Driving Lessons บนเส้นทางที่ก้าวผ่าน

Home / วิจารณ์หนัง / Driving Lessons บนเส้นทางที่ก้าวผ่าน

แป้งร่ำ

ระหว่างการเดินทางของชีวิต บางครั้งเราต้องพบกับทางแยกซ้ายขวา ซึ่งสร้างความสับสนว้าวุ่นใจ ว่าควรจะเลือกเดินไปในทิศทางใดดี บางคราเราก็เจออุปสรรคจากทั้งขวากหนามและก้อนกรวด จนถึงกับล้มลุกคลุกคลาน ทว่าทุกสิ่งก็เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ความอดทนและความแกร่งกล้า เพราะถ้าเราก้าวล่วงแต่ละปัญหาไปได้ นั่นหมายถึงว่า เรากำลังเติบโต

เหมือนกับชีวิตของ เบน ในหนังเรื่องนี้ Driving Lessons

เบน (รูเพิร์ท กรินต์) หนุ่มน้อยขี้อายวัย 17 ปี ที่มีบุคลิกสุดเฉิ่ม ใช้เวลาวันหยุดพักร้อนแค่ 2-3 อาทิตย์ เพื่อเรียนไบเบิ้ล และหัดขับรถกับแม่ (ลอร่า ลินนีย์) แถมยังไปช่วยเหลือคนชราที่บ้านพักอีกด้วย ฟังดูเป็นคนดีมากเลยนะ แต่จริงๆแล้วทุกอย่างที่เบนทำ เป็นคำสั่งจากแม่จอมเผด็จการ ที่ชอบควบคุมและเรียกร้อง เธอสอนเบนเสมอว่า

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังกำแพงนี้ เราต้องให้โลกเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มเท่านั้น” เป็นแม่ที่น่ากลัวจริงๆ เลยนะเนี่ย

ทว่าโลกเรียบๆ ของเบนก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเขาเริ่มงานเป็นผู้ช่วยของ เอวี (จูลี่ วอลเตอร์ส) นักแสดงวัยเกษียณที่ทั้งชีวิตและอารมณ์ไม่เคยอยู่ในกรอบเกณฑ์อะไรเลย เอวีเป็นคนที่มีส่วนผสมของความกักขฬะ สง่างาม และความเป็นเด็กอยู่ในตัว

เอวีทำให้เบนเริ่มเติบโตขึ้น และทำให้เขามองเห็นคุณค่าในตัวเองที่ว่า


“มีวิญญาณของกวี ซึ่งถึงจะไม่ใช่เชคสเปียร์ แต่ก็ไพเราะเป็นตัวเธอ”

เธอชวนเบนให้ขับรถไปยังเอดินเบิร์ก แม้ว่าเขาจะยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่ก็ตาม เบนสับสนระหว่างครรลองที่ควรจะเป็น กับประตูสู่โลกใหม่ที่น่าท้าทาย แต่ที่สุดแล้ว เขาก็ตัดสินใจขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย และการเดินทางแค่ไม่กี่วัน ก็ได้เปลี่ยนโลกของเขาไปทั้งใบ

การจะทำหนังแนว Coming of Age ให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของตัวละครได้อย่างไหลลื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย หลายเรื่องที่ทำแล้วไม่เนียน ก็แป๊กกันมาซะนับไม่ถ้วน

แต่ Driving Lessons เป็นหนังแนวนี้อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจ และร่วมลุ้นกับการขับเคลื่อนชีวิตของตัวละครได้ไม่น้อยทีเดียว ถึงจะเป็นหนังฟอร์มเล็กจนหลายคนอาจมองข้าม แต่ก็ทิ้งความรู้สึกงดงามให้อบอวลอยู่ในใจพอสมควร

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า บทหนัง ที่สามารถถักทอร้อยเรียงเรื่องราว ได้อย่างลงตัวและกลมกลืน ตัวละครทุกตัวไม่ว่าจะตัวเล็กตัวน้อยแค่ไหน ถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมต่างก็มีบทบาทที่สัมพันธ์กัน ด้วยแง่มุมในชีวิตที่น่าสนใจ แถมในหลายฉากยังมีสัญลักษณ์แฝงอยู่ให้เราได้สนุกสมองอีกด้วย

อย่างหนึ่งที่เห็นชัดๆ เลย คือเรื่องของการขับรถ เพราะก่อนหน้าที่เบนจะเจอเอวีนั้น เบนยังเป็นมือใหม่หัดขับที่ไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย แค่ให้หยุดกะทันหัน ยังชนนั่นชนนี่ซะวินาศสันตะโร แต่เมื่อเบนตัดสินใจเดินทางร่วมกับเอวี หยุดกะทันหันน่ะเหรอ ก็แค่เรื่องกล้วยๆ เอง

แถมยังมีอีกฉากซึ่งเป็นสัญลักษณ์แฝงอารมณ์ขันที่น่ารักมาก คือการบอกอายุของเบน ถ้าดูตอนแรกๆ เบนจะบอกว่าตัวเองอายุ 17 ปี ต่อมาก็ขยับเป็น 17 ย่าง 18 สุดท้ายแอบโกงอายุบอกว่า “ผมอายุ 18 ย่าง 19” ซะงั้น แหมรีบโตแบบปัจจุบันทันด่วนใน 2 อาทิตย์เชียวนะ

แต่แทบทุกสัญลักษณ์ในหนัง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูดต่างก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ประสบการณ์และการเปิดใจ กำลังทำให้เบนเติบโต

บางทีที่บทดีขนาดนี้ อาจเป็นเพราะ Driving Lessons สร้างจากชีวิตจริงในช่วงวัยรุ่นของ เจอเรมี บร็อค ผู้กำกับฯ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นหน้าใหม่ในวงการกำกับ แต่ก็เป็นหน้าเก่ามือเก๋า ในฐานะนักเขียนบทภาพยนตร์มาก่อนก็เป็นได้

นอกจากบทจะดีแล้ว ฝีมือของนักแสดงก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจ แอบคุ้นหน้าเบนกันใช่ไหมล่ะ ก็จะไม่คุ้นได้ยังไง เขาคือหนุ่มน้อยผมแดง รอน จากแฮร์รี่ พอตเตอร์ไง แต่เรื่องนี้ รูเพิร์ท กรินต์ โชว์เดี่ยว แบบไม่มีแดเนียลและเอมม่าอยู่เคียงข้าง

ซึ่งเท่าที่ดูก็ขอบอกว่า รูเพิร์ท เล่นหนังเรื่องนี้ได้ดีกว่าแฮร์รี่ซะอีก เขาสามารถสื่ออารมณ์และความรู้สึก ผ่านทางสายตาเศร้าๆ เหงาๆ ได้เจ๋งทีเดียว และยิ่งเมื่อมารับส่งบทกับ จูลี่ วอลเตอร์ส ที่สวมบทบาทนักแสดงที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้หนังน่าดู

แต่ขอบอกนิดหน่อยว่า อย่าไปดูหนังเรื่องนี้ช่วงกำลังง่วงนะ เพราะถึงบทจะดี นักแสดงจะเก่ง แต่การดำเนินเรื่องในบางครั้งก็ค่อนข้างจะช้าและยืดยาด ประกอบบรรยากาศแบบอังกฤษที่ค่อนข้างหม่นๆ ก็ทำเอาแอบหาวไปบ้างเหมือนกัน

ถึงจะมีจุดน่าเบื่อบ้างแต่ Driving Lessons ก็ทำให้หวนคิดถึง การก้าวเดินในเส้นทางชีวิต ที่บางคนกลัวที่จะก้าว กลัวที่จะเลือก และกลัวที่จะเจ็บ จนไม่กล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ และซุกตัวอยู่ในเปลือกที่คิดว่าอบอุ่นปลอดภัยตลอดเวลา

ความรู้สึกเหล่านี้ บางครั้งก็ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์ดีๆ ซึ่งจะช่วยให้เติบโตขึ้น

ไม่มีใครย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ผ่านมาก็น่าจะเป็นบทเรียน ที่ทำให้เรียนรู้ว่า อย่ากลัวที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต และอย่าเกรงที่จะก้าวไปข้างหน้า

เหมือนอย่างที่เอวีบอกเบนว่า

“จำไว้ ไม่ว่าจะแปลกซักแค่ไหน มันก็เป็นแค่บทคัดย่อ เพราะเรื่องราวตอนจบขึ้นอยู่กับเธอ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์