Syndromes and a Century เมื่อไร”แสง”จะส่องมา

Home / วิจารณ์หนัง / Syndromes and a Century เมื่อไร”แสง”จะส่องมา

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ

 

“แสง” ที่ว่านี้คือ “แสงศตวรรษ” หรือ Syndromes and a Century หนังเรื่องล่าของ “เจ้ย” อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล นั่นเอง

เป็นความรู้สึก “อยาก” ชื่นชมด้วยตาตนเองที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากเห็นชื่อหนังเรื่องนี้ปรากฏเป็นอันดับหนึ่งบนโผหนังยอดเยี่ยมแห่งปี 2006 ของนิตยสาร Film Comment ในสาขาหนังที่ยังไม่ได้ฉายในสหรัฐอเมริกา

มาดูกันก่อนว่า หนังยอดเยี่ยม 20 อันดับ มีเรื่องอะไรกันบ้าง

1.Syndromes and a Century (แสงศตวรรษ) ได้ 253 คะแนน
2.The Host หนังสัตว์ประหลาดจากเกาหลีใต้ที่เพิ่งฉายในบ้านเราไม่นานมานี้ ได้เพียง 139 คะแนน
3.Colossal Youth หนังพูดภาษาโปรตุเกส เข้าชิงปาล์มทองที่เมืองคานส์
4.I Don”t Want to Sleep Alone ผลงานชวนเหงา (อีกแล้ว) ของ ไฉ้หมิงเลี่ยง ผู้กำกับฯชาวไต้หวัน
5.Black Book โดย พอล เวอร์โฮเว่น ผู้กำกับฯชาวดัตช์ที่เคยหากินในฮอลลีวู้ดอยู่นาน เป็นเจ้าของหนังดังอย่าง Basic Instinct ก่อนจะกลับไปทำหนังในบ้านเกิด

อันดับ 6 มี 2 เรื่องคือ Still Life รางวัลสิงโตทองที่เวนิซ โดย เจี่ยจางเคอ ผู้กำกับฯชาวจีน กับ Woman on the Beach จากเกาหลีใต้
7.Private Fears in Public Places ของ อแลง เรเนส์ เจ้าของงานคลาสสิค Hiroshima, mon amour
8.Belle Toujours หนังความยาว 68 นาที ของผู้กำกับฯชาวโปรตุเกส มานูเอล เดอ โอลิเวียรา ซึ่งทำหนังเรื่องนี้ด้วยวัย 97 ปี
9.Offside จาฟาร์ ปานาฮี ผู้กำกับฯชาวอิหร่าน หันมาทำหนังคอมิดี้ดูบ้าง เกี่ยวกับกลุ่มเด็กผู้หญิงที่หาทางเข้าไปชมเกมฟุตบอลในสนาม
10.The Wind That Shakes the Barley หนังรางวัลปาล์มทองของ เคน โลช

11.Brand Upon the Brain! หนังขาว-ดำของ กาย แมดดิน
12.Bamako เกี่ยวกับคนผิวสีในประเทศมาลี ได้ แดนนี่ โกลเวอร์ มารับบทเล็กๆ
13.Triad Election ภาคต่อของ Election หนังฮ่องกงของ จอห์นนี่ โต 14.Southland Tales ของ ริชาร์ด เคลลี่ มี “เดอะ ร็อค” แสดงนำ
15.In Between Days ว่าด้วยชาวเกาหลีในสหรัฐ ผลงานกำกับฯของ คิม โซ ยอง

16.Into Great Silence หนังสารคดียอดเยี่ยมรางวัลยุโรป
17.When the Levees Broke หนังสารคดีเกี่ยวกับพายุเฮอร์ริเคนแคทรีนา ความยาวกว่า 250 นาที โดย สไปค์ ลี
18.Day Night Day Night ของ จูเลีย ลอคเตฟ ว่าด้วยเด็กสาวที่เตรียมตัว “ระเบิดพลีชีพ” ในไทม์ สแควร์
19.The Go Master เกี่ยวกับคนเล่นโกะหรือหมากล้อม ของผู้กำกับฯ เทียนจวงจวง และ
20.Red Road โดย แอนเดรีย อาร์โนลด์ ได้รางวัลขวัญใจกรรมการที่เมืองคานส์

สำหรับโพลหนังยอดเยี่ยมเฉพาะหนังที่ฉายในสหรัฐแล้ว อันดับหนึ่งเป็นของ The Departed ของ มาร์ติน สกอร์เซซี

อันดับดังกล่าวจัดทำโดยให้นักเขียน นักวิจารณ์ และสมาชิกของสมาคมด้านภาพยนตร์ในนิวยอร์กชื่อว่า Film Society of Lincoln Center ผู้ผลิตนิตยสาร Film Comment เลือกหนังที่คิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด 20 อันดับ ก่อนนำมารวบรวมประมวลผล ด้วยภาพของนิตยสารซึ่งค่อนข้างเป็นที่น่าเชื่อถือสำหรับคอหนังทั่วโลก การได้อันดับหนึ่งครั้งนี้จึงถือเป็นเครดิตที่ทำให้คนหันมาสนใจมากยิ่งขึ้น ไม่ต่างจากการได้รางวัลตามเทศกาลหนังนั่นเอง


อันที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอภิชาติพงศ์ที่มีผลงานติดโผของ Film Comment เมื่อปี 2004 Blissfully Yours หรือ “สุดเสน่หา” ติดอันดับ 29 จาก 50 อันดับหนังยอดเยี่ยม ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว Tropical Malady หรือ “สัตว์ประหลาด” ได้อันดับ 8 จาก 50 อันดับเช่นกัน และครั้งล่าสุดเมื่อแยกโพลเป็น 2 สาขา หนังของอภิชาติพงศ์ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง

3 ปี 3 เรื่อง ติดต่อกัน…เรียกได้ว่าชื่อของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” คือขวัญใจนักวิจารณ์ฝั่งนิวยอร์กอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Syndromes and a Century ได้สร้างปรากฏการณ์เล็กๆ ด้วยการเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ติดโผเข้าไปอยู่ในสายการประกวดชิงสิงโตทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เวนิช แม้จะพลาดรางวัลไปก็ตาม

Syndromes and a Century หรือ “แสงศตวรรษ” เป็นหนึ่งในหนัง 7 เรื่อง ที่ได้ทุนจากออสเตรีย สำหรับงานฉลอง 250 ปี โมสาร์ต โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับคีตกรผู้ยิ่งใหญ่ อภิชาติพงศ์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า เขามองว่าดนตรีของโมสาร์ตคือความมหัศจรรย์และเชื่อมโยงกับปัจจุบัน หนังเรื่องนี้จึงเป็นการมองกลับไปยังอดีตเพื่อจะได้เห็นอนาคตของอดีตนั้น โดยหนังจะแบ่งออกเป็น 2 ภาค ใช้ตัวละครเดียวกัน แต่ใช้ฉากหลังและช่วงเวลาต่างกัน จากภาคแรกที่อยู่ในโรงพยาบาลในต่างจังหวัด กลายเป็นศูนย์การแพทย์ในกรุงเทพฯในภาคต่อมา

อภิชาติพงศ์ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของพ่อและแม่ของเขาเองก่อนจะมาเป็นคู่ชีวิตกัน ตัวละครจึงมีอาชีพเป็นหมอในต่างจังหวัดเหมือนกับพ่อและแม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้นักแสดง ได้เห็นสถานที่ถ่ายทำ เรื่องราวจึงขยับขยายไปไกลกว่าเรื่องราวอันเป็นแรงบันดาลใจ แต่ถึงกระนั้น Syndromes and a Century ก็ยังเป็นหนังที่มีความเป็นส่วนตัว และสะท้อนตัวตนของอภิชาติพงศ์

แม้ผลงานที่ผ่านมาของอภิชาติพงศ์จะมีรูปแบบการนำเสนอไม่ใคร่ถูกรสนิยมของคนไทย หรือเรียกได้ว่าเป็นของสแลง แต่หากมองไปยังเนื้อหาเรื่องราว รวมทั้งภาพชีวิตของตัวละครแล้ว จะพบว่าหนังย่อยยากของเขามีภาพวิถีแบบไทยๆ ให้ได้สัมผัสอย่างเต็มที่ ไม่ได้ถอยห่างหรือหันหลังให้พื้นเพรากเหง้าของตนเอง

สำคัญคือไม่ว่าจะผ่านมากี่เรื่อง ได้ทุนสร้างจากต่างชาติ รวมทั้งฉายในต่างประเทศเป็นหลัก แต่อภิชาติพงศ์ยังคงถ่ายหนังในไทย ใช้คนไทยแสดง และให้ตัวละครพูดภาษาไทยทุกเรื่อง กระทั่งเราสามารถเรียกผลงานของอภิชาติพงศ์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “หนังไทย”

แต่เหตุใดหนังของอภิชาติพงศ์จึงมีสภาพไม่ต่างจาก “หนังไทยพลัดถิ่น” อยู่เสมอ

ถึงตรงนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าเมื่อไหร่เราจะได้ดู “หนังไทย” เรื่อง Syndromes and a Century หรือ “แสงศตวรรษ” ในโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยกันสักที

ที่มาจากหนังสือพิมพ์