The Holiday : Notting Hill ฉบับ Love Actually

Home / วิจารณ์หนัง / The Holiday : Notting Hill ฉบับ Love Actually

ไม่มีช่วงเวลาใด ที่จะเหมาะสมสำหรับการฉาย The Holiday เท่ากับสุดสัปดาห์นี้อีกเมื่อดูจากเนื้อหนัง นักแสดงและอารมณ์ของเรื่องราว

เหมาะสมเพราะว่า นี่คือหนังตั้งใจที่จะเป็นความบันเทิงในช่วงคริสต์มาสอย่างเจตนา เหมาะสมเพราะว่านักแสดงหลักทั้ง 4 คนคือสูตรการผสมสีทางคาแรคเตอร์ มีทั้งโรแมนติกแบบ จู๊ด ลอว์, เข้มข้นแบบ เคท วินสเล็ต, เจี๊ยวจ๊าวอย่าง คาเมรอน ดิแอซ และตึงตังที่หนัง Romantic Comedy ต้องการด้วยบุคลิกของ แจ๊ค แบล็ค

อย่างไรก็ตาม ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีหนังเรื่องใดเหมาะสมที่สุดในการฉายช่วงคริสต์มาส เทียบเท่า Love Actually ซึ่งไปได้ไกลและเนียนกว่าทุกเรื่องหนังรัก ที่เข้าฉายตอนปลายปี

The Holiday แสดงออกอย่างเด่นชัดตั้งแต่ 15 นาทีแรกที่ให้เวลาในการแนะนำตัวละคร(exposition) และเจตนาไม่ปิดบังที่เลียนแบบ Love Actually ด้วยบทบรรยายในแนวทางเดียวกัน

สิ่งที่หนังต้องการขายคนดูอย่างแรกเลยก็คือ การหาพวกมาร่วมรู้สึกไปด้วยกันว่า มันจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณจะต้องเป็นคนที่โดดเดี่ยว หรือผิดหวังในห้วงยามที่โลกกำลังสดชื่นและเต็มไปด้วยเสียงของปาร์ตี้

พูดง่ายๆ ก็คือ ขายความรู้สึกการอยู่คนเดียวในยามนี้ และหนังก็แสดงตนที่จะเป็นเพื่อนใจ เล่าอะไรให้คุณฟังสัก 138 นาที

The Holiday เล่าให้เราฟังแบบนี้ มีสาวสองคนที่ชื่อ อาแมนด้า (ดิแอซ) และ ไอริส (เคท) คนแรกนั้นผิดหวังจากแฟนหนุ่มที่ดันนอกใจเธอ แม้จะมีงานที่โดดเด่นด้านการตลาด แต่ก็รู้สึกเฮิร์ทกับความรักที่ผิดหวังอีกครั้ง

อีกด้านหนึ่งของโลกที่หนังบอกว่าห่างออกไปถึง 6,000 ไมล์นั้น ไอริส กำลังผิดหวังในเมืองเล็กๆ เมื่อผู้ชายที่เธอหลงรักมานานถึง 3-4 ปีกำลังลงเอยกับสาวคนรัก เมื่อคนสองคนต้องเจอกับวันคืนที่เจ็บปวด อาแมนด้า จึงเข้าเน็ตไปหาที่พักผ่อนทางใจ และก็ไปลงเอยกับเวบไซต์การแลกเปลี่ยนที่อยู่

คนหนึ่งจากแดดจ้าเป็นประกายไปอยู่ในที่มีหิมะ อีกคนจากอากาศหนาวเหน็บไปอยู่ที่อาการอบอุ่น

ชีวิตเราๆ ไม่ค่อยเหมือนในหนัง บางคนทำแบบนี้ที่เมืองไทยในสถานที่บางแห่ง ก็มาโดนข่มขืนและถูกฆ่า แต่ในหนังหวานกว่านั้น ทั้งสองสาวได้พบกับหนุ่มคนใหม่ มันไม่ใช่สำคัญว่าคนหนึ่งหล่อมากและคนหนึ่งท่าทางตลกมาก

แต่มันสำคัญว่า เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เธอมีและเป็น และที่สำคัญกว่าก็คือ พื้นที่ซึ่งเท้าสองข้างของเธอยืนนั้น มีร่างและไหล่ของเขาให้พิงแน่ๆ เมื่อจะล้ม

ผู้หญิงไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย แต่มันก็น่าแปลกว่าทำไมเรื่องที่ดูเหมือนน้อยนิด และง่ายดาย แค่ใครสักคนที่จะรักเธอ มันถึงเป็นเรื่องที่หายากที่สุด อยู่ลึกที่สุด และมองไม่เห็น และถึงขั้นผิดหวัง วิ่งหนี

หนังเล่าทุกอย่างตามสูตร ที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมุมมองของตัวละคร ผู้ชายของ อาแมนด้า เปิดตัวด้วยการเป็นไอ้ขี้เมา ที่แท้จริงมีความเป็นแฟมิลี่แมนสูง ชายหนุ่มของ ไอริส ก็ไม่ต้องหล่อขรึม ออกตลกก็ได้ แต่รักจริง และเป็นหลักให้เธอยืนพิง

ข้อด้อยของหนังก็คือ เมื่อเดินเรื่องไปเรื่อยๆ หนังมันไม่มีแรง หมดแรงในบางช่วง และขาดสถานการณ์จูงใจคนดู ทั้งที่บทบรรยายและทิศทางของพล็อตนั้น ใช้ได้แล้ว แต่มันก็มีฉากน่ารักมาขายคนดู

สายลมที่พัดมาแรงๆ ของเธอและเขาน่ะ ก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่ฝ่ายชายชอบบอกเธอว่า “อย่าปลิวไปตามลมนะ” ก่อนที่ในฉากหนึ่งเธอจะยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่ปลิวไปตามลมหรอก”

สายลมที่พัดมาโดนใบหน้า ไอริส น่ะ นัยหนึ่งมันเกี่ยวข้องกับความรักของ อาแมนด้า อยู่ในที

ขณะที่ ไอริส ต้องยืนหนักแน่นไม่ล้มเพราะแรงลม อาแมนด้า ก็ต้องเรียนรู้ไปด้วยว่า แม้ว่าเธอจะวิ่งหนีความรักอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็ต้องไปพบมันอยู่ดี ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ไม่ที่นี่ก็ที่นั่น

เพราะอะไรรู้ไหม

เพราะถึงเราไม่พบใครที่จะรักเลย ก็ใช่ว่าความรักไม่มองหาเรา

เมอร์รี่ คริสต์มาส และ แฮปปี้ นิวเยียร์

นันทขว้าง สิรสุนทร
ที่มาจากหนังสือพิมพ์