SAW III กับดักมนุษย์

Home / วิจารณ์หนัง / SAW III กับดักมนุษย์

ราชดำเนินเธียเตอร์

เริ่มต้นจากการเป็น หนังทุนต่ำ ที่กลายเป็นหนังเจ้าของความสำเร็จที่เกรียวกราวและทำเงินเกินคาด สำหรับหนัง SAW เจ้าของพล็อตเรื่องสุดฮิป เมื่อชาย 2 คนพบว่า จู่ๆ พวกเขาก็ตื่นขึ้นมาพบว่า ตนเองอยู่ในสภาพถูกจับล่ามไว้ในห้องน้ำร้างแห่งหนึ่งที่พวกเขาถูกบังคับให้เล่นเกมเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ด้วยวิธีการที่ สุดสยองนองเลือด

หนังกลายเป็นความเซอร์ไพรส์ของวงการหนังสยองขวัญ จนถูกสร้างภาค 2 ตามออกมา ใน SAWII ที่มีการเพิ่มเรื่อง เพิ่มทุนสร้าง เพิ่มตัวละคร แต่ที่ถูกเน้นให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นก็คือ การเป็นสยองขวัญเชิงจิตวิทยา ที่มาพร้อมความสยดสยอง ที่ว่าด้วยเรื่องของ กับดักมนุษย์ และหนังก็ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น หนังได้สาวกเพิ่มขึ้นอีก จนต้องสร้างภาค 3 ตามออกมาอีก

SAW III คือ การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ ลีห์ วานเนล ผู้เขียนเรื่องและบทภาพยนตร์ กับ ดาร์เรน บูส แมน ผู้กำกับฯ เพื่อสานต่อความสยองอีกครั้ง ที่หนนี้เขาเพิ่มดีกรีความสยดสยองขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ผมชอบหนังแฟรนไชส์ไตรภาคชุดนี้ตรงที่ เขาเอาข้อจำกัดในการที่อยากสร้างหนังแต่มีทุนจำกัด มาปั้นเป็นพล็อตหนัง จนกลายเป็นพล็อตหนังที่ทั้ง เขย่า ระทึก และ สยองขวัญ ครบ 3 ขวัญ ได้อย่างลงตัวสุดๆ กลายเป็นหนังสยองขวัญที่คอหนังแนวนี้ไม่มีวันจะลืมเลือนแน่นอน

ยิ่งมาถึง ภาค 2 ภาค 3 พวกเขาก็ยิ่ง เล่นกันมัน มากขึ้น ในการทำให้ หนังสยองขวัญชวนแหวะ กลายเป็น หนังเชิงจิตวิทยาที่ว่าด้วยการทดสอบจิตใจมนุษย์ที่รุนแรง สะใจ ซึ่งน่าจะเข้ากับพฤติกรรมผู้คนในยุคปัจจุบันที่ เสพความรุนแรง ความสะใจกันจนเป็นเรื่องปกติ

ผมชอบประเด็นหลักของหนังที่พูดถึงว่า มนุษย์เรามักจะมองเห็นคุณค่าของชีวิตก็ต่อเมื่อถึงตอนใกล้จะตายนั่นล่ะ ตัวละคร จิ๊กซอว์ ที่มีพฤติกรรมดูเหมือนเป็น ฆาตกรโรคจิต เป็น ตัวร้ายของเรื่อง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็คือ นักบำบัด ที่มอบบททดสอบชั้นดีให้กับมนุษย์ เพื่อที่จะทำให้พวกเขาได้หันกลับมาทบทวนตัวเองดูอีกครั้ง ว่าเราทำตัวให้มีคุณค่าสมกับการที่ได้เกิดมาเป็นคนแล้วหรือไม่ และบททดสอบสำคัญที่ว่าด้วยการให้อภัย ซึ่งดังกล่าวมานี้จะทำให้เราได้คิดได้ว่า เราควรจะใช้ชีวิตที่มีอยู่ในแต่ละวันให้มีคุณค่าที่สุด

ใน SAW II จิ๊กซอว์ได้ให้บทเรียนกับ นายตำรวจ คนหนึ่งที่มีพฤติกรรมยัดข้อหาให้ชาวบ้าน และไม่ค่อยสนใจครอบครัว กระทั่งเขาถูกจิ๊กซอว์บังคับให้เล่นเกมที่สุดสยอง เมื่อลูกชายของเขาถูกจับตัวไปรวมอยู่กับบรรดา เหยื่อ ที่ล้วนเคยถูกเขายัดเยียดข้อหาให้มาทั้งนั้น ที่แต่ละคนพร้อมที่จะแก้แค้นได้ทันทีที่รู้ความจริง นี่เป็นบทพิสูจน์ว่า ลูก มีค่าต่อการที่เขาจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยให้รอดตายหรือไม่

มาใน SAW III เหยื่อ ที่จิ๊กซอว์ชวนมาเล่นเกม ประกอบด้วย เจฟฟ์ (ออกัส แม็คฟาเดียน) ชายที่เมียมีชู้ ลูกชายถูกคนขับรถชนตาย ประเภท ชนแล้วหนี ที่จิ๊กซอว์รับหน้าที่จับตัวบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตายของลูกชายของเขา มาให้เจฟฟ์จัดการด้วยน้ำมือของเขาเอง เพื่อทดสอบว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาโกรธแค้นนักหนาเขาจะสามารถให้อภัยพวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่

ลินน์ (บาฮาร์ ซูเมกห์) ศัลยแพทย์ทางด้านสมองฝีมือดี ที่จิ๊กซอว์ชวนเธอมาเล่นเกมเสี่ยงตาย เมื่อเขาพันธนาการเธอไว้ด้วยกับดัก โดยมีข้อแม้ว่า เธอจะต้องผ่าตัดรักษาอาการปวดที่สมองของเขาให้ได้ หากเขาเป็นอะไรไปเธอก็จะถูกกับดักเล่นงานจนตายไปด้วยกัน พร้อมกับเรื่องราวส่วนตัวของลินน์เองก็ยังเคลียร์ไม่ลงตัว เมื่อเธอต้องการหย่ากับสามีเก่าเพื่อไปอยู่กินกับสามีใหม่

และหนนี้ จิ๊กซอว์มีผู้ช่วยคนสำคัญคือ อแมนด้า (ชอว์นี่ สมิธ) หญิงสาวที่รอดตายมาได้จากภาค 2 ที่กลายมาเป็นเหมือน ลูกน้อง ลูกศิษย์ ที่พร้อมจะสืบทอดกิจกรรม จับชาวบ้านมาทรมาน ต่อไป

ผมคงบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้คุณหมดสนุกทันที จึงต้องขอให้คุณไปติดตามชมกันในโรงหนังเอาเอง แต่รับรองว่า ถ้าคุณชอบ 2 ภาคแรกเหมือนผม คุณก็น่าจะชอบภาคนี้ ที่เพิ่มดีกรีความโหดสยดสยองขึ้นอีกหลายเท่าตัว เฉพาะฉาก ผ่าตัดเปิดกระโหลกก็ทำเอา ฉากบุฟเฟต์เปิดกระโหลก ในหนังเรื่อง Hannibal 3 ดูเป็นหนังเด็กไปเลย

ที่ผมชอบใจหนังเรื่องนี้ก็คือ ขณะที่ พฤติกรรมจับคนมาทรมาน จะทำให้จิ๊กซอว์ ดูเป็น ไอ้ตัวร้าย แต่คนที่ถูกเขาจับตัวมา ก็ล้วนเป็นคนที่ถูกสังคมมองว่าเป็น คนเลว เช่นกัน ทั้ง ขี้ยา, โจรลักขโมย, พวกค้ายา, หญิงมีชู้, พวกที่ชอบโกหก ฯลฯ มันทำให้เราดูหนังไปด้วยความรู้สึกประมาณว่า ไม่แน่ใจว่าควรจะเอาใจช่วยฝ่ายไหนดี ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างไปจากหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ

และที่น่าสนใจก็คือ นอกเหนือจากเหยื่อกลุ่มแรกแล้ว คนอีกกลุ่มที่ถูกจิ๊กซอว์จับมาก็คือ ตำรวจ, ผู้พิพากษา, แพทย์ ที่ล้วนแต่เป็นอาชีพที่มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายให้กับผู้คนทั้งสิ้น นี่จึงเป็นครั้งที่บุคคลเหล่านี้ได้ถูกจับมาเล่นบท เหยื่อ ที่รอการชี้เป็นชี้ตายดูบ้าง เป็นมุมที่เสียดสีได้อย่างแสบสันต์ มันสาแก่ใจ

โดยเฉพาะเมื่อเหลียวมามองดูสังคมบ้านเรา ที่มีข่าว ตำรวจชอบอุ้มคน ถูก เอาไปทำให้ ผิด เป็น ตำรวจจับแพะ , ตำรวจกินสินบน, ตำรวจค้ายาซะเอง, ตำรวจค้าวีซีดีโป๊ซะเอง ฯลฯ ข่าว แพทย์ พยาบาล ที่ให้ยาผิด หรือรักษาผิดพลาด จนคนไข้กลายเป็นคนพิกลพิการ แต่กว่าที่จะยอมรับ ต้องให้มีการฟ้องร้องกันเป็นหลายปี เห็นข่าวพวกนี้แล้ว บางทีสังคมเรายุคนี้อาจต้องการจิ๊กซอว์เหมือนกัน

SAW ทั้ง 3 ภาค จึงเป็นหนังสยองขวัญชุดโปรด ที่ผมจะต้องซื้อหาเก็บไว้สะสมให้ครบชุด แล้วจะหยิบมาดูทุกครั้งในเวลาที่เราเริ่มรู้สึกว่า หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต จนไม่อยากอยู่ต่อ หรือ ในยามที่เราโกรธแค้นชิงชังใครๆ จนนึกอยากจะฆ่ามันให้ตาย

เพราะมันจะทำให้เราได้กลับมาฉุกใจคิดอีกครั้งว่า เราจะยอมตกเป็น เหยื่อ ใจ ของเราเองหรือ

ที่มา สยามรัฐ