเปล่า

หรือเราเคยคิดสงสัยว่า ทำไมชีวิตนี้เราเจอแต่เรื่องร้ายๆ ตลอดเลยฟะ? ทำอะไรก็เจอแต่อุปสรรคตลอด จนอาจเผลอโทษว่า โชคชะตา ฟ้ากลั่นแกล้ง หนังเรื่องนี้จะบอกคุณว่า บางทีคุณควรจะลองกลับไปทบทวนเสียใหม่ว่า ในอดีตคุณเคยทำอะไรใครเขาไว้
อย่างที่คุณเจอ ณ ตอนนี้หรือไม่

ถ้าคิดได้… บางทีคุณจะรู้สึกดีขึ้น และพร้อมที่จะยอมรับมันโดยดุษฎี

หนังมีการหักมุมในแบบที่หนังแนวนี้ควรจะมี ซึ่งตรงนี้เองที่การเลือกตัว จีน- มหาสมุทร มารับบท เสรี ส่งผลดีอย่างแรง เพราะมันทำให้การหักมุมนี้ดูรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งผมคงบอกอะไรไม่ได้ เพราะ คุณแม่ขอร้อง!

แต่ขอบอกเลยว่า การที่ พระเอกไม่ตาย…

เป็นเพราะ อีตาป๋อง-กพล แกเหลือตัวละครเอาไว้เตรียมสร้างภาค 2 แน่ๆ รวมทั้งตัวละครในออฟฟิศของพระเอกอีก 3-4 คน นั่นด้วย โดยเฉพาะตัวละคร เจ้านายสุดแสบ อย่าง กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ร้ายกับพระเอกซะเหลือเกิน คงต้องลุ้นให้หนังภาคนี้ได้ตังค์ เพื่อที่หนังจะได้มีภาค 2 และเชื่อว่าบทของเขาจะกลายเป็นบทเด่นในภาคต่อแน่นอน

แต่การที่หนังจะได้สร้างภาคต่อหรือไม่ คงต้องรอวัดกันที่รายได้ของหนังภาคนี้ก่อนล่ะ


ที่มา สยามรัฐ