เขาชนไก่ ภารกิจ ?เป็นลูกผู้ชาย? ให้ได้ใน 5วัน

Home / วิจารณ์หนัง / เขาชนไก่ ภารกิจ ?เป็นลูกผู้ชาย? ให้ได้ใน 5วัน

เป็นอีกหนึ่ง หนังเจตนาดี อีกเรื่องที่ออกมาในปีนี้ เขาชนไก่ ผลงานกำกับฯ ของวิฑิต คำสระแก้ว จากค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่ เด็กและเยาวชนชาย น่าจะได้ดูกัน โดยเฉพาะไอ้พวกที่วันๆ ไม่ค่อยทำอะไรที่มีสาระ เอาแต่คอยชกต่อย ตีกัน ยิงกัน ที่ลงเอยด้วยการที่ ไม่ฝ่ายตรงข้ามตาย เพื่อนตาย ก็ตัวเองตาย

ซึ่งสุดท้ายคนที่เสียใจที่สุด ก็คือ พ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายกระทำ และถูกกระทำที่เป็น ปัญหาสังคม ที่ยังแก้ไม่ตก กลุ่มนี้น่าจะมาดูกันเยอะๆ เพื่อที่จะได้เข้าใจว่า คำว่า ลูกผู้ชาย ที่แท้จริงนั้น มันควรจะเป็นเช่นไร

เขาชนไก่ เป็นหนึ่งในหนังในปีนี้ที่ผมเห็นหนังตัวอย่าง แล้วรู้สึกลังเลว่า เอ…ตูจะดูดีมั้ยน๊า เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะ มุกตลก ที่หนังปล่อยออกมานั่นแหละ มุกถั่วเขียว ถั่วดำ มุก อย่าออกจากบ้านตอนฝนตก เพราะว่าตัวจะเปียก เพราะมันดูเก่าและเชยมากๆ จนนึกว่าผู้กำกับฯ คนนี้เป็นรุ่น ประยูร วงษ์ชื่น หรือยังไง

แต่พอได้ดูหนังก็เข้าใจ เพราะว่าหนังจริงๆ ไม่ได้เน้นให้ออกมาเป็นหนังตลก แต่ออกเป็น ดรามา เจือ คอเมดี เสียมากกว่า เป็นหนัง Coming of Age ของเด็กผู้ชายที่ได้เรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นเพื่อเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ผ่านภารกิจฝึก ร.ด.ที่เขาชนไก่ ที่คุณก็รู้ว่าที่ไหน ภายในเวลา 5 วัน

ฉะนั้น เวลาที่หนังจะตัดออกมาเป็นหนังตัวอย่าง มันเลยตัดลำบากที่จะเลือกเอาตอนที่จะทำให้ผู้ชมเกิดความประทับใจในเวลาไม่กี่วินาที จึงได้แต่ตัดเอาฉากตลกออกมาขาย ซึ่งก็ถือว่า เสี่ยงอยู่เหมือนถ้าเกิดมีคนคิดอย่างผมว่า จะดูดีมั้ย แล้วลงเอยด้วยการที่ ไม่ (เสี่ยง) ดูดีกว่า!

เรื่องราวของ หน่อย (วิศิษฐ์ ผ่องโสภา) เด็กหนุ่มหน้าหวานท่าทางเรียบร้อย ที่ชีวิตปกติของเขาไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นมากนัก เขาต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่น่าหวั่นใจเมื่อต้องเดินทางไปฝึก ร.ด.ที่ เขาชนไก่ ที่เด็กนักเรียนชายทุกคนรู้จักกันดี

ถ้า หน่อย เป็นเด็กผู้ชายประเภท โหด เถื่อน ห้าว รักการผจญภัย รักความท้าทายนี่คงไม่ใช่เรื่องน่าระทึกใจอะไร แต่กับเด็กผู้ชายเรียบร้อยธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถือว่านี่เป็นภารกิจที่ทำเอาอะดรีนาลินดิ้นพล่านได้เหมือนกัน ยิ่งมีแต่คนมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นานา ทั้งเรื่อง การฝึกที่สุดโหด, ครูฝึกที่สุดโหด, ผีที่เขาชนไก่ และที่สำคัญก็คือ การกระโดดหอที่สุดแสนจะน่าตื่นเต้นหวาดเสียว สำหรับคนที่เป็น ครั้งแรก

แต่นั่นมันก็แค่สีสันเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขาจะ ได้มากกว่า ก็คือ ภารกิจลูกผู้ชาย ที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 5 วันอย่างนั้น มันนำมาซึ่งหลากหลายเรื่องราว ทั้ง มิตรภาพ ความขัดแย้ง ที่จะทำให้เราได้รู้จัก เพื่อน แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น ที่ไม่ว่าจะ ร้าย หรือดี แต่หลังจากนั้น มันจะเป็นหนึ่งเหตุการณ์ในความทรงจำของลูกผู้ชายทุกคนแน่นอน ที่จะเก็บนำมาเล่ากันภายหลังเพื่อความสนุกสนานในหมู่เพื่อนฝูง หรือเก็บไว้เล่าให้ลูกหลานฟังว่า…พ่อก็เคยโดนมาแว้ว…ว

สำหรับคนที่วัย 30 อัพ นี่จะเป็นหนังที่จะทำให้คุณได้นึกถึงอดีตเมื่อครั้งเรียน ร.ด. ที่คุณอาจจะเผลอร้องในใจว่า โห…แม่ง นี่เรื่องของกูชัดๆ เลยนี่หว่า หรือ แม่ง…เพื่อนกูก็มี หยั่งไอ้นี่เลย หรืออะไรทำนองนี้ ที่คุณจะเผลออมยิ้มไปด้วยไม่ได้

แต่สำหรับวัยที่ต่ำลงมากว่านั้นหน่อยที่เพิ่งผ่านภารกิจนี้ไปไม่นานนัก ก็น่าจะนึกถึงด้วยความสุขไม่ต่างกัน ขณะที่ในวัยที่ยังไม่เคยสัมผัส ก็คงจะมีทั้ง อยากลอง และหวั่นไหว แต่ที่สุดแล้ว ถึงคุณจะไม่บอกตัวเองว่า ชาตินี้ต้องลอง… คุณก็ต้องลองอยู่ดี

หนังมาในสูตรขายความประทับใจตามแนวของหนังแนวนี้ ประเภท มิตรภาพ ความรัก และความขัดแย้ง ที่จะจบลงด้วยความประทับใจ ตัวละครเด่นๆ อยู่ที่ หน่อย ที่เป็นคนเล่าเรื่อง ที่เรื่องราวนำเสนอผ่านมุมมองของเขา, อิฐ เพื่อนหนุ่มหล่อที่ดูเหมือน ขี้เก๊ก มากับมาดพระเอกอยู่ตลอดเวลา แต่แอบมีเบื้องหลังให้ชวนกังขาเล็กๆ , บ็อบ คู่แค้นของอิฐ ที่หมั่นไส้นิสัย ไม่เข้าพวก ของอิฐมานาน และ ร.ด.ต่างโรงเรียนมาดนักเลงที่พร้อมจะมีเรื่องได้ทุกขณะ

เป็น 4 ตัวละครหลักที่เลือกมาได้เหมาะสมลงตัว และทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทั้ง 4 คน แชมป์-วศิษฐ์ ที่เล่นบท เกือบแต๋ว จากหนัง วัยอลวน 4 ตั้ม & โอ๋ รีเทิร์น มาเรื่องนี้ ได้ เขยิบความเป็นแมน ขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในท่าที หมิ่นเหม่ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเชื่อว่ามีเด็กชายอีกหลายคนที่มีคาแรกเตอร์เรียบร้อยอย่าง หน่อย และเห็น ภารกิจที่เขาชนไก่ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นระทึกใจอย่างที่หน่อยรู้สึก

ทวีรัตน์ จุลศิริ ในบท อิฐ ก็มาในมาด พระเอกเต็มที่, อภิพล ตรีเทวะวงศา ในบทบ็อบ คู่เคืองของอิฐ ก็ทำให้บทร้ายในเรื่องไม่ดูเป็นผู้ร้ายจนเกินไป แต่ดูเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหมู่วัยรุ่น ที่อาจจะรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนบางคนที่ยังไม่เคยได้รู้จักกันดีพอเลยอยากจะ ลองของ ด้วยการขอ วัดพลัง กันสักหน่อย เขาดูเป็น เด็กดีที่เผลอร้าย เขาเล่นได้น่าสนใจทีเดียว และ อาชว์ ไหลสกุล ที่เล่นบท ปืน มาเล่นบทหนุ่มจีบสาว ถือเป็น ไฟต์บังคับ เพื่อไม่ให้หนังดู อุดมแมน จนเกินไป

กับอีกหนึ่ง ไฟต์บังบัง ก็คือ บทแต๋ว ที่หนังไทยแทบทุกเรื่องต้องมี และเรื่องนี้ก็มี ธนพล วิศิตเศรษฐ มารับบท พอลล่า แต๋วประจำกลุ่ม เป็นสีสันเล็กๆ แต่พองาม

ที่น่าจะสะดุดตาท่านผู้ชม น่าจะเป็น หนุ่มผิวคล้ำ ผมสกินเฮด มาด แบดบอย ที่เล่นเป็นคู่ปรับต่างโรงเรียนของอิฐ ขอโทษทีที่จำชื่อไม่ได้ มาดเขาดูกวนทีนจริงๆ ชนิดออกมานอกโรงมีสิทธิ์ถูกตื้บเอาง่ายๆ เพราะความน่าหมั่นไส้ แต่เขาก็ดูมีเสน่ห์แบบเถื่อนๆ เข้ากับคาแรกเตอร์ โตกว่านี้อีกหน่อย ประสบการณ์มากกว่านี้อีกนิด มีสิทธิ์เป็นนักแสดงบทร้ายเทียบรัศมี หนึ่ง-ชลัฏ ณ สงขลา ได้เลย

หนังเดินตามสูตรของหนังแนวนี้ ชนิดที่เดาทางได้ตลอด แต่ก็ด้วยสูตรเช่นนี้แหละ ที่ถ้าหากวางเรื่องได้ดี เลือกนักแสดงได้ลงตัว มันก็ยังคงใช้ได้ผลเสมอ

อารมณ์โดยรวมของหนังออกมาเหมือน หนังทหารของ ประยูร วงษ์ชื่น บวกกับ เด็กหอ ดูกันได้แบบเพลินๆ มีทั้ง เสียงหัวเราะ อมยิ้ม น้ำตาซึมๆ มีผีหลอก มีชกต่อย ถือว่าครบรสหนังไทย

ฉากที่ หน่อย เข้านอนในเต็นท์กับ อิฐ หวั่นใจว่าจะเกิดคดีแบบหนัง โบรกแบ็ก เมาท์เท่น แต่ที่สุดแล้วเป็นแค่ฉาก เสียงตดในเต็นท์ เท่านั้นเอง แหม…เสียดายจัง!

เขาชนไก่ เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี แต่กลุ่มที่สมควรมาดูมากที่สุดก็คือ เด็กและเยาวชนเพศชาย เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึงคำว่า ลูกผู้ชาย ที่แท้จริง เพื่อมาลบล้างค่านิยมเก่าๆ ที่บางคนหลงคิดไปว่า ลูกผู้ชาย คือการที่ต้องตีกับชาวบ้านแล้วเอาชนะให้ได้

ประเภทนั้น คงไม่เคยผ่านด่าน เขาชนไก่ แต่คงจะผ่านด่าน เขาชนควาย มามากกว่า

ที่มา สยามรัฐ