คนไฟบิน ความมันพันธุ์ไทย

Home / วิจารณ์หนัง / คนไฟบิน ความมันพันธุ์ไทย

กว่าจะได้เขียนถึงหนังเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจนถึงเวลานี้จะยังฉายอยู่หรือเปล่า หรือเหลือรอบฉายอยู่สักกี่รอบ เพราะความที่หนังฉายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหน้าบันเทิงก็ติดภารกิจเกี่ยวกับการสรุปเหตุการณ์ในรอบปี เลยทำให้เพิ่งจะได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง คนไฟบิน เมื่อวันก่อน อาจจะเขียนช้าไปหน่อย แต่ก็รับปากว่าจะพยายามเขียนถึงหนังไทยให้ได้ทุกเรื่องในรอบปี เพื่อเป็นกำลังใจให้หนังไทยทุกเรื่อง

คนไฟบิน เป็นผลงานกำกับฯ ของ เฉลิม วงศ์พิมพ์ จากผลงาน ล่าระเบิดเมือง, 7 ประจัญบาน ทั้ง 2 ภาค แสดงให้เห็นว่า เฉลิม ยังคงสนุกกับการทำหนังแอ็กชัน และมุ่งมั่นที่จะเอาดีกับแนวทางนี้ ซึ่งก็ถือว่าเข้าทางดีสำหรับค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่โดดเด่นเป็นพิเศษกับหนังแนวแอ็กชัน ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของหนังไทย ไม่ให้ อุดมผี กับ อุดมฮา ไปเสียหมด

ในปี พ.ศ.2398 ได้เกิดอาชีพ นายฮ้อย ขึ้น ซึ่งหมายถึงคนที่ทำหน้าที่ต้อนควายไปขาย เพราะในช่วงนั้นประเทศกำลังต้องการทำนาเพื่อนำข้าวส่งออกต่างประเทศ จึงมีการต้อนควายเพื่อนำเข้าไปขายในกรุงเทพฯ นั่นเป็นช่องให้กลุ่มโจร ดักปล้นควายและฆ่าชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก

ทั้งชาวบ้านก็ยังต้องผจญกับพระยาแหว่ง (พุฒิพงษ์ ศรีวัฒน์) ที่นำเข้าควายเหล็กหรือรถไถฝรั่ง เข้ามาขาย เขาจึงต้องการกำจัดควายให้หมด เพื่อที่จะให้ชาวบ้านหันมาซื้อควายเหล็กไปใช้แทน โดยว่าจ้างโจรใจโหดที่เพิ่งออกจากคุกให้มาทำหน้าที่ปล้นควายชาวบ้าน

แต่โจรโหดก็ต้องเจอกับนายฮ้อยสิงห์ (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) ชาวบ้านที่มีอาคมแก่กล้า ที่พร้อมตอบโต้ และตั้งใจจะนำเรื่องพระยาแหว่งไปฟ้องทางการให้ได้

ขณะเดียวกัน ก็เกิดมี โจรบั้งไฟ (ชูพงษ์ ช่างปรุง) โจรนิรนามที่ใช้ผ้าขาวม้าปิดหน้าตา แต่ออกปล้นควายจากโจรกลับมาคืนให้ชาวบ้าน พร้อมกับเหตุผลส่วนตัวคือ ตามหาคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาตาย โดยเขาคิดว่า นายฮ้อยสิงห์คือคนๆ นั้น

เมื่อมีนายฮ้อยสิงห์เป็นอุปสรรคสำคัญ พระยาแหว่งจึงร่วมมือกับ ปอบดำ (พันนา ฤทธิไกร) ผู้มีอาคมแก่กล้า คู่ปรับของนายฮ้อยสิงห์ และหลอกใช้ โจรบั้งไฟ ในการช่วยกันกำจัดนายฮ้อยสิงห์ ด้วยการใช้ เลือดพรหมจรรย์ ของ อีสาว (กัญญาภัค สุวรรณกูฏ) มาทำลายอาคมของนายฮ้อยสิงห์ แต่พวกเขาจะทำได้สำเร็จหรือ?

หนังมาในอารมณ์ใกล้เคียงกับหนัง The Mask of Zorro ด้วยเรื่องราวของโจรนิรนามที่ออกปล้นเพื่อช่วยชาวบ้าน แต่เป็นในเวอร์ชัน พันธุ์ไทยกลิ่นข้าวเหนียว

โดยส่วนตัวผมชอบหนังเรื่องนี้ ตรงที่เป็นหนังแอ็กชันที่มีลุคแบบไทยๆ ดี ทั้งพล็อตเรื่อง การหยิบเอาเรื่อง นายฮ้อย มาใช้ พร้อมกับใส่เรื่องราวการเข้ามาของ ควายเหล็ก หรือ รถไถฝรั่ง ที่กำลังจะเข้ามารุกตลาดในบ้านเรา

ชอบบรรยากาศไทยอีสานในหนัง ทั้งการนำเอาเรื่องไสยศาสตร์มาปรุงแต่งทำให้หนังดูเป็นหนังแอ็กชันที่แตกต่างแต่ได้อารมณ์แบบไทยๆ เพลงและดนตรีประกอบแบบอีสานคิวบู๊สไตล์ดิบๆ ลุยๆ ตามสไตล์ พันนา ฤทธิไกร

หนังเดินเรื่องได้กระชับฉับไว ภาพสวย แต่ถ้าหนังจะได้รับความสนใจน้อยไปกว่าที่ควรจะเป็น ก็น่าจะเป็นเพราะต้นสังกัดยังไม่ได้จัดการ ขยี้จุดขาย ในการโปรโมตให้ เดี่ยว-ชูพงษ์ ดูเป็น พระเอกนักบู๊ ฟอร์มร้อนแรงในแบบเดียวกับที่ทำกับ พนม ยีรัมย์ เพื่อทำให้เกิด พลังดารา ในการดึงดูดความสนใจจากผู้คน

นั่นทำให้ก่อนได้ดูหนัง คนไฟบิน จึงดูเหมือนเป็นหนังฟอร์มธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจมากไปกว่า หนังโชว์คิวบู๊ของ เดี่ยว-ชูพงษ์ ทั้งที่ความจริงหนังมี อะไร มากกว่านั้นผมเองก็เกือบจะไม่ดูแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่คิดว่า อยากจะดูพัฒนาการของ เดี่ยว-ชูพงษ์พระเอกที่ผมเอาใจช่วย หลังจาก เกิดมาลุย ในฐานะ พระเอกนักบู๊ มือวางอันดับ 2 ของเมืองไทย รองจาก โทนี่ จา

นอกจากดังกล่าวมา หนังยังเข้าใจสร้างความแตกต่างด้วยการสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครได้อย่างมีสีสัน ทั้ง พระยาแหว่ง พระยาปากแหว่งที่พิการทั้งปากและใจ วายร้ายของเรื่อง และการที่เลือก ลีโอ พุฒ มาเล่นบทนี้ ทำให้เกิดลุคที่แตกต่าง ทำให้ตัวละครตัวนี้ดูเป็น ผู้ร้ายที่ดูเหมือนการ์ตูน เหมือน เด็กที่ไม่รู้จักโต เป็นสีสันที่แสดงถึงอารมณ์ขันตามสไตล์ผลงานของผู้กำกับฯ คนนี้ อย่างที่ได้เห็นในหนัง 7ประจัญบาน ทั้ง 2 ภาค

โดยโยนหน้าที่ ผู้ร้ายตัวจริง ให้กับ ปอบดำ ที่เลือก พันนา ฤทธิไกร มารับบทนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ทำให้บทนี้ดูน่าสนใจขึ้น ไม่ออกมาเป็น ผู้ร้ายหน้าช้ำ รวมทั้งตัวละครนายฮ้อยสิงห์ ที่เลือก สามารถ พยัคฆ์อรุณ มาเล่น ก็เข้าท่า

ผมชอบการวางตัวนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ รวมทั้งตัวประกอบอย่าง โจรกล่องข้าวน้อย(สมเดช แก้วลือ) ที่หิวข้าวเมื่อไหร่เป็นอาละวาดดะ ประมาณว่า โหดเมื่อหิว และ 2 โจรของขึ้น อำพล รัตนวงศ์ กับ วิชัย พรหมจรรย์ ที่เวลาเจออาคมจะมีอาการ ของขึ้น เหมือนเสือเข้าสิงร่าง

หญิงเดียวในเรื่อง ผู้กำกับฯ ใช้บริการของหน้าใหม่อย่าง กัญญาภัค สุวรรณกูฏ ที่รับบทอีสาว นางเอกของเรื่อง เธอสวยใสมีเสน่ห์แบบไทยแท้ดี เข้าคู่กับ เดี่ยว-ชูพงษ์ ได้ดี หลังจากที่ เดี่ยว-ชูพงษ์ ดูเคอะๆ เขินๆ เวลาเข้าฉากกับผู้หญิงในหนังเรื่อง เกิดมาลุย มาในเรื่องนี้ได้เห็นว่า ปฏิกิริยาเคมีของเขากับผู้หญิงทำงานได้ดีขึ้น

อย่างน้อยเขาก็นำหน้า โทนี่ จา ไป 1 แต้ม ในเรื่องการมี นางเอกมาจับคู่ด้วย ไม่ดูเป็น พระเอกที่ไม่สนหญิง อย่าง โทนี่ จา ซึ่งความดีส่วนหนึ่งต้องยกให้ผู้กำกับฯ กับคนเขียนบทที่สร้างคาแรกเตอร์ให้พระเอกเป็นผู้ชายประเภทเก่งลุย แต่ไม่เก่งรัก ออกจะเคอะเขินขี้อายเวลาพูดกับผู้หญิง ซึ่งถือว่าหยิบเอาคาแรกเตอร์ของ เดี่ยว-ชูพงษ์ มาใช้ประโยชน์ได้ดีทำให้เขาดูเป็นพระเอกนักบู๊ในมาด ซื่อ ใส จิตใจดี ขี้อาย สไตล์หนุ่มชนบท กลายเป็นเสน่ห์ที่น่ารักของเขา

ที่สุดแล้ว บอกได้ว่า คนไฟบิน คือหนังฟอร์มที่ไม่ชวนให้คาดหวังอะไรมากมาย แต่กลับมีอะไรกิ๊บเก๋ ที่มองเห็นความตั้งใจของผู้กำกับฯ ในการที่จะพยายามทำให้เกิดความแตกต่างในหนังแอ็กชันเรื่องนี้ คาแรกเตอร์ตัวละครมีสีสัน แอ็กชันมันสะใจ ที่สำคัญคือ ความเป็นไทย เป็นเสน่ห์ที่หาได้ง่ายๆ รอบตัว เพียงแต่คุณต้องรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

หนึ่งเพลินแบบไม่เสียดายตังค์ คือสิ่งที่คุณจะได้จากหนังเรื่องนี้ แต่น่าจะโดนใจเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มชายหนุ่มบ้านๆ กับ เด็กๆ ที่คงจะเห็น พี่เดี่ยว เป็นฮีโร่ในใจไปอีกคน นอกจาก พี่โทนี่ จา

อย่างหนึ่งที่ผมดีใจก็คือ นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ดูของปี 50 ดีใจที่หนังออกมา ไม่ขี้เหร่ เพราะถ้าขืนประเดิมด้วย หนังขี้เหร่ ชีวิตคงจะอับเฉาไปตลอดทั้งปี

สู้ต่อไป บักเหลิม !

ที่มา สยามรัฐ