ก้านกล้วย กับ เปนชู้กับผี : หนังไทยแห่งปี 49

Home / วิจารณ์หนัง / ก้านกล้วย กับ เปนชู้กับผี : หนังไทยแห่งปี 49

คอลัมน์ หนังเด่น

 

เมื่อพิจารณาโดยรวม ปี 2549 เป็นปีที่ดีพอสมควรสำหรับนักดูหนัง แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะหนังไทย ผมกำลังสงสัยว่าจะใช้คำใดจึงจะบรรยายได้อย่างเหมาะสม

ตอนแรกลองพยายามใช้คำว่า ดีพอสมควร แต่ต้องลังเลใจเนื่องจากมีหนังดีให้ดูกันเป็นจำนวนน้อยมาก

ถ้ามีคนถามผมว่าหนังไทยที่ดีจริงๆ มีจำนวนกี่เรื่อง ผมคงใช้เวลานานมากในการหาคำตอบ และยิ่งถ้ามีการต่อท้ายว่าโปรดระบุมาอย่างน้อย 5 เรื่อง คงต้องบอกตามตรงว่าไม่สามารถตอบได้

จากจำนวนหนังไทย 35 เรื่องที่ผมได้ดูในปีที่ผ่านมา (ยังไม่ได้ดูเป็นบางเรื่อง รวมทั้ง “ฅนไฟบิน” กับ “มากับพระ”) มีอยู่ 2 เรื่องที่สามารถบอกได้ว่าเป็นหนังที่ดี นั่นคือ “ก้านกล้วย” กับ “เปนชู้กับผี”

เรื่องแรกคือ “ก้านกล้วย” นั้น ผมคิดว่าการสร้างเรื่องราวและตัวละครทำได้ดี การพัฒนาเหตุการณ์ การใส่ปัญหาและความขัดแย้งตลอดจนการนำเรื่องไปสู่จุดไคลแม็กซ์ทำได้อย่างมีพลัง


ส่วนสำคัญอีกอย่างได้แก่งานฝีมือในการสร้างสรรค์ภาพซึ่งทั้งสวยงามและแสดงรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

และที่เป็นเสน่ห์ของหนังก็คือก้านกล้วยวัยเด็กซึ่งสร้างสรรค์ออกมาได้น่ารักน่าเอ็นดูมาก

ถึงแม้มีส่วนที่ขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง แต่ “ก้านกล้วย” เป็นหนังเรื่องแรกที่ผมมักนึกถึงถ้าหากเจอคำถามข้างต้น

เรื่องที่สองก็คือ “เปนชู้กับผี” ของวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง เป็นงานที่โดดเด่นมากในแง่การนำองค์ประกอบทางด้านการออกแบบงานสร้างเข้ามามีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศอันลึกลับน่าหวาดกลัว

อีกอย่างได้แก่การถ่ายทอดมุมมองแบบแทนสายตาทำให้สัมผัสได้ถึงการแอบมองหรือการจ้องมองของอะไรบางอย่างที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น

อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นศิลปินของผู้กำกับฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสไตล์และการแสดงออก

นอกจาก 2 เรื่องที่กล่าวถึงไป ยังมีอีกอย่างน้อย 2 เรื่อง ซึ่งพอที่จะนำมาอ้างถึงได้ เรื่องแรกคือ “เด็กหอ” ของ ทรงยศ สุขมากอนันต์ อีกเรื่องก็คือ “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ของ นิธิวัฒน์ ธราธร


“เด็กหอ” มีจุดเด่นในแง่งานกำกับภาพยนตร์ แม้ไม่ถึงขั้นน่าหวาดกลัวมาก แต่ทางผู้กำกับฯ ก็คุมจังหวะหนังได้ดีและที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเป็นหนังสยองขวัญที่ทำให้คนดูพอจะมองเห็น “สาร” ที่สอดแทรกอยู่อย่างเป็นระบบได้

ส่วน “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” เป็นงานที่มีงานกำกับฯดี แต่บทภาพยนตร์มีปัญหาก็เลยลดพลังของหนังไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นหนังที่น่ารักและมีเสน่ห์

เรื่องหนึ่งซึ่งผมมองเห็นว่าเกือบจะเข้าใกล้งานที่ดีก็คือ “โคตรรักเอ็งเลย” แต่ด้วยความที่ไปเน้นวิธีการในการเล่าเรื่องมากเกินไปเลยทำให้เกิดอาการ ทำมากแต่ได้ผลน้อย

และอีกเรื่องที่ผมอยากกล่าวถึงก็คือ “คำพิพากษาของมหาสมุทร” ของเป็นเอก รัตนเรือง ผมยอมรับว่าหนังมีสไตล์โดดเด่นมาก เป็นงานที่มีการใช้องค์ประกอบทางกายภาพ (เช่น รูปทรง พื้นผิว และสถานที่) เข้ามามีส่วนในการสื่อความหมายได้ดี แต่ที่ต้องมากล่าวถึงในตอนท้ายโดยแยกออกจากเรื่องอื่นๆ ก็เพราะผมไม่แน่ใจว่าเป็นหนังไทยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากภาษาที่พูดในหนัง (ซึ่งประเด็นนี้คงต้องยกไปไว้ในโอกาสอื่น)

ที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งก็เป็นหนังที่พอดูได้ บางเรื่องทำได้สนุกสนานดี (“โกยเถอะโยม” กับ “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า”) บางเรื่องก็พอทำให้ดูผ่านๆ ไปได้ และบางเรื่องต้องทนดูให้ได้ (ซึ่งมีอย่างน้อย 2 เรื่อง)

หลังจากพ้นสัปดาห์นี้ไป ผมน่าจะได้ดูหนังที่ยังค้างอยู่จนครบ แต่คาดว่าไม่น่าจะมีผลหรือเปลี่ยนแปลงอะไร

โดยหนังไทยที่ดี น่าจะยังเป็นเรื่องที่ผมเขียนไปข้างต้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์