“แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” หนัง ?สนุกเนียน? แห่งปี

Home / วิจารณ์หนัง / “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” หนัง ?สนุกเนียน? แห่งปี

นี่เป็นหนังอีกเรื่องของปีนี้ที่ หนังตัวอย่าง ไม่ชวนดูสักเท่าไหร่ เพราะมุกที่ตัดออกมาโชว์ไม่ค่อย โดน เท่าที่ควร ความหวังเดียวที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ก็คือ ผลงานกำกับฯ ของ ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ที่กำกับฯ 4 ดาวฮา จาตุรงค์ มกจ๊ก, ค่อม ชวนชื่น, จิ้ม ชวนชื่น และโก๊ะตี๋ อารามบอย ที่เคยร่วมกันสร้างความสำเร็จแบบ ฮิตเกินคาด มาแล้วจากหนัง พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า กับชื่อหนังที่มีคำว่า ส่ายหน้า อยู่ด้วย ที่ทำให้รู้สึกว่า ยังไงก็ต้องขอลองกันก่อนล่ะ!

และหลังจากที่ได้ชมแล้วก็พบว่า นี่เป็นผลงานที่ ดีเกินคาดมากๆ สนุก มัน ฮาจนคาดว่านี่น่าจะเป็น ผลงานแจ็กพอตแตก ของผู้กำกับฯ คนนี้แน่ๆ !

มุกเก่าแต่โดน

หนังมากับพล็อตเรื่องที่คุ้นเคยเหมือนหนังยุคสมัย มิตร-เพชรา เมื่อพระเอกขึ้นชกมวยเพื่อช่วยหาเงินมารักษาดวงตาของนางเอกแต่ด้วยพล็อตง่ายๆ ที่แสนคุ้นเคยอย่างนี้แหละ ที่ถ้าหากคนนำมาใช้ รู้จักใช้อย่างเหมาะสม โอกาสที่มันให้ คุณ ก็มีอยู่มากและหนังเรื่องนี้ก็ทำได้สำเร็จ

สนิท (แดน-วรเวช ดานุวงศ์) เป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ที่รักการชกมวยเป็นชีวิตจิตใจแต่เป็นประเภทใจรักแต่หุ่นไม่ให้ ขึ้นชกทีไรก็ไม่เคยชนะ จนได้ฉายาว่า หลับสนิท ศิษย์หามลง แต่ก็ยังพยาย๊าม พยายาม พร้อมกันนั้นเขาก็คบหาอยู่กับ สวย (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ลูกสาวอดีตนักมวย

แต่แล้วในวันที่เขาคิดจะเลิกชกมวย เพราะดูท่าทางว่าเห็นทีจะไม่รุ่งแน่ เขากลับได้ทราบข่าวร้าย เมื่อพบว่าแฟนสาวจะต้องเข้ารับการผ่าตัด มิฉะนั้นเธอจะตาบอดไปตลอดชีวิต เขาจึงตัดสินใจที่จะขึ้นชกครั้งสำคัญเพื่อหญิงคนรัก

โดยมีกลุ่มเพื่อนซี้ของเขาที่ประกอบด้วย สอง (โก๊ะตี๋) หนุ่มน้อยปากเสียที่เก่งเฉพาะตอนเมา, เสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น) มือกลองจอมลีลา และสิทธิ์ (ค่อม ชวนชื่น) เซียนพระ(ปลอม) คอยเอาใจช่วยเต็มที่

และที่เซอร์ไพรส์ก็คือ เขาดันได้เทรนเนอร์เป็น แสบ (จาตุรงค์ มกจ๊ก) ลูกค้าขากวนประจำร้านที่พูดไม่ชัด ที่แอบเผยความลับว่า ที่แท้เขาคือ แสบสนิท นักมวยเก่าที่แขวนนวมมานาน ที่เสนอตัวเป็นเทรนเนอร์ให้

แม้จะได้เทรนเนอร์ ได้พี่เลี้ยง ได้สปอนเซอร์พร้อมสรรพ แต่ สนิท ยังต้องเจอด่านสุดท้ายที่หนักหนาสาหัส เพราะเขาคือ สิน (เอกรัตน์ ขลิบเงิน) หนุ่มหล่อหุ่นล่ำนักมวยลูกชายเจ้าของร้านทองที่มาชอบ สวย อยู่เหมือนกัน และดันมาเป็นคู่ชกของสนิทในไฟต์สำคัญนี้

ดูท่าว่า สนิท ศิษย์แสบ จะถูกหามลงจากเวทีอีกครั้งเสียละกระมัง!


ทีมนักแสดงสุดลงตัว

บอกได้เลยว่า นี่เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ผมชอบมากๆ อีกเรื่องของปีนี้ เรียกว่าถ้ารางวัลของบ้านเรามีสาขา ภาพยนตร์สาขาเพลงและตลกยอดเยี่ยม หนังเรื่องนี้จะเป็น เต็งหนึ่ง เบียดกับเรื่อง แก๊งชะนีกับอีแอบ (ค่ายจีทีเอช) ที่ผมชอบมากอีกเรื่อง รวมทั้งในสาขา ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม 2 เรื่องนี้ถือว่าโดดเด่นมาก

แต่เมื่อไม่มี ก็ต้องวัดดวงกันล่ะว่า หนังตลกอย่างเรื่องนี้จะมีพลังพอที่จะเบียดบรรดาหนังดรามาเข้าไปถึงขั้นเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กับเขาได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ องค์รวม ของหนังถือว่าโอเคมากๆ

หลังจากที่ ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ประสบความสำเร็จจากหนัง พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า ที่เป็นผลงานเรื่องแรกของเขา ที่อาศัยประสบการณ์การกำกับฯ รายการตลกอย่าง 555,3 ช่าคาเฟ่, 5-4-3-2 โชว์ ที่ทำให้เขาสนิทสนมกับบรรดาดาวตลกเป็นพิเศษ จนนำไปสู่การมาร่วมงานกันในหนัง พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า ที่กลายเป็นผลงานที่ฮิตเกินคาด

ในเรื่องนั้นก็ถือว่าเป็นงานชิมลางที่ ขอเน้นเอาฮา มากกว่า หนังเรียกเสียงฮาได้เต็มที่ เป็นหนึ่งหนังตลกสุดฮิต เจ้าของประโยคฮิตว่า คิ ออก และ ที่พูดโดย จาตุรงค์ มกจ๊ก ที่กลายเป็นวลีฮิตอยู่พักใหญ่ แม้แต่ผมเองยังชอบพูด เพราะรู้สึกว่า มันน่ารักดี ขณะที่ในเรื่องโปรดักชันถือว่าไม่โดดเด่น

แต่มาเรื่องนี้ ดูเหมือน ยอร์ช-ฤกษ์ชัย จะเก็บเอาข้อบกพร่อง เสียงวิจารณ์ คำแนะนำต่างๆ จากเรื่องก่อน มาใช้พัฒนาผลงานเรื่องใหม่นี้ จนออกมาเป็นหนังโรแมนติก คอเมดีที่ดูสนุก โปรดักชันดีพร้อมเนื้อหาที่ชวนประทับใจ

จุดเด่นแรกคือ นี่คือหนังที่เลือกใช้นักแสดงได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด ผมเองไม่ใช่แฟนคลับของ แดน-บีม โดยตรง แต่ก็ได้ดูผลงานของเขาทั้งสองมาตลอด สำหรับ แดน ดูผลงานของเขามาแทบทุกเรื่อง พบว่าเวลาที่เขาเล่นหนัง-ละคร เขาดูดีมากๆ จนต้องติดตามไปเรื่อย เรื่องล่าสุดที่ได้ดูก็คือ ละครเรื่อง พี่ชาย ทางช่อง 3 จนมาถึงเรื่องนี้

ณ ตอนนั้นยังบอกตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมถึงรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ตอนเล่นหนัง-ละคร แต่พอได้ดูหนังเรื่องนี้ บอกตัวเองได้แล้วว่า แดนมีเสน่ห์ตรงที่เขาดู จริงใจ กับบทที่เขาได้รับ ดูแล้วเชื่อว่าเขาเป็นและรู้สึกกับบทนั้นจริงๆ และในเรื่องนี้เขาก็เล่นได้น่ารักมากๆ

แดน เขาเหมาะที่จะเป็น พระเอก ในคาแรกเตอร์เป็นผู้ชายบ้านๆ ผู้ชายติดดิน ไม่
ต้องหล่อมาก ไม่ต้องเก็ก ไม่มีมาด แต่มีเสน่ห์ มีความน่ารักแบบเด็กๆ อยู่ในตัว เป็นพระเอก ที่เราสัมผัสได้ แตะต้องได้ เหมือนเป็นตัวแทนของผู้ชายธรรมดาสักคน

ณัฐฐาวีรนุช ทองมี เป็นอีกคนที่ผู้กำกับฯ ขายเสน่ห์ของเธอได้อย่างตรงเป้าเข้าประเด็น ตอนแรกแอบคิดว่า จับ แดน คู่กับ จ๋า เนี่ยนะ? จะไหวเหรอ? แต่เอาเข้าจริงทั้งสองเข้าคู่กันได้ลงตัวมากๆ ทั้งสองดูมีเสน่ห์และน่ารักในแบบ หนุ่มกวน กับ สาวเซี้ยว แถมจ๋าก็ยังดูเซ็กซี่อีกต่างหาก และบทก็ส่งเธอเต็มที่ เปิดโอกาสให้เธอได้ ย้วยเสน่ห์ ใส่คนดูเต็มที่ ทั้งทำท่าตลกๆ น่ารักๆ เล่นบทซึ้งๆ เศร้าๆ แถมยังได้พูดประโยคคมๆ กินใจแฝงแง่คิดในตอนที่เธอพูดเตือนใจพระเอกอีกด้วย เพิ่งจะรู้สึกหลงรักเธอก็จากหนังเรื่องนี้เอง

สำหรับ 4 ดาวตลกนั้นหายห่วง หลังจากที่พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า จาตุรงค์ทำให้หนังเรื่องนั้นเหมือนเป็นหนังของเขาคนเดียว เพราะดูเหมือนความสนใจส่วนใหญ่จะพุ่งไปที่เขา

มาเรื่องนี้เลยได้รับเกียรติให้รับบทเด่นตีคู่พระเอกในฐานะเทรนเนอร์ ที่บทแยกออกมาต่างหาก ซึ่งเขาก็ยังคงไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง ด้วยคาแรกเตอร์คนที่พูดไทยไม่ชัด แต่ชอบร้องคาราโอเกะ อ่อนไหว เฮิร์ตง่ายกับเพื่อนๆ พอๆ กับกวนตีนเวลาที่อยู่กับคนอื่นๆ

ค่อม ชวนชื่น เล่นได้มันสุดๆ กับบท พี่เบิ้ม ที่ชอบเล่นเครื่องลางของขลัง ทั้ง พระเครื่อง (ปลอม), การสัก, โก๊ะตี๋ น้องเล็กที่กลัวผีสุดๆ และ จิ้ม ชวนชื่น เรื่องนี้บทไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ แต่ก็มาคอยเสริมสีสันไปได้ดี

แต่ละคนได้รับโอกาสให้ได้มี ฉากฮาใหญ่ ของตัวเองกันแทบทุกคน จาตุรงค์กับฉากร้องเพลงคาราโอเกะ, ค่อม ในฉากสัก และโก๊ะตี๋ ในฉากผีหลอก ที่จัดเป็น มุกผีหลอก ที่ทั้งฮาและน่ารัก น่าจดจำอีกฉากหนึ่ง ในฐานะมุกที่เป็นเหมือนไฟต์บังคับ ที่หนังไทยแนวตลกต้องมีทุกเรื่อง

หนังตลกบางเรื่องอาจจะมีมุกที่ฮาบ้าง ฝืดบ้าง แต่กับเรื่องนี้ ทุกมุกถือว่า โดนทั้งหมด!เพียงแต่ว่า ฮามาก ฮาน้อย เท่านั้น แต่ที่ต้องยอมรับก็คือ หลายมุกเป็นมุกตลกที่มีชั้นเชิง ถือว่า ในฐานะคนเขียนบท พิง ลำพระเพลิง แท็กทีมกับทีมดาวตลก และผู้กำกับฯ ได้อย่างลงตัวสุดๆ

ที่ผมชอบมากก็คือ งานด้านฉาก สีสันของฉาก และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย คุมโทนสีออกมาได้ดี ทำให้บรรดาดาวตลกที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญในเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพวกเขาเท่าไหร่ มุ่งหวังมุกฮาจากพวกเขามากกว่า

แต่ในเรื่องนี้ ทำให้พวกเขาดูดีมีสกุลขึ้นมาอย่างทันตาเห็น ยิ่งเวลามาอยู่รวมกันหลายคนในฉากเดียวก็สามารถคุมโทนสีเสื้อผ้าของแต่ละคนออกมาได้อย่างลงตัวมากๆ ไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่ทำหน้าที่กำกับฯ ศิลป์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่เรื่องหน้าขอบอกว่า จงใช้บริการพวกเขาอีก

เรื่องเพลงประกอบก็หายห่วง เพราะว่าค่ายนี้เขาถนัดเรื่องเพลงอยู่แล้ว เพลงสนุกสนานชวนฟัง

แฝงมากับหนัง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาน่ารัก แม้หนังจะอุดมด้วยคำหยาบเต็มไปหมด แต่ส่วนที่ทำให้คนดูจะมองข้ามในส่วนนั้นไปก็คือ หนังมาพร้อมตัวละครที่น่ารัก มีเสน่ห์ ตามสไตล์ที่หนังโรแมนติกควรจะมี นั่นคือ

พระเอกที่ดูซื่อๆ นิสัยดี มีข้อบกพร่อง แต่น่ารัก มีเพื่อนๆ ที่ซ่าๆ มันๆ ฮาๆ แต่น่ารัก ที่เหลือก็เติมมิตรภาพในหมู่เพื่อน ที่พร้อมจะเฮละโลมาช่วยพระเอกในยามที่คับขัน อารมณ์นี้ยังใช้ได้กับคนไทยเสมอ เชื่อดิ

นางเอกที่น่ารักแสนงอน ไม่ก้าวร้าวจนเกินงาม ไม่เอาแต่ตบพระเอก เพื่อหวังให้พระเอกจูบ เหมือนเทรนด์ฮิตในละครไทยทุกวันนี้

ที่เหลือก็คือ งานกำกับฯ ศิลป์เก๋า เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดีมีสกุล งานกำกับฯ ภาพสวยๆ เหล่านี้อย่ามองข้าม เพราะมันจะเป็น ตัวช่วย ชั้นดี ที่ทำให้หนังดูเพลินสบายตา และทำให้เห็นว่าทีมงานตั้งใจทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะทำให้หนังตลกของคุณแตกต่างไปจากหนังตลกที่ชอบโปรโมตว่า นี่คือหนังที่ชุมนุมดาวตลกมากที่สุดของวงการ ซึ่งถ้าคุณสร้างมาเพื่อสิ่งนั้น อย่างเดียว หลายคนคงนึกเหมือนผมว่า กูไปดูที่คาเฟ่ดีกว่าว่ะ!

ที่ชอบใจก็คือ นี่เป็นหนังที่ให้บรรยากาศวิถีชีวิตของคนไทยแบบเก่าๆ มีชีวิตเฮฮากันในหมู่เพื่อนฝูง เชื่อเรื่องโชคลาง กลัวผี ทำบุญตักบาตร มีความรักในหมู่เพื่อนๆ ความรักของพ่อกับลูก พ่อนางเอกกับนางเอก รวมทั้งความสัมพันธ์ของว่าที่พ่อตากับว่าที่ลูกเขย
คือ พ่อของนางเอก กับพระเอก ทั้งหมดออกมาดูอบอุ่นน่ารัก

สรุปจบตบฟิน

จาก รักจัง มาถึง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ขอบอกว่า ค่ายอาวอง ทำหนังแนวโรแมนติก คอเมดี ออกมาได้ดีมากๆ ผมว่าน่าจะมุ่งแนวนี้เป็นหลัก โดยใช้ สูตรสำเร็จ นี้คือ

หนึ่ง จับคู่พระเอก-นางเอกที่ โช๊ะ โช๊ะ อย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วอย่าง บีม-กวี กับ พอลล่า จาก เซ็กซ์โฟน/คลื่นเหงา/สาวข้างบ้าน, ฟิล์ม-รัฐภูมิ กับ พอลล่า จากรักจัง, แดน-วรเวช กับ ณัฐฐาวีรนุช จาก แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า

สอง ดึงดาวตลกมาเป็น ตัวช่วย หาพล็อตเรื่องเก๋ๆ มุกเก๋าๆ จาตุรงค์ มกจ๊ก,ค่อม ชวนชื่น กับ โก๊ะตี๋ ผมชอบมาก ขอทุกเรื่องได้มั้ย

สาม เน้นฮาแต่ไม่ทิ้งสาระ ใส่ไปหน่อย จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แต่ต้องใส่ เพราะมันจะทำให้ดูต่างจากหนังตลกทั่วไป อย่างใน แสบสนิทฯ ก็สอนให้สู้เพื่อเดินตามฝันของตัวเอง

สี่ โปรดักชันเนี้ยบๆ อย่าคิดว่าแค่ทำหนังตลกขายฮาเท่านั้น เพราะองค์ประกอบอื่นๆ จะทำให้งานของคุณเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ในอีกระดับหนึ่ง ที่สำคัญมันจะทำให้คุณดูดีมีรสนิยม

ผมว่าถ้าสร้างออกมาบ่อยๆ และโดนทุกครั้ง เชื่อว่าจะได้แฟน ขาประจำ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอาให้ผู้คนเกิดความรู้สึกว่า ถ้าจะดูหนังโรแมนติก คอเมดี ต้องดูหนังของค่ายอาวอง ถ้าสร้างภาพตรงนี้ได้ รับรองว่าแฟนหนังไม่หนีไปไหนแน่

จากความสนุกที่ผมได้รับ เสียงฮาสนั่นลั่นโรงตลอดเรื่องที่ผมได้ยินในรอบที่ดู ขอบอกว่าหนังน่าจะทำรายได้เกิน 70 ล้านแน่นอน และมีสิทธิ์ปีนไปถึง 100 ล้านบาทได้เลยทีเดียว

นี่คือ หนังที่ สนุกเนียน แห่งปี จริงๆ ไม่ได้โม้!

ที่มา สยามรัฐ