สุดสาคร เหนือจินตนาการ

Home / วิจารณ์หนัง / สุดสาคร เหนือจินตนาการ

พระอภัยมณี เป็นวรรณคดีที่รู้จักกันดีของชาวไทยแม้ชาวโลกก็ยังให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นผลงาน วรรณกรรมในวรรณคดีไทย ได้สร้างซื่อเสียง อันเกรียงไกรของสุนทรภู่ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น กวีเอกของโลก และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน พระอภัยมณีของท่านสุนทรภู่ได้ถ่ายทอดออกมาให้อ่านกันหลายบทหลายตอน เป็นหนึ่งหนังสือที่อ่านในชั้นเรียนที่แฝงไปด้วยข้อคิดดีๆมากมายที่เหมาะสมกับทุกยุคทุกสมัยแม้วันนี้จะผ่ามมาเกินสองร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม

วรรณคดีพระอภัยมณี มีเนื้อเรื่องและเนื้อหาที่ติดตาติดใจผู้อ่านมานานมา และมาวันนี้ ทางโมโนฟิมล์ก็ได้นำมาเสนอให้เห็นอีกด้าน โดยนำมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิมล์ เรื่องพระอภัยมณี ตอน สุดสาคร  กำกับโดย ไกรสร บูรณ์สิงห์ ที่เราพอคุ้นหูกันดี  ที่ได้นำพาพลิกโฉมเรื่องราวแบบเดิมๆให้เห็นความแตกต่าง สร้างด้วยงาน CG ระดับอินเตอร์ เป็นหนังแนวแฟนตาซี ผจญภัย ที่เหนือจินตนาการ นำมาถ่ายทอดลงบนฟิมล์ให้ประจักต์แก่สายตาท่านผู้ชม

เนื้อเรื่องที่โมโนฟิมล์ได้นำเสนอ จะเป็นการพบกันระหว่าง สุดสาคร (ชาลี ไตรรัตน์) กับ ม้านิลมังกร นั่นหมายถึงการจากลาจาก พระเจ้าตา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) และ แม่นางเงือก (เปมนี สังข์กรณ์) และหมายถึงการเริ่มต้นสู่การผจญภัยที่เหนือจินตนาการ เพื่อเดินทางตามหา พระอภัยมณี (สุรชัย แสงอากาศ) ผู้เป็นบิดา ไปสู่ดินแดนที่สุดสาครไม่เคยรู้จัก

ในขณะเดียวกันทางฝ่าย พระอภัยมณี กับ นางสุวรรณมาลี และ สินสมุทร เกิดเรืออับปางลงกลางทะเล นางสุวรรณมาลีกับสินสมุทรลอยคออยู่กลางทะเล และถูกโจรสลัดนามว่า สุหรั่ง จับตัวไว้ หากแต่สินสมุทรผู้มีพลังอำนาจ ได้ปราบโจรสลัดเสียสิ้น สมุนของโจรจึงกลับใจมาช่วยสินสมุทรตามหาผู้เป็นบิดาที่พลัดหลง ส่วนพระอภัยมณี ลอยตามน้ำไปสู่เมืองลังกาและถูก อุศเรน (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) จับไว้เป็นตัวประกันในการทำศึกกับ ศรีสุวรรณ (วรวิทย์ แก้วเพ็ชร์) เจ้าเมืองรมจักรผู้เป็นน้องของพระอภัยมณี

การผจญภัยของสุดสาครถึงคราวเข้าตา เมื่อพบกับ ชีเปลือย (ปฏิมากรณ์ วินิชพาณิชกุล) ที่ลวงสุดสาครว่า จะถ่ายทอดวิชาข้ามทะเลน้ำกรดให้ เมื่อหลงเชื่อ ชีเปลือยจึงชิงเอาไม้เท้ากายสิทธ์กับม้านิลมังกรมุ่งหน้าสู่เมืองการเวก และทำให้สุดสาครต้องตกลงไปในก้นเหว ม้านิลมังกรได้จังหวะระหว่างที่ชีเปลือยเสวยสุขอยู่ในเมืองการเวกนั้น หลบหนีออกมาช่วยสุดสาคร และด้วยบุญญาธิการ สุดสาครจึงรอดตาย

ฝ่ายกองทัพอุศเรน เดินทางมาถึงจุดนัดหมายพร้อมกับทำการรบกองทัพศรีสุวรรณ การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด ทางฝ่ายสุดสาครเดินเรือมาถึงเห็นการรบมาแต่ไกล ทราบมาว่าเป็นการรบกันระหว่างท้าวอุศเรนและศรีสุวรรณผู้เป็นน้าของตน สุดสาครไม่รอช้าจึงตรงเข้าช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ ขณะเดียวกันสินสมุทรได้จังหวะจึงนำเหล่าสมุนโจรตรงเข้าช่วยรบ และในที่นี้ก็ทำให้สุดสาครได้พบกับพระบิดา
 
ฉากที่ สุดสาคร ต้องออกตามหาพระบิดาตามลำพังนี้ก็ถือได้ว่าเป็นฉากที่เด่นที่เดียว เห็นถึงสิ่งที่เหนือจินตนาการจริงๆ ทำได้อย่างสวยงามสมกับเป็นหนังที่สร้างจาก CG ระดับอินเตอร์ สร้างได้เข้ากับตัวละครได้ดี ไม่ว่า จะเป็นม้านิลมังกรเอง ที่คนดูคอยลุ้นและก็ไม่ผิดหวัง เหมือนจริงเหมาะสมกับตัวละคร จุดเด่นในฉากนี้ก็หนีไม้พ้นการที่ สุดสาคร ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้าย ที่สร้างจาก CG ภาพออกมาสวยสมจริงได้อารมณ์ CG แสงสีสวยงาม ฉากที่เจอกับผีเสื้อยักษ์ ก็สวยงามที่ดูเป็นปีศาจแฟนตาซีดีที่คนดูออกมาแล้วอดไม่ได้ที่จะไม่ได้ยินกล่าวขานถึงผีเสื้อยักษ์

เรื่องนี้นอกจากจุดขายที่น่าจะอยู่ที่ CG  ที่ทำออกมาสวยแล้ว ฉากที่สร้างเกาะแก้วพิศดารก็ทำได้ออกมางดงามไม่ว่าแสงสีดูกลมกลืนกับธรรมชาติ หรืออย่างเมืองต่างๆที่สร้างขึ้นมาก็สวยงามเหมือนได้ดั่งจินตนาการอย่างจริง การเลือกฉากจริงก็ไม่แพ้กันดูสมจริงกับเนื้อเรื่อง ฉากที่สุดสาครและนางเงือกได้ออกดำน้ำว่ายน้ำกันทำให้คนดูคล้อยตามไปด้วย อย่างฉากที่กองทับท้าวอุศเรนสู้รบกับกองทับศรีสุวรรณก็เหมาะสมสมจริงสมจัง

ในด้านตัวละครทุกตัวที่มารับบทบาทต่างๆในเรื่องก็เล่นได้ดีเหมาะสมกับตัวละครอย่าง (ชาลี ไตรรัตน์) ที่รับบทสุดสาคร ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีที่เราได้คุ้นเคยกันในบทบาทของ แฟนฉัน มาแล้วครั้งนี้ก็มารับอีกบทที่ผลิกผันทีเดียวก็ถ่ายทอดออกมาดีไม่แพ้กัน นักแสดงมืออาชีพอย่าง (สุเชาว์ พงษ์วิไล)แสดงเป็น พระเจ้าตา ก็เหมาะสม หรือ ตัว ท้าวอุศเรน  (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) ทำให้คนดูเกิดอารมณ์นั้นตามตัวละครด้วย

และตัวละครที่ดึงคนอารมณ์คนดูได้ไม่แพ้กันอีกตัวก็คือ ชีเปลือย ที่รับบทโดย (ปฏิมากรณ์ วินิชพาณิชกุล) อย่างฉากที่ลวงสุดสาครไปฆ่าเพื่อแย่งไม้เท้าวิเศษและม้านิลมังกร ฉากนี้คนดูลุ้นตามทีเดียว

ในเรื่องแม้บางครั้งการเดินเรื่องยังดูสับสนบ้างยังไม่สมจริงมากเท่าไหร่นัก  ตอนจบยังห้วนๆไปสักนิด แต่ก็ไม่น่าดูจนเกินไป ถือได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างฉากจริงกับฉากที่สร้างจาก CG ก็ถือว่าลงตัวพอสมควร

ฉันคิดว่าหนังที่ดีคือเมื่อเราดูจบแล้วยังมีติดอารมณ์ตรงนั้นมาบ้างและที่สำคัญได้แนวคิดข้อคิดดีๆกลับมาด้วยนอกจากความสนุก

และสุดสาคร ก็เชื่อว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกแบบนั้นด้วย ในเรื่องจะได้เห็นความผูกพันธ์ระหว่างคนและสัตว์ได้ดี อย่างฉากที่ม้านิลมังกรลงไปช่วยสุดสาคร คนดูก็อดยิ้มไม่ได้ หรือความกล้าหาญเสียสละของสุดสาคร ที่ต่อสู้กับผีเสื้อยักษ์เพื่อไปช่วย องค์หญิง, คำสอนของพระเจ้าตาเรื่องการให้อภัย สุดสาครก็นึกและทำตามไว้ชีวิตชีเปลือยแม้ชีเปลือยจะฆ่าตนก็ตาม, การรู้จักให้อภัย อย่างฉากที่พระอภัยมณีขอชีวิตท้าวอุศเรน จาก ศรีสุวรรณ ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอีกสิ่งที่เนื้อเรื่องได้สร้างความประทับใจให้กับคนดู

พระอภัยมณี ฟังดูเป็นแนววรรณคดีหนักๆ  ไกรสร บูรณ์สิงห์ ได้นำ พระอภัยมณี ตอนสุดสาคร มาเสนอให้เราได้เห็นอีกด้านแบบ ที่เหนือจินตนาการ แนวแฟนตาซี ผจญภัย จากงาน CG ที่ได้ดูแล้วเชื่อว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบหนังแนว CG น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด!