The Devil wears Prada โลกนี้มีแต่การแข่งขัน

Home / วิจารณ์หนัง / The Devil wears Prada โลกนี้มีแต่การแข่งขัน

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

 

และแล้ว “เมอรีล สตรีพ” สุดฝีมือของวงการนักแสดงหญิงก็คว้า “โกลเด้นท์ โกล้บ อวอร์ด” (ลูกโลกทองคำ) สาขานักแสดงนำหญิงภาพยนตร์เพลง/ตลก ตามคาด จากภาพยนตร์ The Devil wears Prada อย่างไร้ข้อสงสัยกับบทบาท “มิแรนด้า พริสต์ลีย์” บรรณาธิการนิตยสารรันเวย์ ผู้มีรสนิยมทางแฟชั่นเนี้ยบสุดเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า พอๆ กับบุคลิก ท่าที และคำพูดคำจาที่เข้าลักษณะ “จอมโหด”

ด้วยบุคลิกท่วงท่า ความสามารถ และความมั่นใจสุดล้ำ ทำให้ “มิแรนด้า” คือเจ้าแม่ในวงการแฟชั่นที่ใครๆ ก็ต้องให้เกียรติ รับฟัง หรือแอบเหล่ แม้กระทั่งต้องยินยอมทำตามการชี้นิ้วของเธอ

บุคลิกเชือดเฉือนเลือดเย็นนี้เป็นที่รู้กันดีสมัย The Devil wears Prada หรือ “นางมารร้ายสวมปราด้า” เป็นหนังสือเบสท์ เซลเลอร์ว่าได้แรงบันดาลใจ หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าตัวละคร “มิแรนด้า พริสต์ลีย์” ถอดแบบมาจากตัวตนจริงๆ “แอนนา วินทัวร์” เจ้าแม่นิตยสารโว้คนั่นเอง- -เมื่อนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ สปอตไลท์จึงจับจ้องไปยังผู้มารับบท “มิแรนด้า”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนังฟอร์มปานกลาง แต่ได้ดาราเกรดเอมารับบท ที่สุดเป็นหนังที่อยู่ในกลุ่มทำเงินระดับแนวหน้าของปี 2006 และเกินเป้าที่ตั้งไว้ด้วยซ้ำ!!

แม้สาระของ The Devil wears Prada จะไม่ได้เลิศล้ำ หนังมุ่งให้ความบันเทิงอย่างสูง แต่ก็แทรกแง่คิดกับคนวัยทำงานทั้งหลาย สารที่ส่งชัด คือ ทุกวงการหนีไม่พ้นการต่อสู้ฟาดฟัน การแข่งขัน และถึงจุดที่คุณจะเป็นแนวหน้าได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นอกจากฝีมือแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ อย่างเส้นสายก็สำคัญที่จะทำให้อยู่รอดปลอดภัย

หนังแฉเบื้องหลัง โดยเฉพาะเหล่าคนในวงการแฟชั่น โดยไม่ได้ยกยอเชิดชูว่าเลิศหรู ดีเด่นน่าเข้ามาสัมผัส แต่อย่างน้อยมันก็สะท้อนว่าเมื่อเริ่มไต่ขึ้นไปสูงขึ้น เพื่อให้ถึงจุดสูงสุด คุณอาจต้องยอมทิ้งสัมภาระบางอย่างที่แม้จะจำเป็น หวงแหน แต่ก็ต้องตัดใจ

“มิแรนด้า” คือบรรณาธิการนิตยสารผู้คร่ำหวอดกระหายความสำเร็จ แต่ต้องทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง ขณะที่ “แอนเดรีย แซคส์” (แอน แฮทเธอร์เวย์) ผู้ช่วยของเธอที่เข้ามาเรียนรู้หน้าที่การงานใหม่ๆ จากที่ฝันเป็นนักข่าวก็จับพลัดจับผลูมาทำงานในวงการแฟชั่นที่อุดมการณ์ แนวคิด ทุกอย่างตรงข้ามกับความตั้งใจเดิมของเธอ แต่ด้วยความมุ่งมั่นส่วนตัว “แอนเดรีย” ก็พร้อมจะกลายร่างเป็น “มิแรนด้า” ผู้หญิงจอมเขี้ยวคนที่สองในโลกแห่งการแข่งขันได้ทันที

ความสนุกสนานของหนังเรื่องนี้ คือการแสดงอันทรงพลังชนิดน่าหมั่นไส้ของ “สตรีพ” และจังหวะเรื่องราวที่สนุกสนานออกสูตรสำเร็จ และถ่ายทอดออกมาเป็นหนังผู้หญิงซะเหลือเกินก็พอให้ดูเพลิดเพลินได้

หนังสื่อชัดว่าสุดท้ายไม่ใช่ทุกคนที่หวังจะวางเส้นทางตัวเองให้เป็นหญิงแกร่ง (แอบน่าสงสาร) ได้อย่าง “มิแรนด้า” บางคนพยายามแล้วแต่ทั้งจังหวะ โอกาส ความพร้อมไม่มาเยือน ขณะที่บางคนก็เลือกได้ว่าเธอไม่ต้องการเดินเส้นทางเยี่ยงนี้ เพราะไม่สามารถบาลานซ์ชีวิตการงานกับครอบครัวได้ลงตัว

อย่างน้อยสาระที่หนังหวังให้หลายคนที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่โลกการทำงานได้ค้นหาตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะกับเราให้ได้มากที่สุดคือคำตอบ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์