แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า

Home / วิจารณ์หนัง / แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา

ดูหนังเรื่อง “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” แล้วทำให้นึกถึง “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า”

หนังทั้งสองเรื่องเป็นผลงานของผู้กำกับฯ และคนเขียนบทฯ คู่เดียวกันนั่นคือ ฤกษ์ชัย พวงเพชร และพิง ลำพระเพลิง

ด้วยลักษณะร่วมทางด้านผู้สร้างงานและแนวทางการเล่นอารมณ์ขัน “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” แทบจะมีฐานะเป็นเหมือนหนังภาคสองของ “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า”

แต่ “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” ก็มีความแตกต่างในหลายส่วน โดยเฉพาะโครงสร้างหลักอันได้แก่ เรื่องและโครงเรื่อง

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เห็นหนังตัวอย่าง คำถามที่ติดตามมาก็คือ ที่ยกมานำเสนอเป็นบางส่วนนั้นเป็นส่วนที่ “ตลก” ที่สุด หรือว่ายังมีที่ตลกกว่าในส่วนที่เหลือ

เมื่อได้ดูหนัง (ดูในโรงขนาดใหญ่ รอบบ่าย มีคนดูร่วมโรงเป็นจำนวนมาก) นอกจากบรรยากาศการดูที่คึกคักสนุกสนานแล้ว หนังก็มีความตลกสนุกสนานในลักษณะที่สอดคล้องกัน

ในแง่การทำให้คนดูหัวเราะ น่าจะสามารถกล่าวได้ว่าผู้กำกับฯ และคนเขียนบทฯ พบความสำเร็จ โดยสังเกตได้จากปฏิกิริยาตอบสนองของคน


ผม (นั่งอยู่ด้านใกล้จอและห่างไกลจากกลุ่มคนดูที่เหลือ) ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นสนั่นโรงเป็นระยะ โดยเฉพาะหญิงสาวรายหนึ่งระเบิดเสียงหัวเราะอย่างต่อเนื่องและเสียงนั้นดังแหวกความมืดไปทั้งโรง นั่นเป็นรายหนึ่งซึ่งยืนยันว่าในแง่การทำตลกให้คนดูหัวเราะ ผู้สร้างงานสามารถทำหน้าที่ “กำกับคนดู” ได้เป็นอย่างดี

แม้แต่ผมเองก็ยังหัวเราะอย่างแรงอยู่หลายครั้ง และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่หัวเราะเพราะขำอาการหัวเราะของสุภาพสตรีคนที่ผมอ้างถึงข้างบน

ฉากที่ผมหัวเราะอย่างเต็มที่ได้แก่ฉากกินฟรี และประเด็นเกี่ยวข้องซึ่งเป็นฉากในช่วงแรก

อีกฉากก็คือฉากที่ไปเจอผีในบ้าน แล้วขณะที่กำลังจะหนีออกมากลับต้องมาเจอผีผู้หญิงอีก แน่นอนว่าการแสดงอาการและพูดกับตัวเองของตัวละครและผู้แสดง (โก๊ะตี๋ อารามบอย) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสนุกสนาน


ส่วนฉาก “น้ำส้วม น้ำแดง” (มีเป๊ปซี่จะกินโคล่า มีแฟนต้าจะกินสไปรท์..) ก็ตลก เพียงแต่เห็นในหนังตัวอย่างมาแล้วหลายครั้ง

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังตลกที่ตลกจริงๆ แต่ถ้าเทียบกับ “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า” ผมยังคิดว่าเมื่อนับฉากที่ตลกที่สุด ผมคิดว่า “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า” มีฉากที่ตลกที่สุด ที่ตลกกว่า (นั่นคือฉากหมอผีท่องคาถา)

ในส่วนของเนื้อหาสาระนั้น แม้พอจะมีให้ค้นหาอยู่บ้างแต่ก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เมื่อกล่าวถึงอารมณ์ขันและการเล่นตลก ยอมรับว่าในหนังมีการเล่นตลก (บางช่วง) ที่เล่นตลกแบบใช้คำด่าและเล่นกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย มันก็พอจะเอามาเล่นได้แต่ไม่ควรมากไป

อย่างคำด่ายอดนิยม 2 คำ ที่ขึ้นต้นด้วย “ไอ้” ผมคิดว่ามันมากเกินไปแล้ว

มากจนสงสัยว่าทางผู้สร้างงานคิดอะไรไม่ออกแล้วหรืออย่างไร

ผมไม่สนใจว่าจะมีคนเอาอย่างหรือพูด (ด่า) ตามอย่างที่เห็นในหนัง และไม่เห็นด้วยกับการขึ้นข้อความตักเตือน (เพราะไม่เชื่อว่าจะมีคนเอาอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่แทบไม่เคยใช้คำแบบนั้น) เพียงแต่มองในแง่การสร้างงาน ซึ่งผมคิดว่ามันไม่สร้างสรรค์

หรืออย่างการเล่นตลกกับอุจจาระก็เช่นกัน เท่าที่จำได้มีอยู่อย่างน้อย 3 ครั้ง ที่ตัวละครพูดคำว่า ถ่ายอุจจาระ แม้แต่ตัวพระเอกยังพูดกับนางเอกเลย ได้ยินแล้วสงสัยว่ามันตลกตรงไหน

และหลายครั้งที่เห็น ผู้สร้างงานก็ได้แสดงให้เห็นอยู่หลายครั้งว่าสามารถทำให้คนดูหัวเราะได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอุจจาระ และ “ไอ้เห.” กับ “ไอ้ส.”

หวังว่าถ้าหากจะมีอะไรที่ส่ายหน้าติดตามออกมาอีกตลกกับสิ่งที่ผมกล่าวไปจะลดน้อยลง

ผู้กำกับฯ- ฤกษ์ชัย พวงเพชร
ผู้แสดง – วรเดช ดานุวงศ์, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี

ที่มาจากหนังสือพิมพ์