Syriana : อีกหนึ่งกรณีศึกษาเพื่อคนรุ่นใหม่

Home / วิจารณ์หนัง / Syriana : อีกหนึ่งกรณีศึกษาเพื่อคนรุ่นใหม่

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

 

“คุณรู้จักประเทศคุณดีแค่ไหน” เป็นโจทย์ที่ “สตีเฟ่น เกแกน” ผู้กำกับฯ-เขียนบท ตั้งคำถามผ่าน “ไซเรียน่า” ภาพยนตร์ที่จงใจส่องกล้องมองความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะนโยบายสหรัฐที่ตักตวงความได้เปรียบจากประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่า

“ไซเรียน่า” เป็นหนังอื้อฉาว และเป็นหัวข้อวิพากษ์การเมืองได้กว้างขวาง เมื่อหนังออกฉายได้รับการต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่รับไม่ได้กับการเนื้อหาที่จงใจสับแหลกนโยบายการเมือง เศรษฐกิจของสหรัฐ

แม้จะถูกครหาว่าทำหนังใส่ร้ายอเมริกา แต่ถ้าพิจารณาเนื้อใน “ไซเรียน่า” จะพบส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง และมุมมองที่ล้วนทำให้คนส่วนใหญ่ที่ดูพร้อมจะเชื่อตามได้ ไม่ต่างจากหนังสารคดีดังอย่างฟาเรนไฮต์ 9/11

“ไซเรียน่า” ผูกโครงเรื่องให้เห็นว่าปัญหาระดับชาติ และระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของอเมริกาที่สร้างผลกระทบกับชาวบ้านได้มากมาย จากแค่จุดเล็กๆ ไปจนบานปลายได้??

หนังเล่าถึงธุรกิจสัมปทานบริษัทขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐที่ผูกขาดในประเทศมุสลิมแถบอ่าวเปอร์เซียมานานกลับต้องหลุดสัมปทานให้ประเทศจีน ผลที่เกิดขึ้นคือนอกจากกระทบการขยายกำลังเติบโตของบริษัทแล้ว ยังส่งผลโดยรวมกับระบบเศรษฐกิจอเมริกาไปด้วย

ผลที่ตามมาคือการแทรกแซงจากอเมริกาในทุกระดับ เมื่อบริษัทน้ำมันสหรัฐสูญเสียประโยชน์มหาศาล เบื้องหลังคือการที่รัฐบาลสหรัฐเข้าไปมีอิทธิพล และบทบาทโน้มนำต่อตัวผู้นำประเทศมุสลิมเจ้าของสัมปทาน

ขณะที่การแทรกแซงระหว่างประเทศเกิดขึ้น ความฉ้อฉลในประเทศก็รุนแรงไม่แพ้กัน เพราะหลังจากบริษัทขุดเจาะน้ำมันพลาดสัมปทานให้กับจีน บริษัทนี้ก็หันไปควบรวมกิจการกับอีกบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่เพิ่งได้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันมาอย่างไม่โปร่งใส มีการคอร์รัปชั่นระหว่างประเทศอยู่เบื้องหลัง แต่แม้จะมีการตรวจสอบและพบหลักฐานมากมาย แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลก็พร้อมที่จะเฉยเมย ปล่อยให้เดินหน้าควบรวมกิจการต่อไป ท่ามกลางฟันเฟืองแต่ละคนที่ได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้า

และประเด็นรองที่หนังยังเชื่อมโยงให้เห็นว่าผลพวงของวงจรฉ้อฉลธุรกิจน้ำมันได้ส่งผลกระทบกับแรงงานอพยพชาวมุสลิม ที่เป็นลูกจ้างบริษัทน้ำมันสหรัฐ เมื่อทั้งสองบริษัทน้ำมันควบรวม มีการปลดคนงาน และส่งตัวกลับ ขณะที่สภาพปัญหาความยากจนในประเทศบ้านเกิดบีบคั้น แรงงานวัยรุ่นมุสลิมจำนวนหนึ่งจึงตัดสินใจเข้าไปอยู่ในเครือข่ายก่อการร้ายที่ขยายเข้ามาครอบงำความคิดเด็กๆ เหล่านี้ จะพูดได้ว่านี่เป็นผลพวงจากทุนนิยมที่รุกไล่แรงงานมุสลิมเหล่านี้หรือไม่

ฉากที่แรงงานวัยรุ่นมุสลิม 2 คน ขับเรือพร้อมระเบิดพลีชีพพุ่งชนฐานขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียจึงเป็นคำตอบกลายๆ แม้จะไม่ชัด แต่ก็น่าคิด

“ไซเรียน่า” พยายามจะชี้ว่าปัญหาในปัจจุบันทั้งการเมืองภายในประเทศตะวันออกกลาง การคอร์รัปชั่นระหว่างประเทศ ผลประโยชน์ทับซ้อน และปัญหาก่อการร้ายสากล ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศมหาอำนาจมากน้อยแค่ไหน

แม้หนังเรื่องนี้จะแต่งขึ้นจากสมมติฐานของ “เกแกน” แต่ “ไซเรียน่า” กลับมีพลังเพียงพอที่จะเป็นกรณีศึกษา และ “เกแกน” เองก็หวังว่าหนังเรื่องนี้จะได้สร้างมุมมองให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

ที่มาจากหนังสือพิมพ์