Happy Feet : ตัวตนบนความต่าง

Home / วิจารณ์หนัง / Happy Feet : ตัวตนบนความต่าง

แป้งร่ำ

ช่วงปีที่ผ่านมา มีหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นจากสารพัดค่าย พาเหรดมาให้เราดูกันจนตาฉ่ำเลยทีเดียว แต่มีแค่ไม่กี่เรื่องเองนะ ที่สามารถสร้างความประทับใจในเรื่องราวให้กับเราได้ และ Happy Feat ก็เป็นเรื่องหนึ่งในนั้น

Happy Feat ว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าเพนกวินเตาะแตะ (น่ารักน่ากอดมากๆ) ที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรแอนตาร์กติกา เพนกวินจะต้องมีบทเพลงของตัวเองอยู่ในหัวใจ เพื่อแสดงความรู้สึกที่นำสู่ความรัก แต่ก็ไม่ทุกตัวหรอกนะที่เป็นอย่างนั้น เพราะดันมีเพนกวินน้อยตัวหนึ่งที่ผิดเหล่าผิดกอมาตั้งแต่เกิด นั่นคือ เจ้ามัมเบิ้ล

มัมเบิ้ลเป็นเหมือนแกะดำที่ไร้ประโยชน์ เพราะร้องเพลงได้สุดจะห่วยและแสนจะเพี้ยน มัมเบิ้ลก็เลยแสดงความรู้สึกของตัวเองด้วยการเต้นแท็ป ที่เป็นเหมือนพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแทน! แต่ยิ่งเต้นก็ยิ่งถูกปฏิเสธ ความแตกต่างทำให้มัมเบิ้ล แทบจะหมดสิ้นทั้งจินตนาการและกำลังใจ แถมยังถูกขับไล่ออกจากฝูงอีกด้วย


เมื่อต้องจากบ้าน มัมเบิ้ลก็ได้พบกับอะเดอลีและเลิฟเลส กลุ่มเพนกวินสุดซ่าส์ พวกอะเดอลีอ้าแขนรับการเต้นสุดเจ๋งของมัมเบิล และมัมเบิ้ลก็ทำให้โลกรู้ว่า คนที่ถูกมองว่าผิดปกติ คือคนที่กล้ากว่าทุกคน

Happy Feet เป็นแอนิเมชั่นอีกเรื่องที่ทำตัวการ์ตูนได้คล้ายภาพสมจริง ทั้งตัวละคร

(โดยเฉพาะมัมเบิ้ล) และบรรยากาศรอบด้าน ขนาดที่บางทีดูๆ ไปก็เผลอนึกไปว่า เอ๊ะ นี่เราดูสารคดีอยู่รึเปล่านะ ทำให้บางช่วงตอนที่นำตัวการ์ตูนมาทับซ้อนกับความจริง ดูแล้วค่อนข้างเนียนตา ไม่ขัดเขินเหมือนบางเรื่อง

และในฐานะหนังเพลงของนกเพนกวิน เราก็เลยได้ยินเพลงรักสารพัดจังหวะอยู่แทบทั้งเรื่อง ทั้งถึงร็อค,ฟังค์,โอเปร่า,แร็พ,เพลงสวด,ป๊อป ซึ่งจริงๆ แล้วมันควรจะเป็นจุดโดดเด่นของหนังเรื่องนี้ แต่เรากลับรู้สึกว่าบางครั้งมันทำลายอรรถรสในหนัง เพราะมันเยอะเกินไป! ถ้าลดลงบ้างก็คงไม่ทำให้ความสนุกของหนังน้อยลงไปหรอกนะ

ทั้งหมดข้างตน ทำให้ถ้าดูเผินๆ แล้วอาจจะคิดว่า Happy Feet ก็เป็นแค่ละครเพลงของนกเพนกวิน แบบฮาๆ ขำๆ แต่ถ้านั่งดูดีๆ แล้วจะเห็นเลยว่า เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจจะขายแค่ความน่ารักน่ากอดของเพนกวินน้อยเท่านั้น หนังยังสอดแทรกสาระต่างๆ ไว้ได้อย่างลงตัวกลมกลืน และไม่ยัดเยียดจนหมดเสน่ห์ของความน่ารักไป

ทั้งเรื่องวิถีชีวิตของนกเพนกวิน ที่ยากเย็นเหมือนกันนะกับการพยายามเอาชีวิตรอด ในดินแดนที่อันตรายรอบด้านขนาดนั้น รวมถึงเรื่องของการใช้ชีวิตร่วมโลกของเราและสิ่งมีชีวิตอื่น เพราะใครหลายคนที่ดูเรื่องนี้ น่าจะได้ย้อนหันกลับมาถามตัวเองว่า ณ ตอนนี้มนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ ใช้ชีวิตอย่างทำร้ายและเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกของเรามากเกินไปรึเปล่า

ที่สำคัญคือทำให้เราได้ฉุกคิดอีกด้วยว่า การเป็นตัวของตัวเอง (ในทางสร้างสรรค์) นี่แหละดีที่สุดแล้ว อย่าไปพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่นเลย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครหนีตัวเองพ้นหรอก

ที่มาจากหนังสือพิมพ์