Sinking of Japan มหันตภัยที่อาจเป็นจริง?

Home / วิจารณ์หนัง / Sinking of Japan มหันตภัยที่อาจเป็นจริง?

เคยได้ยินข่าวจากนักธรณีวิทยาที่คาดการณ์ว่าอีก 300 ปี ประเทศมหาอำนาจอย่าง ญี่ปุ่น อาจจะหายไปจากแผนที่โลก!!

เพราะญี่ปุ่นเองก็ตั้งอยู่บนรอยแยกของผืนโลก เลยทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยๆ แถมภูเขาไฟฟูจิที่หลายคนหลงใหลชื่นชมนั้น ใต้ความงดงามมีความคุกรุ่นที่รอวันระเบิดซ่อนอยู่

ตอนที่ได้ยินข่าวก็ไม่รู้สึกอะไรมากนัก เพราะบอกตรงๆ ว่าจินตนาการไม่ค่อยจะออกว่าเวลาที่เกาะทั้งเกาะจมลงใต้มหาสมุทร มันจะเป็นยังไงกัน

แต่ Sinking of Japan ก็ช่วยเติมเต็มจินตนาการ และทำให้เราถึงกับอึ้งต่อภาพที่ได้เห็นแบบเต็มๆ

หนังเรื่องนี้เสนอมหันตภัยทางธรรมชาติครั้งประวัติศาสตร์ ที่ญี่ปุ่นจะต้องเจอทั้งแผ่นดินไหว, คลื่นยักษ์ และภูเขาไฟระเบิด ซึ่งผนึกกำลังกันทำลายญี่ปุ่นทั้งประเทศ จนผู้คนบาดเจ็บล้มตายมหาศาล


และหนทางรอดของญี่ปุ่นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับหนุ่มนักขับเรือดำน้ำเพียงคนเดียวเท่านั้น

Sinking of Japan สร้างจากหนังสือขายดีเรื่อง Nippon Chinbotsu ของซาเคียว โคมัทสึ ซึ่งขอบอกกันตรงๆ ว่าพล็อตของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างซ้ำและช้ำพอสมควร เหมือนเป็นการผสมรวมของหนังมหันตภัย 3 เรื่องอย่าง The Day After Tommorow,Deep Impact และ Amageddon เลยล่ะ

เหมือน The Day After Tommorow ตรงแนวของเรื่อง และการคำนวณที่คาดไว้ว่าเรื่องจะเกิดช้ากว่านี้ แต่ดันเกิดก่อนเล่นเอาตั้งตัวกันไม่ทันเลย

เหมือน Deep Impact ตรงที่พยายามจะสร้างความประทับใจให้คนดูด้วยเรื่องของความเสียสละ และความรัก

และเหมือน Amageddon ในแง่ของฉากแอ๊คชั่น ที่เดี๋ยวก็ระเบิดเดี๋ยวก็เห็นการถล่มกันแทบจะทั้งเรื่อง

พอผสมปนเปขนาดนี้ ก็เลยทำให้เห็นส่วนดีส่วนด้อยกันแบบชัดเจนมากๆ

หนังพยายามทำให้เรารู้สึกเศร้า และสะเทือนอารมณ์จากเรื่องราวที่เป็นไป แต่ด้วยความที่ภาพตัดค่อนข้างรวดเร็ว แบบบทจะมาก็มาจะไปก็ไป แถมปมในใจของตัวละครแต่ละตัวยังไม่เด็ดขาดขนาดที่ทำให้เรารู้สึกร่วมไปด้วยได้ เล่นเอาเสียอรรถรสในการดูไปพอควรเลย

แต่ในแง่ของเทคนิคซีจีก็ต้องบอกว่า Sinking of Japan เป็นหนังอีกเรื่องที่ทำออกมาในมุมมองที่สมจริงใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะฉากภัยพิบัติแรงๆ อย่างคลื่นสึนามิที่โหมกระหน่ำ หรือภูเขาไฟที่กำลังระเบิดลาวาออกมา

ดูภาพแล้วก็แอบสยองอยู่เหมือนกัน

เพราะถ้านักธรณีวิทยาคาดการณ์ถูกแล้วละก็ มหันตภัยก็อยู่ไม่ไกลซักเท่าไหร่เลย

ก็คงได้แต่ภาวนา ขอให้นักวิทยาศาสตร์เก่งๆ หาหนทางแก้ไขเจอ

เพราะยังไงซะ ก็อยากให้ภาพที่เห็น เป็นแค่จินตนาการในหนังก็พอ

แป้งร่ำ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์