พยัคฆ์ร้าย เดิมพันระห่ำโลก CASINO ROYALE

Home / วิจารณ์หนัง / พยัคฆ์ร้าย เดิมพันระห่ำโลก CASINO ROYALE

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา

มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ Casino Royale อาจจะเป็นปฏิกิริยาเนื่องมาจากการออกฉายของ The Bourne Identity และ The Bourne Supremacy

หรืออาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่า เจมส์ บอนด์ในหนังเรื่องใหม่ล่าสุด อาจจะถูกสร้างด้วยปฏิกิริยาอันเป็นผลมาจาก เจสัน บอร์น

แน่นอนว่า เจมส์ บอนด์ แตกต่างอย่างตรงข้ามกับเจสัน บอร์นในแง่การตระหนักรู้เกี่ยวกับ “ตัวตน” โดยบอนด์มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งคือการบอกคนดูว่า “ผมชื่อบอนด์ เจมส์ บอนด์” แต่บอร์นกลับมีอาการหลงลืมถึงขั้นไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร

แต่สิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปฏิกิริยาและผลสืบเนื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวกับตัวตน เพราะบอนด์เป็นเช่นนั้นมานานแล้ว แต่เป็นประเด็นเกี่ยวกับความเหมือนจริงของหนัง

ที่ผ่านมา หนังเกี่ยวกับบอนด์เป็นหนังแนวสายลับผู้ซึ่งต้องผจญภัยหลากหลายรูปแบบ แม้เป็นงานที่อิงกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองระหว่างประเทศ (เช่น สงครามเย็น หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต) ซึ่งเป็นเหตุการณ์จริงและมีบรรยากาศจริงจัง แต่ลักษณะของหนังเจมส์ บอนด์ กลับไม่เคร่งเครียดจริงจังนัก


ยิ่งถ้าหากย้อนกลับไปดูบางเรื่องที่โรเจอร์ มัวร์ และเพียร์ซ บรอสแนน แสดงเป็นบอนด์ อาจจะพบว่าหนังเจมส์ บอนด์ แทบจะกลายเป็นหนังการ์ตูนไปเลยทีเดียว

ผมไม่ได้หมายความเฉพาะการมีอารมณ์ขันเข้ามาสอดแทรกแต่รวมถึงบรรยากาศโดยรวมในหนัง

สิ่งบ่งชี้อีกอย่างซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานสำคัญก็คือการใช้เลือดหรือการให้เห็นเลือดใน Casino Royale

เท่าที่จำได้ หนังเจมส์ บอนด์มีเลือดให้เห็นน้อยมาก (หรืออาจจะไม่มีเลย?) อาจจะมีการยิงกัน มีการระเบิดมีการชกต่อยกันอย่างรุนแรง แต่คนดูแทบไม่เคย (หรือไม่เคย?) ได้เห็นเลือดเลย

แต่ใน Casino Royale คนดูได้เห็นเลือดตามใบหน้า เลอะตามมือ และเลือดที่ปนกับน้ำ

นอกจากนั้น คนดูยังได้เห็นฉากการทรมานที่ดูเป็นการทรมานจริงๆ ไม่ใช่การทรมานแบบหนังการ์ตูน

ในส่วนของรูปลักษณ์ของบอนด์ก็ถูกนำเสนอให้ดูเหมือนจริงมากขึ้น นอกจากการถูกต่อยจนหน้าแตกยับแล้ว บอนด์ยังดูเป็นคนธรรมดามากขึ้น แต่งกายธรรมดาในชีวิตประจำวัน และดูมีเลือด (แน่นอนว่าหนังบอกอย่างชัดเจน) และมีเนื้อมากขึ้น


หากเทียบกับบอนด์ที่บรอสแนนแสดงยิ่งเห็นความแตกต่างชัด ในกรณีของ

บรอสแนน อย่าว่าแต่ให้โดนซ้อมหน้าแตกเละเทะ หรือให้เลือดออกเลย แค่ทรงผมก็แทบไม่เคยยุ่งหรือเสียรูปทรง

อีกอย่างได้แก่การสร้างเรื่องให้บอนด์ผูกพันกับผู้หญิง ซึ่งช่วยเสริมลักษณะของการเป็นคนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อ(และหัวใจ) ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

จนอาจจะกล่าวได้ว่า Casino Royale เป็นหนังเจมส์ บอนด์ที่มีบรรยากาศจริงจัง มากกว่าเรื่องที่ผ่านมา และเจมส์ บอนด์ก็ดูมีเลือดเนื้อมากกว่าบอนด์ที่ผ่านมา อาจจะคล้ายกับบอนด์ที่สวมบทบาทโดย ทิโมธี ดาลตัน แต่ถ้าเทียบความหนักหน่วง รุนแรงและระดับความโหด เรื่องล่าสุดนี้ไปไกลกว่าหลายเท่า

และผมก็เชื่อว่าการเลือกดาเนียล เคร็กมาสวมบทบอนด์ก็น่าจะเป็นการเลือกเพื่อสนับสนุนความจริงจังของหนังและการมีเลือดเนื้อของบอนด์ด้วย

ย้อนกลับไปข้อความข้างบน ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้ที่คณะผู้สร้างหนังเจมส์ บอนด์ เรื่องใหม่ล่าสุดน่าจะพิจารณาแล้วว่าจะทำอย่างไรให้บอนด์ตอบสนองคนดูได้หลังจากคนดูได้ดูหนังสายลับที่จริงจังเกี่ยวกับบอร์นไปแล้ว

และทางออกก็คือการทำให้ Casino Royale ดูจริงจัง และเจมส์ บอนด์ ดูมีเลือด มีเนื้อและมีหัวใจแบบเจสัน บอร์นโดยมีฉากทรมานแบบซาโด-มาโซคิสต์เป็นของแถม

ด้วยความจริงจังดังกล่าว ผมจึงคิดว่า Casino Royale เป็นงานที่มีบรรยากาศตื่นเต้น ระทึกใจและเหมาะสมกับคนดูผู้ใหญ่

ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับฯ ก็สามารถทำให้หนังที่ยาวเกือบสองชั่วโมงครึ่งดูรวดเร็วกว่าที่เป็นจริง

ผู้กำกับฯ – มาร์ติน แคมป์เบลล์

ผู้แสดง – ดาเนียล เคร็ก, เอวา กรีน, จูดี้ เด็นช์, แมดส์ มิกเกลเซน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์