King and the Clown เราต่างก็ขมขื่นพอกัน

Home / วิจารณ์หนัง / King and the Clown เราต่างก็ขมขื่นพอกัน

มีข้อแนะนำว่าหากเห็นความไม่ชอบมาพากลในพฤติกรรมของชนชั้นปกครอง วิธีโจมตีคนกลุ่มนี้ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดคือการล้อเลียนเสียดสี หาใช่การไปยืนด่ากันโต้งๆ หรือวิจารณ์กันตรงๆ ไม่ เพราะการนำคนหรือพฤติกรรมที่ว่ามาล้อเลียนจะทำให้อำนาจของคนกลุ่มนี้คลายความศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะเยาะขบขันไปในที่สุด การ์ตูนล้อเลียนการเมืองตามหน้าหนังสือพิมพ์ในบ้านเราเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสำหรับเรื่องนี้

แต่ในยุคสมัยที่การพิมพ์ยังไม่แพร่หลาย การแสดงละครก็เป็นวิธีสื่อสารที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน โดยในหนังเกาหลีเรื่อง King and the Clown ตัวอย่างดังว่าก็มีให้เห็น

หนังนำเค้าโครงเรื่องจริงของประเทศเกาหลีเมื่อ 500 ปีก่อน ซึ่งตรงกับช่วงราชวงศ์โจซุนมาดัดแปลง โดยเล่าถึงกษัตริย์ยองซัน (จุง จิน ยอง) ราชาจอมกดขี่ที่ไม่ทำประโยชน์ใดๆ แก่บ้านเมือง ด้วยเหตุที่เฝ้าแต่มัวเมาอยู่กับพระสนมคนโปรด เมื่อเรื่องราวลอยมาเข้าหู จางซัง (คัม วู ซุง) และกงจิล (ลี จุน กิ) 2 นักแสดงละครเร่ที่เพิ่งเดินทางมายังเมืองหลวง ทั้งคู่จึงจัดแสดงตลกล้อเลียนความประพฤติของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแผ่นดินของพวกเขา และการแสดงที่ว่าก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของประชาชนอย่างยิ่ง แต่สำหรับขุนนางในวัง การกระทำนี้คือการลบหลู่เบื้องสูงดีๆ นี่เอง นักแสดงทั้งคณะจึงถูกจับเข้าไปรับโทษในวังในที่สุด


ในตอนนี้ หนังไม่ได้แค่พาคณะของจางซังเข้าวัง แต่ยังพาผู้ชมอย่างเราเข้าไปสำรวจความเหลวแหลกของชนชั้นปกครอง อีกทั้งยังพาเราเข้าไปสัมผัสลึกถึงหัวใจของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์อีกด้วย และอย่างหลังนี้เองที่ทำให้เราเริ่มเกิดคำถามในใจว่า ยองซันคือราชาผู้น่ารังเกียจและสมควรรับคำประณามไว้เพียงผู้เดียวจริงหรือ?

เพราะเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไปที่ไม่ได้ดีหรือเลวด้วยตัวเอง หากสภาพแวดล้อมขับและเค้นให้เขาต้องเป็นเช่นนั้นต่างหาก

ฉะนั้น หากไม่ระวังใจตนให้ดี แม้เป็นกษัตริย์ก็มีโอกาสออกนอกลู่นอกรอยได้เฉกเดียวกับไพร่ รวมถึงมีสิทธิทุกข์ระทมได้ไม่ต่างกันเลย

นอกจากความกล้าหาญในการแสดงทรรศนะทางการเมืองของนักแสดงละครเร่ รวมถึงการ “เปิดโปง” และ “เปิดปม” ชีวิตของคนในวังแล้ว King and the Clown ยังนำเสนอเรื่องราวความรักหลากรูปแบบของคนหลายชนชั้น และความรักที่ว่าก็ชวนให้ตีความมากเสียด้วยสิ

จางซังและกงจิลมีความผูกพันกันมาก เมื่อหนุ่มสวยอย่างกงจิลถูกขุนนางชั้นสูงซื้อตัวไปเป็นเครื่องบำเรอ จางซังก็โกรธถึงขั้นพลั้งมือทำร้ายคนจนถึงแก่ความตาย แล้วก็พากงจิลหนีเข้าเมืองหลวงด้วยกันในที่สุด

ฟังแล้วอาจคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาว (หรือ “ชู้ชาย” ตามแต่จะเรียก) แต่ดูเรื่อยไปแล้วจะพบว่าความรักของทั้งคู่เป็นความรู้สึกที่งดงามยิ่ง เพราะพวกเขาเป็นทั้งพี่น้องและเพื่อนที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันอย่างที่สุด

เป็นความรักแบบที่คนไม่ว่าชนชั้นไหนต่างก็ต้องการ ไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์อย่างยองซัน และหนุ่มสวยแถมอ่อนโยนอย่างกงจิลก็ทำท่าว่าจะให้เขาได้เสียด้วย

เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น เพราะที่ใดมีรัก ที่นั่นก็ย่อมต้องมีทุกข์ตามมาด้วยนั้นแล

King and the Clown กวาดรางวัลในบ้านตัวมาเพียบ แถมยังได้เป็นตัวแทนประเทศไปเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมเสียด้วย แต่ถึงจะไม่ได้ดำรงตัวเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็พอจะรู้สึกได้ว่า หนังเรื่องนี้มีความดีเด่นเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เข้มข้น คำพูดอันคมคาย การนำเสนอศิลปะที่ทำให้เราได้เห็นรากเหง้าหนึ่งของชนชาติเกาหลี รวมถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมของเหล่านักแสดง โดยเฉพาะคัมวูซุงนั้นทั้งร้องทั้งเล่นและแสดงสีหน้าแววตาได้สมบทบาทจริงๆ

ส่วนใครที่ขยาดหนังรางวัลเพราะเกรงจะได้ชมอะไรที่แสนจะหนักหัว โปรดตัดสินใจกันใหม่อีกครั้ง เพราะหนังเรื่องนี้ดูสนุกอย่าบอกใคร บางฉากดูแล้วต้องอมยิ้ม หลายตอนเห็นแล้วต้องซาบซึ้งอิ่มเอม

เป็นหนังดีส่งท้ายปีที่ไม่อยากให้พลาดจริงๆ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์