Hell

Home / วิจารณ์หนัง / Hell

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

เมื่อครั้งเล่าถึง “Heaven” ที่เขียนบทโดย “คริสทอฟ พิสเซียวิก” คู่หูของผู้กำกับฯคนดัง “คริสทอฟ เคียสลอฟกี้” เจ้าของหนังไตรภาค 3 สีชื่อดัง (Blue,White,Red) ที่ลุ่มลึกด้วยจิตวิญญาณ และแนวคิดการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ นั่นทำให้ “พิสเซียวิก” ได้รับอิทธิพลจาก “เคียสลอฟกี้” ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วในการเขียนบทไตรภาค Heaven, Hell, Purgatory

ใน “Heaven” ใช้ฉากหลักในอิตาลีเมื่อครูสอนภาษาอังกฤษเข้าไปลอบวางระเบิดหมายสังหารพ่อค้ายาเสพติด แต่กลับผิดเป้าไปสังหารครอบครัวบริสุทธิ์แทน จนเมื่อถูกจับกุมและถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้าย กระทั่งได้นายตำรวจที่เป็นล่ามให้พาหลบหนี หนังตรึงอารมณ์ให้รู้สึกโศกเศร้ากับชะตากรรมของชายหนุ่ม หญิงสาวคู่นี้ ในฉากจบของ “Heaven” เป็นภาพเฮลิคอปเตอร์ที่บินตรงขึ้นฟ้าในลักษณะตั้งฉากขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีครูผู้หลบหนีและนายตำรวจแหกกฎแหงนหน้ายืนมองเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นบินตั้งฉากขึ้นไปจนลับตา

นี่คือสัญลักษณ์ที่ “พิสเซียวิก” ทิ้งไว้ในบทหนังเรื่องแรก กระทั่งใน “Hell” ที่ตรงข้ามกับ “Heaven” ไม่เพียงความต่างของชื่อเรื่องระหว่าง “สวรรค์” และ “นรก” แม้แต่ฉากจบยังแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ใน “Heaven” ที่ครูสาวและตำรวจหนุ่มได้หลุดพ้นจากความอัปลักษณ์บิดเบี้ยวของสังคม ความไม่ยุติธรรมจากระบบ ด้วยฉากที่ตัวละครแหงนหน้าขึ้นฟ้ามองเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ “Hell” ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม เมื่อตัวละครสามสาวพี่น้องและแม่ต่างก็ยังติด “กับดัก” ที่ตัวเองวางไว้ และยอมอยู่ใน “วังวน” นั้นต่อไป ฉากจบจึงเป็นภาพจากมุมกล้องสูงที่ถ่ายตั้งฉากกดลงมายังสามคนพี่น้องและแม่เสมือนว่าเรากำลังมองพวกเธอดิ่งตกนรกลงไป

“Hell” เล่าเรื่อง 3 สาวพี่น้องที่มีปมครอบครัวแตกแยกติดตัว ส่วนแม่อยู่ในสถานบำบัดทางจิต ปมปัญหาในวัยด็กที่ลูกสาวทั้ง 3 คน มีต่อพ่อ และถูกยัดเยียดความเกลียดพ่อจากแม่ทำให้พี่น้อง 3 สาว มีปมฝังไว้ในใจ และปมนี้ยังส่งผลต่อชีวิตของพวกเธอเมื่อเติบใหญ่ขึ้น

“โซฟี” (เอมมานูเอล เบอาร์ต) พี่คนโตที่ชีวิตครอบครัวตัวเองล้มเหลวแทบจะเป็นหนังม้วนเดียวซ้ำรอยกับอดีตสมัยเด็ก “เซลีน” (คาแร็ง วิอาร์ด) พี่คนกลางเจอโรคนอนไม่หลับรุมเร้าจากจิตสำนึกในวัยเด็กที่ผิดหวังจากพ่อ “อานนี” (มารี จิลแลง) น้องคนสุดท้องที่หลงรักชายแก่ที่มีครอบครัวแล้ว เป็นปมมาจากการขาดพ่อในวัยเด็ก

ทั้ง 3 พี่น้องมีชีวิตในวัยผู้ใหญ่ที่เกิดจากความผิดพลาดจากครอบครัวที่ล้มเหลวเมื่อวัยเด็ก แม้ความจริงเกี่ยวกับพ่อจะปรากฏในภายหลัง และทั้งสามพี่น้องได้ “แกะปม” ออกจากใจตัวเองได้แล้ว รวมทั้งช่วยกันแกะปมความเข้าใจผิดของแม่ด้วย แต่ฉากจบเพียงแค่ตัวอักษรสั้นๆ จากแม่ว่า “ไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป”–เป็นบทสรุปว่าแม่และลูกไม่ได้หลุดพ้นจากปม แต่กลับกระโจนตัวเองกลับไป “ผูกปม” อีกครั้ง เรียกว่าตบหน้าคนดูเข้าอย่างจัง

ความน่าสนใจของ “Hell” นอกจากเป็นหนังที่เต็มไปด้วย “สัญลักษณ์” ตลอดเรื่องแล้ว ยังมีพล็อต “หักมุม” คู่ขนานไปด้วย จัดเป็นหนังศิลปะที่ดูได้อย่างสนุกสนาน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์